ตอนที่ 33

บทที่ 33

หลีเฟยนั่งเอกเขนกบนโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังดูละคร ก่อนจะเห็นข้อความตอบกลับจากห้อง 2001:

"อ๋อ ถ้าไม่ใช่ประกาศจากกรรมการหมู่บ้านหรือนิติบุคคล งั้นฉันไม่เข้าร่วมนะ"

1201: "นี่มันความคิดของหัวหน้าตึกไม่ใช่เหรอ? กรรมการหมู่บ้านกับนิติบุคคลไม่เห็นจะให้ความหวังอะไรได้เลย เราจะไปหวังพึ่งพวกเขาทำไม?"

801: "นั่นสิ ไม่ได้ดูในกลุ่มลูกบ้านเหรอ? คนเป็นร้อยๆ เกือบพันคน กรรมการหมู่บ้านกับนิติบุคคลโผล่หัวมาบ้างรึยัง? ฉันว่าเรื่องติดต่อโลกภายนอกนั่นก็คงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ!"

1701: "จริงเหรอเนี่ย? แล้วความช่วยเหลือจะมาถึงเมื่อไหร่กันแน่?"

902: "สรุปว่าเราไม่ฟังหัวหน้าตึกแล้วจะฟังใคร? อย่างน้อยหัวหน้าตึกก็เป็นคนของกรรมการหมู่บ้าน แถมพวกคุณก็เลือกเขามากับมือไม่ใช่เหรอ นี่แหละใหญ่สุดแล้ว!"

ดูเหมือนจะมีคนเริ่มเชื่อมั่นเจี่ยงลี่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือมีใครบางคนคอยยุยงอยู่ข้างๆ

2001: "ในเมื่อหัวหน้าตึกอยู่ภายใต้การดูแลของกรรมการหมู่บ้าน ก็ควรจะฟังกรรมการหมู่บ้านสิ หรือว่าเธออยากจะข้ามหน้าข้ามตา?"

หลีเฟยถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

ห้อง 2001 นี่ประชดประชันหรือโง่จริงๆ กันแน่นะ? แต่ดูแล้วก็น่าสนุกดี

ต้องยอมรับว่าบางครั้งการกินเผือกหรือดูคนทะเลาะกันก็สนุกดีเหมือนกัน

1001 เจี่ยงลี่: "@2001 คุณจะไม่เข้าร่วมก็ได้ แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ตึก 20 ของเราต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ จะมีใครขาดหายไปไม่ได้ ในเมื่อคุณไม่เข้าร่วม หลังจากนี้การแลกเปลี่ยนสิ่งของก็ไม่มีส่วนของคุณ"

902: "หัวหน้าตึก จะไปพูดอะไรกับเขามาก? ไม่แน่ว่าบ้านเขามีของเยอะแยะ เลยไม่สนใจจะเข้าร่วม ตอนนี้สถานการณ์อันตรายขนาดนี้ ไม่ช่วยก็แล้วยังปากดี อีกหน่อยคงได้รับผลกรรม!"

เดิมที 902 ก็อยู่ทีมเดียวกับเจี่ยงลี่ แถมบ้านตัวเองก็แทบไม่มีอะไรกินแล้ว ก็เลยดูร้อนใจเป็นพิเศษ

ส่วนเติ้งเจี๋ยที่อยู่นอกจอก็คิดไว้แล้วว่า ตอนที่ไปจดบันทึกตามบ้านต่างๆ ตัวเองจะต้องตามไปด้วยแน่นอน จะได้สังเกตการณ์สถานการณ์ของแต่ละบ้านอย่างละเอียด ตัวเองอยู่ที่นี่มานาน คงไม่มีใครเปิดประตูมาแล้วชกหน้ากันหรอกมั้ง?

2001: "ขำตาย ใครจะรับผิดชอบเรื่องนี้? ถ้าพูดแบบนั้น ฉันก็เห็นตอนวันข้ามปี หัวหน้าตึกกับสามีหิ้วของพะรุงพะรังกลับมาบ้านทุกวัน เอาแต่พูดลมปากในกลุ่ม ติดต่ออยู่นั่นแหละ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่เห็นหัวหน้าตึกผู้ห่วงใยลูกบ้านแบ่งปันอะไรออกมาเลย แม้แต่น้ำขวดเดียว ขนมปังชิ้นเดียวก็ยังดี พวกคุณว่าจริงไหม?"

หลีเฟยมั่นใจแล้วว่าคนนี้แกล้งโง่

แค่ประชดประชันหัวหน้าตึก!

ใช้ไม้อ่อนสยบไม้แข็ง เจี่ยงลี่ยุให้คนแตกแยกได้ แล้ว 2001 จะจุดไฟไม่ได้รึไง?

902: "ช่วงนี้หัวหน้าตึกไม่มีผลงานก็ยังมีน้ำใจนะ ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วย? หัวหน้าตึกก็ทำเพื่อตึก 20 ไม่ใช่เหรอ? ไม่งั้นอีกไม่กี่วัน เราก็ต้องไปกินลมกินแล้งแล้วนะ?"

2001: "@902 ทำไมต้องรีบร้อนแก้ตัวให้หัวหน้าตึกขนาดนั้น? ทุกประโยคต้องมีคุณ คุณได้รับผลประโยชน์อะไรจากเธอรึเปล่า?"

เติ้งเจี๋ยเห็นประโยคนี้แล้วโกรธจนมือสั่นเล็กน้อย ผลประโยชน์อะไร? ถ้าไม่เห็นแก่ที่เธอเป็นหัวหน้าตึก ตัวเองจะเชียร์เธอขนาดนี้เหรอ?

ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้ข้าวสารสักเม็ด!

1001 เจี่ยงลี่: "@2001 อย่าพูดจาเหลวไหล! อีกอย่าง ใครๆ ก็ซื้อของกลับมาบ้านตอนข้ามปีทั้งนั้นแหละ! แถมบ้านฉันมีตั้งสี่คน ของพวกนั้นใกล้จะหมดแล้ว! ฉันยังกังวลเรื่องเสบียงอยู่เลย ก็เลยออกความคิดเห็นไงเล่า!"

1501: "คนทำงานอยู่คนเดียว ซื้อแค่ข้าวเย็นกับขนมไว้ดูงานข้ามปี... หัวหน้าตึกช่วยคิดหน่อยสิ! ตอนนี้ฉันอยากจะหักมันฝรั่งแผ่นเดียวแบ่งกินสองมื้อเลย!"

1702: "ใช่ๆ ฉันเลี้ยงง่ายมาก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองเดียวยังแบ่งกินได้ตั้งสามมื้อ ใครก็ได้ขายให้ฉันหน่อย QAQ"

หลีเฟยคิดว่าตัวเองไม่เคยขึ้นไปชั้น 20 เลย แถมเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ห้อง 2001 นี่เธอไม่เคยเห็นหน้าแน่นอน

แต่... บางทีอาจจะได้คุยกันสักสองสามคำก็ได้

1001 เจี่ยงลี่: "กลับเข้าเรื่อง ตอนนี้ฉันกำลังจะให้คนไปบันทึกสถิติตามบ้าน บอกคนที่มาว่าบ้านไหนขาดอะไร หรือมีอะไรที่พอจะเอาออกมาได้บ้าง อย่าปิดบัง รอข่าวดีนะ"

1001 เจี่ยงลี่: "ฉันจะให้ลูกชายฉันกับเติ้งเจี๋ยจากห้อง 902 ช่วยจัดการ คนละหกชั้น วันนี้คงจะเก็บสถิติเสร็จ"

หลีเฟยขมวดคิ้วแล้วปิดมือถือ

ไม่รู้ว่าใครจะขึ้นมา

แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้สูงที่คนจากห้อง 902 จะขึ้นมา ในเมื่อรู้เรื่องอะไรมาแล้ว ก็ต้องสืบให้แน่ใจ

แต่แล้วยังไงล่ะ? เธอจะไม่เปิดประตูให้ ไม่ให้ข้าวสารสักเม็ด!

ส่วนในกลุ่มลูกบ้านอีกด้านหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นข้อความขอความช่วยเหลือจากตึก 24 แต่กลับไม่มีใครตอบสนอง ทุกคนเหมือนจงใจเมินเฉย หลีเฟยเดินไปที่ระเบียง ข้างนอกก็ยังไม่มีใครสักคน จากมุมมองของห้อง 1902 มองไม่เห็นตัวตึก 24 เท่าไหร่

แต่ละชั้นมีแค่สองห้อง แถมอาจจะเจอห้องว่างอีกด้วย เติ้งเจี๋ยก็เลยมาถึงหน้าประตูห้อง 1902 อย่างรวดเร็ว เธอหรี่ตา จากนั้นก็แต่งแต้มรอยยิ้มบนใบหน้า กดกริ่ง

ครั้งแรกไม่มีใครตอบ เติ้งเจี๋ยแค่นเสียงอย่างเย็นชา กดต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ หลังจากนั้นหน้าต่างบนประตูก็เปิดออก แต่คนที่ปรากฏตัวข้างในกลับไม่ใช่เด็กหนุ่มตอนกลางวัน

เติ้งเจี๋ยชะงักไปเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะหลีเฟยกับหลีซวี่ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย คนหนึ่งเหมือนพ่อ คนหนึ่งเหมือนแม่ เดินอยู่บนถนน ถ้าไม่สนิทกันคงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นพี่น้องกัน

เติ้งเจี๋ยกระแอมไอแล้วยิ้ม "สวัสดีค่ะ ฉันเติ้ง จากห้อง 902 ชั้นล่าง ข้อมูลของฉันน่าจะอยู่ในกลุ่มแล้วนะคะ ฉันมาบันทึกสถิติค่ะ"

"อืม"

หลีเฟยตอบรับอย่างเฉยเมย จากนั้นก็พูดว่า

"พวกเราไม่เข้าร่วม ไปถามห้องตรงข้ามดูนะคะ"

รอยยิ้มบนริมฝีปากของเติ้งเจี๋ยแข็งค้าง กำลังจะพูดเรื่องความสามัคคีของตึก แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยคำถามของอีกฝ่าย

"เดี๋ยวคุณจะขึ้นไปข้างบนอีกไหมคะ?"

เติ้งเจี๋ยตอบกลับโดยไม่รู้ตัว "ไปค่ะ ยังมีอีกครอบครัวที่ห้อง 2002..."

ดูเหมือนว่าเจี่ยงลี่จะไม่พอใจห้อง 2001 ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ การบันทึกสถิติครั้งนี้ก็เลยจะไม่ไปยุ่งกับห้องนั้นจริงๆ

"ฉันเห็นข้อความในกลุ่มทั้งหมดแล้ว ในเมื่อ 2001 ไม่เข้าร่วม ห้อง 1902 ของฉันไม่เข้าร่วมก็ไม่แปลกใช่ไหม?"

เติ้งเจี๋ยได้ยินหลีเฟยพูดแบบนั้น สีหน้าก็มืดลง ถามว่า

"ถ้าพูดแบบนั้น บ้านคุณก็ยังมีเสบียงเหลือเยอะใช่ไหม? ตอนนี้ทั้งตึกอยู่ในสถานการณ์คับขัน คุณจะยืนดูเฉยๆ แบบนี้เหรอ? เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น รอให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติ คุณจะกล้าสู้หน้าลูกบ้านคนอื่นๆ ได้ยังไง?"

"ใครบอกว่าบ้านเรามีเสบียงเหลือเยอะ?" หลีเฟยทำท่าทางประหลาดใจ จากนั้นก็ทำหน้าเย็นชาแล้วพูดเสียงต่ำ "หรือว่า... ตอนกลางวันที่คุณมาแอบฟังหน้าบ้านเรา ได้ยินอะไรไป? คุณคิดว่าการกระทำแบบนี้ของคุณ จะกล้าสู้หน้าพวกเราในอนาคตได้เหรอ?"

ในใจของเติ้งเจี๋ยเต้นระรัว มองไปทางอื่น แต่ก็ไม่เห็นกล้องวงจรปิดที่ชัดเจน แต่ในเมื่อพูดออกมาขนาดนี้แล้ว หน้าประตูบ้านนี้ต้องมีกล้องวงจรปิดแน่นอน

ใบหน้าของเติ้งเจี๋ยร้อนผ่าว แต่ในเมื่อทำไปแล้ว อาจจะยังไม่ถูกจับได้ก็ได้ งั้นก็ยอมรับไปเลย

"แล้วยังไง? ตอนกลางวันบ้านคุณยังเปิดเครื่องดูดควันทำอาหาร แสดงว่ายังมีเสบียงไม่ใช่เหรอ? ฉันบันทึกมาตลอดทาง บางบ้านได้แต่ดื่มน้ำประทังชีวิต คุณช่วยไม่ได้เหรอ? ยังไงซะเดี๋ยวก็คืนให้ไม่ใช่เหรอ!"

หลีเฟยเหลือบมอง ราวกับกำลังมองคนตายอย่างไร้ความปราณี ทำให้เติ้งเจี๋ยสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว

เด็กผู้หญิงคนนี้ ทำไมถึงมีแววตาแบบนี้ได้?

"พวกเขาดื่มน้ำมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? อีกอย่าง ใครบอกว่าต้องทำอาหารถึงจะเปิดเครื่องดูดควันได้? ฉันแค่เปิดมันเฉยๆ คิดถึงว่าชีวิตกลับมาเป็นปกติแล้วจะกินอะไร ไม่ได้เหรอ? ฉันไม่เข้าร่วมแผนนี้ คุณตามสบาย"

"คุณ..."

เติ้งเจี๋ยยังพูดไม่ทันจบ หลีเฟยก็ปิดหน้าต่างไปเลย ไม่สนใจอีกต่อไป

เจี่ยงลี่พูดถูกจริงๆ ห้อง 1902 นี่มันเป็นพวกประหลาด!

เติ้งเจี๋ยโกรธจัด หันหลังเดินจากไป ส่วนห้อง 1901 ไม่ยอมเปิดประตูตั้งแต่แรก ห้อง 2001 ก็ไม่ไปอยู่แล้ว สุดท้ายก็บันทึกห้อง 2002 เสร็จ เติ้งเจี๋ยก็ลงไปรายงานเจี่ยงลี่ด้วยความขุ่นเคือง

ในที่สุดก็จัดการเรื่องหนึ่งได้ หลีเฟยมอบมือถือให้หลีซวี่ สั่งว่า

"พี่ชาย ในกลุ่มวุ่นวายมาก อยากเข้าไปดูก็เข้าไป ไม่เข้าไปก็ได้ ฉันว่าในกลุ่มคงไม่มีคนเท่าไหร่แล้วล่ะ ดูมือถือฉันก็พอ หลังจากนี้ถ้าพวกเขามาหา ก็สวนกลับไปเลย"

หลีซวี่รับมือถือแล้วพยักหน้า "เข้าใจแล้ว"

หลีเซวียนกลับทำหน้าเหมือนกลุ้มใจ ถามว่า

"พี่สาว พี่จะยังไม่ลืมเรื่องปลาตัวนั้นใช่ไหม? ด้วยระดับของเราตอนนี้ คาดว่าเสียค่าพลังงานไปอีกตัวก็ตกไม่ได้หรอก"

หลีเฟยตบหลังเขา เหลือบมองเขาแล้วพูดว่า

"พี่สาวของเธองี่เง่าขนาดนั้นเลยเหรอ? ยังจะไปให้เขาหลอกอีกเหรอ? ถึงจะไม่ตกมัน เราก็ยังมีเรื่องอื่นต้องทำ ไปกันเถอะ"

พูดจบ เธอก็พาหลีเซวียนไปที่มิติอีกครั้ง หลีซวี่เปิดแชทกลุ่ม เลื่อนขึ้นไปอ่านทำความเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่อง ยังไม่ทันถึงไหน ก็เห็นข้อความใหม่ปรากฏขึ้น แถมยังเป็นการเอ่ยชื่อโดยเฉพาะ

[1001 เจี่ยงลี่: @1902 พวกคุณก็ไม่เข้าร่วมการบันทึกสถิติเสบียงเหรอ?]

หลีซวี่ขมวดคิ้ว แล้วไปดูในรายชื่อผู้ติดต่อ เห็นว่าเจี่ยงลี่เพิ่มหลีเฟยเป็นเพื่อนแล้วก็ถามไม่หยุด ก็เลยเขียนไปว่า

[1902: ไม่เข้าร่วม ขอบคุณค่ะ ไม่ใช่ว่าก็มีคนไม่เข้าร่วมเหรอคะ? งั้นฉันไม่เข้าร่วมก็ไม่เป็นไรใช่ไหม]

[1001 เจี่ยงลี่: หลังจากนี้ถ้าบ้านพวกคุณไม่มีเสบียงแล้ว อย่ามาร้องขอในกลุ่มก็แล้วกัน]

พูดเหมือนห้อง 1902 เป็นขอทานในกลุ่ม ยังไงชอบกล ดูเหมือนว่าจะโกรธจริงๆ หลีซวี่คิด ก่อนหน้านี้ก็มีคนท้าทายอำนาจของหัวหน้าตึก มีคนตาม ก็คงต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แถมเจี่ยงลี่คุยด้วยหลายครั้งก็ไม่สนใจ ไม่รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่

ตอนนี้มาถามในกลุ่มโดยตรง ก็เหมือนจับห้อง 1902 มาวางไว้ในสายตาของคนทั่วไป ในใจของเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักเหล่านั้นก็คงจะมีการซุบซิบนินทา

ในขณะนั้นเอง 2001 ก็ส่งข้อความมาอย่างกะทันหัน

[2001: คนอื่นเขาไม่เข้าร่วมก็ไม่เห็นเป็นไร ฉันได้ยินจากตึกอื่นมาว่า หัวหน้าตึกของพวกเขาและหัวหน้าตึกของตึกอื่นๆ ต้องลงไปที่กรรมการหมู่บ้านและนิติบุคคลทุกวัน ตึกของพวกเขาเพราะมีคนแก่เยอะ หัวหน้าตึกก็เลยใจดีแบ่งยาและน้ำให้ ไม่เหมือนกับของเราเลยนะ~]

ต่อมาก็มีทั้งคนโต้แย้ง คนสงสัย และบางคนก็เริ่มเอ่ยชื่อเจี่ยงลี่เพื่อขอเสบียง เจี่ยงลี่กับ 2001 กลับไม่ตอบกลับอีกเลย

2001 นี่มีปัญหากับหัวหน้าตึก หรือแค่ไม่ชอบขี้หน้ากันเฉยๆ? หลีซวี่ไม่รู้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องไปคิดมาก

กำลังจะวางมือถือลงเพื่อเริ่มออกกำลังกายตอนบ่าย ก็มีจุดแดงเล็กๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลีซวี่กดเข้าไปดู ปรากฏว่าเป็น 2001 ส่งคำขอเป็นเพื่อนมา

ยังไงซะก็เป็นรายชื่อผู้ติดต่อของหลีเฟย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้กดตกลงหรือปฏิเสธ แต่ล็อคหน้าจอ

หลังจากที่หลีเฟยกับหลีเซวียนกลับมาที่มิติ ฝนก็กลับมาเป็นละอองฝนโปรยปรายอีกครั้ง ทั้งสองสวมเสื้อกันฝน แต่คราวนี้พวกเขาจะไม่ไปตกปลาที่ตกยากตัวนั้นแล้ว

จริงๆ แล้วเพิ่งได้สูตรอาหารที่เพิ่มระดับการตกปลามา แต่ไม่มีวัตถุดิบมาทำ แต่สิ่งนี้ก็ทำให้หลีเฟยเกิดแรงบันดาลใจ ไปดูในห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง ก็เจอสูตรอาหารอื่นๆ ที่สามารถเพิ่มระดับแบบไม่แน่นอนได้จริงๆ แต่ไม่ว่าจะหาวัตถุดิบไม่ได้ในเร็ววัน หรือไม่มีเครื่องมือทำอาหาร สรุปคือเส้นทางนี้ตันแล้ว

ในเมื่อตกไม่ได้ ก็พักไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าวันนี้วันเดียวที่ฝนตก ถ้ามันเชื่อมโยงกับโลกภายนอกจริงๆ ยิ่งเข้าใกล้ช่วง "ปลายฤดูใบไม้ผลิ" ฝนก็จะยิ่งตกง่ายขึ้น ตอนนั้นค่อยตัดสินกันอีกที

ถึงตอนนั้น เธอจะไม่ตกแค่ตัวเดียวไปส่ง แต่จะตกมาอีกหลายตัว เอามาทำปลาทับทิมสามรส ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊ว ปลาทับทิมต้มเค็ม อย่างละตัว เพื่อระบายความแค้น!

และตอนนี้ พวกเขามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ

วันที่ฝนตกไม่ต้องรดน้ำ เพราะฉะนั้น...

เริ่มปลูก!

`