ดาวคราสกินสามีและวิญญาณสายลับ

กลิ่นธูปราคาถูกอันฉุนกึ้กแทรกซึมผ่านทุกอณูของอากาศ ผสมปนเปกับไอเย็นชื้นที่เกาะกุมเรือนไม้ซอมซ่อ ราวกับจะยืนยันถึงความตายที่เพิ่งมาเยือน ซูอวิ๋นจิ่นลืมตาขึ้นในความมืดสลัว สติสัมปชัญญะที่เคยคมกริบดั่งใบมีดของสายลับระดับพระกาฬ บัดนี้กลับเลือนรางและสับสนปนเป

ความทรงจำสุดท้ายของนางคือแสงระเบิดที่สาดส่องจนฟ้าดินกลับตาลปัตร และแรงกระแทกมหาศาลที่ฉีกร่างของนางเป็นเสี่ยง ๆ ในภารกิจสุดท้าย... ทว่าความเจ็บปวดที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับวิญญาณ กลับถูกแทนที่ด้วยความปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งร่างที่นางไม่คุ้นเคย

นางขยับกายอย่างเชื่องช้า สัมผัสได้ถึงอาภรณ์มงคลสีแดงสดที่ทั้งบางและเย็นเฉียบ บนศีรษะประดับด้วยเครื่องประดับที่หนักอึ้งและระเกะระกะ นี่คือชุดเจ้าสาว... แต่เหตุใดบรรยากาศรอบกายจึงไม่ต่างจากแดนปรโลก?

ดวงตาที่ปรับให้ชินกับความมืดได้แล้วกวาดมองไปรอบห้องอย่างประเมินสถานการณ์ตามสัญชาตญาณ ห้องหับคับแคบตกแต่งอย่างเรียบง่ายจนเรียกได้ว่าอัตคัด บนเตียงไม้แข็งกระด้าง ข้างกายนางมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนสงบนิ่งในชุดเจ้าบ่าวสีเดียวกัน ผิวของเขาขาวซีดราวกับกระดาษ ริมฝีปากเขียวคล้ำ ลมหายใจ...ไม่มีแล้ว

ซูอวิ๋นจิ่นยื่นปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยไปอังที่ปลายจมูกของเขา ความเย็นเยียบที่สัมผัสได้คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด หลินต้าเฉียง...สามีที่นางเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน สิ้นใจไปแล้ว

ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวดั่งเขื่อนแตก ร่างนี้มีชื่อว่าซูอวิ๋นจิ่นเช่นเดียวกับนาง เป็นหญิงสาวอาภัพที่บิดาเสียชีวิต ทิ้งที่นาผืนงามไว้ให้เป็นสินเดิม แต่กลับถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งกับหลินต้าเฉียง บุตรชายคนโตของตระกูลหลินที่ป่วยกระเสาะกระแสะมาแต่กำเนิด เพียงเพื่อหวังให้นางมา "แก้เคล็ด"

แต่แทนที่จะแก้เคล็ด กลับกลายเป็นว่านางนำพาหายนะมาให้เขาโดยแท้

"ปัง!"

ประตูห้องถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูสั่นสะเทือน ร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับโทสะที่เดือดพล่าน นางคือหวังชุ่ยฮวา แม่สามีของนางเอง ดวงตาหงส์ที่ขุ่นมัวจ้องเขม็งมาที่ซูอวิ๋นจิ่นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มแน่นจนเห็นเป็นเส้นตรง

"นังตัวอัปมงคล! นังดาวคราสกินสามี!" วาจาอาบยาพิษพ่นออกมาจากปากของหวังชุ่ยฮวา "ข้าบอกแล้วว่าอย่าได้เอาตัวหายนะเช่นนี้เข้าบ้าน! ดูสิ! เพียงคืนเดียว ต้าเฉียงของข้าก็ถูกนังปีศาจเช่นเจ้าคร่าชีวิตไปแล้ว!"

เสียงเอะอะโวยวายนั้นปลุกให้คนในบ้านและเพื่อนบ้านที่ช่างสงสัยพากันมามุงดูอยู่ที่หน้าประตู ในกลุ่มคนเหล่านั้น ซูอวิ๋นจิ่นเหลือบเห็นบุรุษหนุ่มอีกผู้หนึ่งยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน เขาคือหลินเอ้อร์หนิว น้องชายของสามีผู้ล่วงลับ สายตาของเขามีเพียงความว่างเปล่าเย็นชา ปราศจากความเศร้าโศกใดๆ และยังมีป้าจาง เพื่อนบ้านปากสว่างที่พร้อมจะกระจายข่าวทุกเรื่องในหมู่บ้านชิงซีแห่งนี้

หวังชุ่ยฮวาไม่รอช้า นางก้าวฉับๆ เข้ามาที่เตียง เงื้อมือที่หยาบกร้านหมายจะฟาดลงบนใบหน้าของสะใภ้ที่นางตราหน้าว่าเป็นฆาตกร "ข้าจะตบสั่งสอนนังแพศยาตัวซวยนี่ให้ตายตามลูกข้าไป!"

ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือนั้นกำลังจะสัมผัสใบหน้า สัญชาตญาณของสายลับที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงก็เข้าควบคุมร่างนี้โดยอัตโนมัติ!

ซูอวิ๋นจิ่นที่ดูอ่อนแอราวกับจะปลิวลม พลันพลิ้วกายหลบได้อย่างเฉียดฉิวราวกับภูตพราย มือเรียวที่ดูบอบบางกลับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วและแม่นยำที่น่าตกตะลึง นางคว้าจับข้อมือของหวังชุ่ยฮวาไว้แน่น ออกแรงบิดเพียงเล็กน้อยพร้อมกับใช้แรงเหวี่ยงจากร่างของแม่สามีเองเป็นใจกลาง ก่อนจะสอดเท้าขัดขาแล้วทุ่มร่างอวบหนานั้นลงกับพื้นไม้กระดานอย่างง่ายดาย!

ตุ้บ!

เสียงร่างของหวังชุ่ยฮวากระแทกพื้นดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง ความเงียบเข้าปกคลุมในบัดดล ทุกสายตาจับจ้องไปยังภาพที่ไม่น่าเชื่อตรงหน้า สะใภ้ใหม่ที่ควรจะอ่อนแอและขลาดเขลา กลับทุ่มแม่สามีร่างใหญ่ลงไปกองกับพื้นได้ด้วยท่าทางที่ดู...ชำนาญเกินไป

หลินเอ้อร์หนิวที่ยืนพิงประตูอยู่ถึงกับยืดตัวตรง ดวงตาที่เคยว่างเปล่าฉายแววประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง ส่วนป้าจางและชาวบ้านคนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ลืมสิ้นซึ่งการซุบซิบนินทา

หวังชุ่ยฮวานอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและความเจ็บระบม นางไม่เคยคาดคิดว่าสะใภ้ที่ดูเหมือนลูกไก่ในกำมือจะกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายไปได้

วินาทีนั้นเอง ซูอวิ๋นจิ่นก็ตระหนักได้ถึงความผิดพลาดมหันต์ ในยุคสมัยที่ให้ความสำคัญกับลำดับอาวุโสและความกตัญญูเป็นที่สุด การที่สะใภ้ลงมือกับแม่สามีต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจทำให้นางถูกขับไล่หรือแม้กระทั่งถูกจับถ่วงน้ำได้! นางไม่ใช่สายลับผู้มีอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นเพียงหญิงม่ายตัวคนเดียวในหมู่บ้านชนบทที่เต็มไปด้วยความเชื่อโชคลาง

นางต้องควบคุมสถานการณ์!

ความคิดแล่นผ่านสมองที่ชาญฉลาดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้คนจะหายจากอาการตกตะลึง ร่างระหงของซูอวิ๋นจิ่นก็ทรุดลงกับพื้นข้างเตียงราวกับหมดเรี่ยวแรง ดวงตาที่เมื่อครู่ยังคมปลาบ บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลพรากไม่ขาดสาย

"ท่านแม่...ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ!" เสียงของนางสั่นเครือและแหลมเล็ก เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเสียขวัญ "เมื่อครู่ข้าตกใจจนพลั้งมือไป...ท่านแม่ยกโทษให้ข้าด้วย!"

นางหันไปมองร่างไร้วิญญาณของหลินต้าเฉียงบนเตียง ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียงราวกับใจจะขาด "ท่านพี่! ท่านตื่นขึ้นมาสิ! ตื่นขึ้นมาเป็นพยานให้ข้า! ข้าไม่ได้นำความโชคร้ายมาให้ท่านนะ!"

การแสดงอันสมจริงของนางทำให้ชาวบ้านที่เริ่มจะตั้งสติได้พากันลังเล การซุบซิบระลอกใหม่เริ่มดังขึ้น แต่คราวนี้แฝงไปด้วยความสงสารเห็นใจ

"ดูท่านางสิ...น่าสงสารนัก เพิ่งแต่งงานสามีก็มาตายจาก..."

"อาจจะเป็นอุบัติเหตุกระมัง นางดูตกใจจริงๆ" ป้าจางขมวดคิ้ว กล่าวกับคนที่ยืนข้างๆ

ซูอวิ๋นจิ่นซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับขอบเตียง ทว่าดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังฝ่ามือกลับเย็นเยียบและคำนวณผลลัพธ์อย่างเลือดเย็น นางต้องสวมบทบาทหญิงสาวผู้น่าสงสารและบอบบางต่อไป เพื่อกลบเกลื่อนความสามารถที่ผิดแผกไปจากคนทั่วไป และเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในขณะนี้

หวังชุ่ยฮวาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากหลินเอ้อร์หนิว ความเจ็บปวดทางกายไม่เท่ากับความอัปยศอดสูที่ได้รับ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนแทบคลั่ง เมื่อเห็นสายตาของชาวบ้านที่เริ่มเอนเอียงไปทางสะใภ้ตัวร้าย นางก็ยิ่งทวีความเกลียดชัง

"นังแพศยา! ยังจะเสแสร้งอีกรึ!" นางตวาดลั่น ชี้หน้าซูอวิ๋นจิ่นที่กำลังร้องไห้ปานจะขาดใจ "เจ้ามันตัวอันตราย! ทั้งเป็นดาวหายนะ ทั้งยังกล้าลงมือทำร้ายแม่สามี! คนเช่นนี้จะเก็บไว้ในบ้านได้อย่างไร!"

โทสะที่พลุ่งพล่านทำให้หวังชุ่ยฮวาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "เอ้อร์หนิว! ไป! ลากตัวนังอัปมงคลนี่ไปขังไว้ในห้องเก็บฟืนท้ายเรือน! อย่าให้มันได้เห็นเดือนเห็นตะวัน! อย่าให้ข้าวแม้แต่เม็ดเดียวตกถึงท้องมัน!"

คำประกาศิตของมารดาทำให้หลินเอ้อร์หนิวมีปฏิกิริยาในที่สุด เขาก้าวเข้ามาหาซูอวิ๋นจิ่นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ร่างของนางยังคงสั่นเทาจากการ "ร้องไห้" แต่ภายในใจนั้นเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง นี่คือบททดสอบแรกในโลกใหม่...บททดสอบที่จะนำไปสู่การเอาคืนอย่างสาสม