กับดักน้ำล้างจาน
แกร๊ก...
เสียงสลักประตูที่ถูกงัดออกดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกดันเปิดออกอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง เงาร่างสายหนึ่งแทรกตัวผ่านช่องว่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบดุจโจรย่องเบา ดวงตาของหลี่ซิ่วเหมยเบิกกว้างด้วยความละโมบ ในหัวของนางเต็มไปด้วยภาพของปิ่นเงินและเศษเงินที่อาจซุกซ่อนอยู่ใต้ฟูกนอนของน้องสะใภ้ นางก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยใจที่เต้นระทึก ทว่า...
นางหารู้ไม่ว่าในมุมมืดของห้อง ดวงตากระจ่างใสประดุจพยัคฆ์ซุ่มล่าเหยื่อของซูหลันกำลังจับจ้องทุกการกระทำอย่างเยือกเย็น
ทันทีที่หลี่ซิ่วเหมยออกแรงผลักบานประตูให้กว้างขึ้นเพื่อแทรกตัวเข้ามา แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลถึงด้านบนสุดของขอบประตู ถังไม้เก่าที่ถูกวางพาดไว้อย่างหมิ่นเหม่สูญเสียสมดุลในชั่วพริบตา
วืด... โครม! ซ่า!
"กรี๊ดดดด!"
เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังก้องกังวานฉีกกระชากความเงียบสงัดของเรือนตระกูลเฉิน น้ำหมักเศษอาหารบูดเสียที่ผสมทั้งน้ำล้างจานค้างคืน เศษผักเน่า และเมือกปลาที่ทิ้งไว้นานจนส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวคละคลุ้ง สาดเทลงมารดศีรษะของสะใภ้ใหญ่อย่างแม่นยำไร้ที่ติ
น้ำโคลนสีขุ่นข้นไหลอาบตั้งแต่เส้นผมที่เคยเกล้าไว้อย่างดี ลงมาตามใบหน้า ลำคอ และซึมลึกเข้าสู่เสื้อผ้าทุกซอกทุกมุม เศษผักกาดเน่าเละชิ้นหนึ่งแปะติดอยู่บนจมูกของนาง กลิ่นเหม็นสางรุนแรงจนแทบจะทำให้คนดมสำรอกพุ่งเข้าโจมตีโสตประสาท หลี่ซิ่วเหมยสำลักน้ำเน่าเข้าปากไปอึกใหญ่ นางพยายามจะปัดป่ายเช็ดหน้าเช็ดตา แต่ยิ่งเช็ดกลิ่นวิปลาสก็ยิ่งฟุ้งกระจาย นางล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น ร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือด
ซูหลันไม่รอช้า นางคว้าท่อนไม้ขนาดพอเหมาะที่เตรียมไว้ข้างเตียง พุ่งตัวออกไปในความมืดพร้อมกับฟาดท่อนไม้ลงบนพื้นกระดานเฉียดร่างของหลี่ซิ่วเหมยไปเพียงคืบเดียว เสียงดังปัง!
"ขโมย! มีโจรขโมยของ! ตีหนูขโมยให้ตาย!" ซูหลันตะโกนเสียงหลง แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกตกใจสุดขีด ไม้ในมือฟาดกระหน่ำลงพื้นเฉียดซ้ายเฉียดขวา ทำเอาสะใภ้ใหญ่ที่ตาพร่ามัวเพราะน้ำเน่าต้องกลิ้งหลบอย่างทุลักทุเล ร้องไห้กระซิกคลุกฝุ่นคลุกน้ำบูดจนหมดสภาพ
"โอ๊ย! อย่านะ! ข้าเอง! ข้าเอง!" หลี่ซิ่วเหมยตะเบ็งเสียงแข่งกับกลิ่นเหม็นที่ตีขึ้นจมูก
ความโกลาหลหน้าห้องสะใภ้รองทำให้ตะเกียงในเรือนหลักถูกจุดขึ้นทีละดวง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหวังชุ่ยฮวากระแทกพื้นตึงตังตรงมายังต้นเสียง หญิงชราสวมเสื้อคลุมลวกๆ ใบหน้าถมึงทึงเตรียมจะด่าทอ ทว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาใกล้บริเวณหน้าห้องของซูหลัน นางก็ต้องยกมือขึ้นปิดจมูกแน่น หน้าดำหน้าแดงเพราะกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจนแสบตา
"เกิดเรื่องบ้าอันใดขึ้น! กลิ่นเหม็นสาบอันใดกัน!" หวังชุ่ยฮวาตวาดลั่น ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นก้อนเนื้อที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวกำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้น
"ท่านแม่! นังแพศยาซูหลันมันดักทำร้ายข้า! มันเอาน้ำเน่ามาราดข้า!" หลี่ซิ่วเหมยชี้หน้าด่าทอน้องสะใภ้ทั้งน้ำตา ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความอับอาย
ซูหลันค่อยๆ วางท่อนไม้ในมือลง จุดตะเกียงน้ำมันในห้องให้สว่างขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวที่แฝงไปด้วยความงุนงงไร้เดียงสา "พี่สะใภ้ใหญ่? สวรรค์เถิด เหตุใดท่านจึงมาอยู่ในห้องข้ายามวิกาลเล่า? ข้ากำลังหลับสนิท จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนงัดแงะประตู นึกว่าหนูผีตัวใหญ่ที่ชอบลอบเข้ามาขโมยของกินเสียอีก"
"เจ้าโกหก! เจ้าจงใจตั้งถังน้ำไว้ดักข้า!"
"พี่สะใภ้ใหญ่กล่าววาจาเลื่อนเปื้อนแล้ว" ซูหลันถอนหายใจยาว แววตาแฝงความเย้ยหยันที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิด "ช่วงนี้ในห้องข้ามีของหายบ่อยครั้ง ข้าจึงตั้งกับดักน้ำล้างจานไว้บนขอบประตู หวังจะดักหนูขี้ขโมยเพื่อสั่งสอนให้มันหลาบจำ ไม่กล้ามากัดแทะของในห้องข้าอีก... แต่ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดพี่สะใภ้ใหญ่ถึงมาเดินชนกับดักหนูของข้าในยามที่ผู้คนหลับใหลเช่นนี้ หรือว่า... ท่านกำลังหาของสิ่งใดอยู่หรือ?"
คำพูดที่แทงใจดำอย่างเยือกเย็นทำให้หลี่ซิ่วเหมยสะอึก นางอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะบอกว่ามาเดินเล่นหน้าห้องคนอื่นตอนเที่ยงคืนก็คงไม่มีใครเชื่อ
หวังชุ่ยฮวาผู้ผ่านโลกมามากมีหรือจะไม่เข้าใจสถานการณ์ สะใภ้ใหญ่จอมละโมบของนางหวังจะเข้าไปขโมยของในห้องสะใภ้รอง แต่กลับเสียรู้ถูกเล่นงานจนหมดสภาพ แม้ในใจนางจะเกลียดชังซูหลันจนแทบอยากจะฉีกเนื้อกิน แต่กฎเกณฑ์ของบ้านและการรักษาหน้าตาของครอบครัวบัณฑิตนั้นสำคัญกว่า หากเรื่องที่สะใภ้ใหญ่เป็นขโมยย่องเบาแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของต้าหลางลูกรักของนางคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
แม่สามีจอมบงการสูดลมหายใจเข้าลึก แต่ก็ต้องสำลักกลิ่นน้ำบูดจนไอโขลก นางถลึงตาใส่หลี่ซิ่วเหมยด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจระบายใส่ซูหลันได้ "นังโง่! มืดค่ำป่านนี้ไปเดินเพ่นพ่านหน้าห้องคนอื่นหาบิดาเจ้าหรือ! ยังไม่รีบไสหัวไปอาบน้ำล้างตัวอีก สกปรกเหม็นเน่าจนเรือนจะกลายเป็นส้วมอยู่แล้ว!"
หลี่ซิ่วเหมยหน้าม้าน ถูกแม่สามีด่าทอต่อหน้าผู้คน นางกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เหลือบมองซูหลันที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง แววตาของสะใภ้รองในยามนี้เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ซึมลึกเข้าไปในกระดูก สะใภ้ใหญ่ลอบกลืนน้ำลาย ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวและเหน็บหนาวในใจ นางสาบานกับฟ้าดินในวินาทีนั้นเลยว่า ชั่วชีวิตนี้จะไม่ขอเหยียบย่างเข้าใกล้ห้องของนังปีศาจซูหลันอีกเป็นอันขาด!
เมื่อหลี่ซิ่วเหมยวิ่งเตลิดกลับห้องไปพร้อมกลิ่นเหม็นโฉ่ หวังชุ่ยฮวาก็ตวัดสายตาอาฆาตมาที่ซูหลัน "อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันมารยาของเจ้า นังตัวดี!" นางแค่นเสียงลอดไรฟันก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเดินกระทืบเท้าจากไป ทิ้งให้ความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนหลังเล็กอีกครั้ง
ซูหลันกระตุกยิ้มมุมปาก นางปิดประตูและลงสลักอย่างแน่นหนา ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เตียง วิญญาณสายสืบสาวหลับตาลง ดึงจิตวิญญาณเข้าสู่ 'มิติเรือนกระจกตรวจการ' ทันที
บรรยากาศในมิติลับยังคงบริสุทธิ์และสดชื่น ตรงกลางแปลงทดลองเพาะปลูก ดอกชิงซินที่นางรดด้วยน้ำพุวิเศษกำลังเบ่งบานเต็มที่ กลีบดอกสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายเรืองรอง สรรพคุณในการล้างพิษของมันสมบูรณ์พร้อมแล้ว ซูหลันคำนวณในใจ พรุ่งนี้นางจะเริ่มต้มยาดื่มเพื่อถอนพิษหญ้าสกัดหลิวในร่างกายอย่างจริงจัง ทว่าหากนางดูแข็งแรงขึ้นกะทันหัน หวังชุ่ยฮวาย่อมต้องจับพิรุธได้เป็นแน่ พรุ่งนี้นางคงต้องนำขี้เถ้าและดินหม้อมาทาหน้าให้ดูซีดเซียว ราวกับคนป่วยหนักใกล้ตาย เพื่อตบตาจิ้งจอกเฒ่าในบ้านให้ตายใจเสียก่อน
หญิงสาววางแผนการในหัวอย่างรัดกุม ร่างกายที่อ่อนล้าเตรียมจะเอนกายลงพักผ่อน
ทว่าในจังหวะที่จิตของนางเพิ่งกลับคืนสู่โลกภายนอกและกำลังจะล้มตัวลงนอนนั้นเอง...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูหน้าเรือนตระกูลเฉินดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีคนต้องการจะพังประตูเข้ามา ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของชายวัยกลางคน ดังแหวกความมืดมิดของยามวิกาล
"บ้านเฉิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! รีบเปิดประตูเร็วเข้า! เอ้อร์หลาง... เอ้อร์หลางเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"