ตอนที่ 14
##ตอนที่14: ดอกบัวขาวผุดผ่องอันใดกันนี่!
"วันนี้ข้าไม่ค่อยสบายนัก ให้ท่านพ่อไปซื้อยา แต่ท่านพ่อกลับมาบอกว่ายาที่ร้านท่านหมอจ้าวขายหมดเกลี้ยง..." สิ้นคำเสี่ยวผิงฉู่สงก็ขมวดคิ้วมุ่นถามอย่างสงสัย "ร้านท่านหมอจ้าวมีสำรองยาไว้มากมาย เหตุใดจึงขายหมดได้?"
"ข้าก็มิรู้ ข้าเพียงได้ยินท่านพ่อบอกว่า วันนี้บ้านพี่เจียวเจียวเกิดเรื่อง ท่านหมอจ้าวจึงถูกเรียกตัวไป" ฉู่หลินได้ยินดังนั้นก็เดือดดาลขึ้นทันที "ดี! ข้ารู้แล้วว่าต้องเป็นนาง! นางนี่วันๆ มิหาเรื่องใส่ตัวคงอยู่ไม่ได้! น่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก!"
ซุนไป๋จื่อรีบรั้งชายเสื้อของเขาไว้ ทำทีเป็นปลอบประโลม"แค่กๆ มิแน่ว่าอาจมิใช่พี่เจียวเจียวก็ได้นะพี่ฉู่ ท่านอย่าได้โทษนางเลย ที่บ้านนางก็มีคนป่วยเช่นกัน...แค่กๆ..."
ฉู่หลินฟังแล้วยิ่งเคือง "ป่วยอันใดกัน?! มิใช่แค่โจวเสี่ยวผิงโดนท่านอาข้าสั่งสอนไปดอกรึ? บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย พักผ่อนสองวันก็หายดีแล้ว จำเป็นต้องใช้ยาอันใด? ถึงจะใช้ยา ก็มิใช่ยาแก้ไอของเจ้าเสียหน่อย นางกว้านซื้อยาของเจ้าไปหมดนี่หมายความว่ากระไร ข้าว่านางริษยาในวาสนาของเราสองคน อยากจะฆ่าเจ้าให้ตายเสียมากกว่า!" ซุนไป๋จื่อได้ยินดังนั้นก็มิเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก
เป้าประสงค์ของนางสำเร็จแล้ว!
ฉู่หลินใส่ใจนางถึงเพียงนี้ ย่อมต้องหันไปสั่งสอนโจวเจียวเจียวเป็นแน่ ถึงเวลานั้น โจวเจียวเจียวคิดจะเข้ามาพัวพันกับฉู่หลินอีกรึ? หึๆ...
ภายใต้แสงจันทร์ ซุนไป๋จื่อยกยิ้มที่มุมปากอย่างแผ่วเบา
โจวเจียวเจียวถึงกับตะลึงงัน
นี่มันดอกบัวขาวผุดผ่องอันใดกันนี่!
มิว่ากระไร สองคนนี้ช่างเหมาะสมกันเสียจริง ผู้หนึ่งใจร้ายราวเข็ม ผู้หนึ่งโง่เขลาและร้ายกาจ โจวเจียวเจียวคงต้องกลับไปบนบานศาลกล่าว ขอให้พวกเขาทั้งสองได้ครองคู่กัน อย่าได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นเลย
เมื่อทราบถึงเคราะห์กรรมของซุนไป๋จื่อ ฉู่หลินก็โกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง ประกาศกร้าวว่าจะสั่งสอนโจวเจียวเจียวให้เข็ดหลาบ
ซุนไป๋จื่อพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง นางออดอ้อนฉู่หลินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับบ้านไปตามคำแนะนำของฉู่หลิน
ฉู่หลินมองส่งซุนไป๋จื่อจนลับสายตา ยืนตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งว่าจะสั่งสอนโจวเจียวเจียวเช่นไร ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินจากไป พลันได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาอันน่าขนลุก
ฉู่หลินสะดุ้งโหยง"ใคร?!"
เสียงหัวเราะราวภูตผีดังขึ้นอีกครั้ง
สีหน้าฉู่หลินซีดเผือด "ใครกัน!ผู้ใดอยู่ที่นั่นออกมา!"ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ
มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่าน
ฉู่หลินเบิกตากว้าง เหลือบมองไปยังผิวน้ำ จากนั้นจึงหันหลังวิ่งกลับ
ทว่ายังมิทันวิ่งไปได้สองก้าว พลันมีเงาร่างสีขาววูบผ่านไป "วูบ" ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว และหายวับไปในพริบตา
มือเท้าฉู่หลินแข็งทื่อ ยืนนิ่งอยู่กับที่ตัวสั่นเทิ้มฟันกระทบกัน
เขาค่อยๆ เหลือกตาพยายามมองหาเงาร่างนั้น เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นเมื่อครู่มิใช่ผี
เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกดังขึ้นอีกครั้ง
"อ๊าก!" ฉู่หลินกรีดร้องเสียงหลง วิ่งหนีสุดชีวิตพลางตะโกนว่า"อย่ามาหาข้าอย่ามาหาข้า มิใช่ข้าเป็นคนทำ..."
โจวเจียวเจียวที่กำลังแกล้งทำเป็นผีถึงกับงุนงง
ท่าทีของฉู่หลินเช่นนี้ หรือว่าเขาเคยกระทำความผิดอันใดไว้?
โอ้โฮช่างน่าสนใจยิ่งนัก
ค่ำคืนนี้ช่างสนุกดีแท้ เพียงแต่น่าเสียดายที่ร่างนี้ของนางอ้วนท้วมเกินไป มิคล่องแคล่วว่องไว เพียงแค่กระโดดและพุ่งตัวเมื่อครู่ ก็แทบหมดเรี่ยวแรงแล้ว
โจวเจียวเจียวพัดวีใบหน้าที่แดงก่ำเพราะเหงื่อ มองไปยังฉู่หลิน
ทางด้านนั้น ฉู่หลินวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต พลันสะดุดล้ม"ตุ้บ"ลงไปกับพื้น
เมื่อลุกขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าและร่างกายก็เปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งเหนียวเหนอะหนะสีคล้ำ
โจวเจียวเจียว"...(จุดๆๆ)"ริมแม่น้ำแห่งนี้ ดูเหมือนจะเป็นที่ที่ชาวบ้านปล่อยวัวมาเลี้ยง...
"โอ้ก..."ฉู่หลินอาเจียนออกมา พลางปัดขี้วัวที่ติดอยู่บนใบหน้าออกอย่างบ้าคลั่ง ภาพนั้นช่างน่าเวทนายิ่งนัก
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องผีขึ้นมาอีกครั้ง สะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต โดยมิสนใจขี้วัวที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าอีกต่อไป
โจวเจียวเจียวแทบจะกลิ้งหัวเราะอยู่บนพื้น
หัวเราะอยู่ครู่ใหญ่ก็เริ่มเหนื่อย นางเห็นว่าพื้นตรงที่นางยืนอยู่นี้มิมีขี้วัว จึงล้มตัวลงนอน
โจวเจียวเจียวเด็ดหญ้าคามาคาบไว้ในปาก มองไปยังแสงจันทร์บนท้องฟ้า
ค่ำคืนนี้แสงจันทร์ช่างงดงามยิ่งนัก หากมิมีฉู่หลินและซุนไป๋จื่อ สองคนสารเลวนี้มาบั่นทอนบรรยากาศ ก็คงจะดีกว่านี้
ทว่าสิ่งที่โจวเจียวเจียวมิคาดคิดก็คือ ภายใต้แสงจันทร์อันงดงามเช่นนี้ กลับมีเงาร่างที่ไม่น่าพิสมัยปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ศีรษะหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของนาง
"แม่นางโจวช่างน่าสนใจยิ่งนัก" เขากล่าว "ผู้อื่นกำลังคิดจะเล่นงานท่านอยู่แล้ว แต่ท่านกลับยังมีอารมณ์มานอนกินหญ้าอยู่ได้"
โจวเจียวเจียว"!!" มิใช่บุรุษปีศาจผู้นั้นดอกรึ? เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ได้?
เจ้าต่างหากที่กินหญ้า ทั้งตระกูลเจ้ากินหญ้า!
โจวเจียวเจียวสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง เตรียมจะตอบโต้เขา ทว่าด้วยร่างกายที่หนักอึ้ง ทำให้นางเสียหลักล้มหงายหลังลงไปอีกครั้ง
บุรุษหน้าซีดผู้มิอาจซ่อนเร้นความงดงามราวปีศาจได้ รีบโน้มตัวลงมา มองดูท่าทางทุลักทุเลของนาง พร้อมยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"ให้ข้าช่วยหรือไม่แม่นางโจว?"
โจวเจียวเจียว"...(จุดๆๆ)" ช่างน่าอับอายยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าบุรุษปีศาจผู้นี้
โจวเจียวเจียวกัดฟัน คราวนี้ในที่สุดก็นั่งขึ้นมาได้ ทว่าบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะมิรู้สึกรู้สา ยังคงจ้องมองนางอย่างใกล้ชิดด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความนัย
ใบหน้าของนางและเขาอยู่ใกล้กันมาก จนนางมิอาจลุกขึ้นยืนได้
นี่มันช่างเป็นท่าทางที่...น่าอึดอัดและน่าขายหน้าอันใดเช่นนี้
โจวเจียวเจียวกัดฟัน"ท่านจง..."
บุรุษตรงหน้ากลับรีบต่อคำ "ข้ามีนามว่าสิงเฟิงอีกอย่าง พวกเราก็ถือว่าคุ้นเคยกันแล้ว แม่นางโจวสามารถพูดจาให้สุภาพกว่านี้ได้"
โจวเจียวเจียวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกัดฟันกล่าว "คุณชายสิง...กรุณาลุกขึ้นไปเสียที"
สิงเฟิงราวกับพึงพอใจในที่สุด จึงยิ้มออกมาเปิดทางให้นาง และยังยื่นมือมาให้นางอย่างเอาใจใส่
โจวเจียวเจียวกระตุกยิ้ม
ปีศาจผู้นี้ช่างแตกต่างจากผู้อื่นเสียจริง
ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างรังเกียจรูปร่างอ้วนฉุของเจ้าของร่างเดิม อยากจะหลีกหนีให้นางอยู่ห่างๆ แต่สิงเฟิงผู้นี้กลับยื่นมือมาให้นางอย่างเต็มใจ มิรังเกียจมือนางที่อ้วนท้วนเช่นนั้นรึ?
แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาจะมิรังเกียจนาง แต่นางกลับรังเกียจเขาเสียมากกว่า
โจวเจียวเจียวปฏิเสธความหวังดีของเขา และลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง
สิงเฟิงผู้นั้นเกล้าผมสีดำขลับ สวมอาภรณ์สีขาวถือพัดพับดูสง่างามยิ่งนัก
ภายใต้แสงจันทร์ บุรุษผู้นี้ราวกับเทพเซียนที่เหยียบจันทร์มา
ทว่าโจวเจียวเจียวกลับมิมีแก่ใจชื่นชมความงามนั้น
ในสายตาของนาง ความอันตรายของบุรุษผู้นี้ มากมายเกินกว่าความงามจะดึงดูดนางได้
การพบกันสองครั้งเขามีท่าทีคลุมเครือ ยากจะแยกแยะความดีความชั่ว บุคคลอันตรายเช่นนี้ ก่อนที่ความสามารถของนางจะฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ ควรอยู่ให้ห่างเข้าไว้
"ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?" โจวเจียวเจียวถอยหลังไปสองก้าวอย่างมิให้มีพิรุธ
"ชมจันทร์อย่างไรเล่า" สิงเฟิงยิ้มพร้อมสะบัดพัดในมือ "แถมยังได้ชมแม่นางโจวลงโทษชายหญิงที่น่าสะอิดสะเอียนคู่นั้นอีกด้วย"
โจวเจียวเจียวตกใจอีกครั้ง ที่แท้เขาอยู่แถวนี้มานานแล้ว แม้แต่เรื่องที่ซุนไป๋จื่อมาที่นี่เมื่อครู่ เขาก็ยังรู้