ตอนที่ 28
##ตอนที่28:ดวงเนตรพิลาสล้ำเลิศล้ำเกินใคร
โจวพ่านพ่านสั่นศีรษะน้อยๆ ดวงหน้าฉงนสนเท่ห์ แลแอบชำเลืองมองไปยังโจวเจียวเจียว
"มองสิ่งใดกัน!บังอาจนัก! อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าควักลูกนัยน์ตาเจ้าออกมา!" โจวเจียวเจียวตวัดสายตาเย็นเยียบราวคมมีด
หลิ่วชุนสุ่นได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งโหยง เสมือนต้องมนต์สะกด สูดลมหายใจเข้าลึกหลายครา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "เจียวเจียว... เหตุใดคืนนี้เจ้าจึงคิดพาเสี่ยวผิงไปหาหมอเล่า? ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าท่านหมอจ้าวมาตรวจถึงเรือนหรอกหรือ?"
"ข้าจะกระทำสิ่งใด จำต้องบอกกล่าวเจ้าด้วยหรือ? เจ้าช่างก้าวก่ายเรื่องของข้ามากเกินไปแล้วกระมัง?" โจวเจียวเจียวยิ้มละไม ทว่าในรอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยความเย็นชา
หลิ่วชุนสุ่นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ลอบมองสีหน้าของนางอย่างหวาดหวั่น มิกล้าเอ่ยถามสิ่งใดอีก
โจวเจียวเจียวเห็นโจวเสี่ยวผิงหาวหวอด ก็โบกมือไล่ "มีสิ่งใดค่อยว่ากันในวันพรุ่ง อย่ามัวยืนขวางทางอยู่ตรงนี้ รีบไสหัวไปเสีย!"
"เรื่องราวในค่ำคืนนี้..." โจวพ่านพ่านยังคงอยากลองหยั่งเชิง
โจวเจียวเจียวเริ่มหมดความอดทน ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว "ไม่อยากไป? เช่นนั้นข้าจะไปส่งเจ้าเอง!" นางขยับนิ้วมือไปมาข้อต่อนิ้วดัง"กร๊อบแกร๊บ"
"มิได้!มิได้!พวกเราไปเดี๋ยวนี้!" โจวพ่านพ่านหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว รีบจูงหลิ่วชุนสุ่นหันหลังวิ่งหนีแทบไม่คิดชีวิต มิกล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
เห็นสองแม่ลูกที่น่ารังเกียจวิ่งหนีไปราวกับหนีผี โจวเสี่ยวผิงก็หัวเราะคิกคัก "พี่หญิง ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก!"
โจวเจียวเจียวยักคิ้ว "เก่งกาจจริงหรือ?"
"เจ้าค่ะ!" โจวเสี่ยวผิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ต่อไปนี้ท่านว่าสิ่งใด ข้าก็จะเชื่อฟังแต่โดยดี!"
"เจ้ายาใจ" โจวเจียวเจียวลูบศีรษะนางเบาๆ เดินไปยังข้างเตียง หยิบผ้าห่มขึ้นมาสะบัด
"เอาล่ะ เวลาล่วงเลยมามากแล้ว รีบเข้านอนเถิด" เมื่อนางเตือนเช่นนั้น โจวเสี่ยวผิงก็รู้สึกง่วงขึ้นมาจริงๆ ปีนขึ้นเตียงคลุมผ้าห่มเรียบร้อย ทว่ากลับเห็นโจวเจียวเจียวมิได้ขึ้นเตียง
"พี่หญิงท่านไม่นอนหรือ?"
โจวเจียวเจียวตบหน้าผากนางเบาๆ "ข้ายังไม่ง่วง เจ้าจงนอนไปก่อนเถิด"
โจวเสี่ยวผิงเชื่อฟังแต่โดยดี หลับตาลง ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
โจวเจียวเจียวลุกขึ้น เดินไปยังลานบ้านยืนหยัดอยู่ณตรงนั้น "ยังไม่ออกมาอีกหรือ?"
ค่ำคืนนี้มีจันทราเสี้ยวส่องแสงนวล ลมพัดโชยมาเบาๆ แมลงในฤดูร้อนส่งเสียงหึ่งๆ
นอกจากนั้น ดูเหมือนจะมีเพียงนางผู้เดียวเท่านั้น
โจวเจียวเจียวกอดอกเริ่มหมดความอดทน"หากไม่ออกมา ข้าจะกลับเข้าเรือนแล้วนะ!" สิ้นเสียงได้ไม่นาน ในลานบ้านก็บังเกิดเสียงหัวเราะเบาๆ ขึ้น
โจวเจียวเจียวหยุดยืน สายตาจับจ้องไปยังหลังคาเรือน
บนนั้นมีบุรุษผู้หนึ่ง สวมชุดขาว ภายใต้แสงจันทร์อันกระจ่าง กลับขับเน้นให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาเป็นพิเศษ
ผู้นั้นคือซิงเฟิง
เขาแตะปลายเท้าเบาๆ ร่อนลงสู่พื้นดินอย่างเงียบเชียบ
"แม่นางช่างเฉลียวฉลาดนัก" เสียงทุ้มนุ่มลึกราวสายน้ำไหลเอื่อย สดใสอ่อนโยน ดุจดั่งสายลมวสันต์พัดโชยมาแต่ไกล
"เป็นท่านจริงๆด้วย" โจวเจียวเจียวกลับมิได้คล้อยตาม แอบหรี่ตาลง"แอบฟังอยู่บนหลังคา มิใช่วิสัยของสุภาพบุรุษ"
"โอ้?"ซิงเฟิงเลิกคิ้ว ดวงตาเป็นประกายอย่างสนใจ ราวกับอยากฟังว่านางจะเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
"โดยทั่วไปแล้ว เป็นการกระทำของคนพาล!"
"บังอาจ!"สิ้นเสียง บุรุษชุดดำผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืด ตวาดเสียงดัง "เจ้าบังอาจลบหลู่จ้าวเหนือหัวเช่นนี้ได้อย่างไร!"
"จ้าวเหนือหัว?" โจวเจียวเจียวเอียงศีรษะ
ซิงเฟิงยกมือขึ้น บุรุษชุดดำก็หุบปากลงโดยอัตโนมัติ ถอยร่นกลับไป
โจวเจียวเจียวกลับจ้องมองมือของเขาด้วยความตกตะลึง ในสมองพลันปรากฏคำๆหนึ่งขึ้นมา "ขาวผ่องดุจหยกไร้ตำหนิ!?"
เฮอะ!บุรุษอกสามศอก กลับมีมือที่เรียวงามปานนี้ ช่างน่าขันสิ้นดี!
"แม่นางมิต้องระแวดระวังถึงเพียงนี้" ซิงเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"เมื่อครู่ท่านเอ่ยคำว่า 'จริงๆด้วย' หรือว่าแม่นางจะคาดเดาไว้แล้วว่าคือข้า?"
"นอกจากท่านแล้ว จะมีผู้ใดคอยเติมเชื้อเพลิงให้กระพือโหมได้อีกเล่า?" ตั้งแต่ได้เห็นฉู่สง โจวเจียวเจียวก็เริ่มคาดเดาไว้บ้างแล้ว การออกมาเรียกคนในลานบ้านเป็นเพียงการลองหยั่งเชิงเท่านั้น ใครจะรู้ว่าคนผู้นี้จะออกมาอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
ซิงเฟิงเม้มริมฝีปากพลางหัวเราะ "แม่นางฉลาดล้ำเกินผู้ใดจริงๆ ทว่าท่านมิต้องตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ ข้ามิใช่ศัตรูของท่าน ตรงกันข้าม ข้ามาเพื่อช่วยเหลือ"
"ข้ามิได้ตื่นตระหนก" โจวเจียวเจียวสำรวจเขาทั้งตัว สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขา "เหตุใดท่านจึงช่วยเหลือข้า?"
"เพียงแค่อยากช่วยเหลือท่านเท่านั้น"
"โกหก" โจวเจียวเจียวมิเชื่อ นางกับคนผู้นี้มิได้รู้จักกันมาก่อน อีกทั้งนางก็มิเชื่อว่าจะมีผู้ใดช่วยเหลือผู้อื่นโดยมิหวังสิ่งตอบแทน การเอ่ยปากว่าจะช่วยเหลือ แท้จริงแล้วอาจเป็นการทำร้าย นางเห็นกลอุบายเช่นนี้มามากแล้วในชาติก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็แสร้งทำสีหน้าเย็นชา "ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะจากท่าน"
ซิงเฟิงมิได้โกรธเคือง เพียงแต่ยิ้ม "แม่นางกล่าวเช่นนี้อย่างหนักแน่น มิกลัวว่าวันหน้าจะต้องการความช่วยเหลือจากข้าหรอกหรือ?"
"ไม่มีทาง" โจวเจียวเจียวกล่าวอย่างหนักแน่น แม้จะมีนางก็จะไม่ใช้!
"แม่นางช่างด่วนตัดสินใจเสียจริง" ซิงเฟิงส่ายศีรษะค่อนข้างไม่เห็นด้วย โจวเจียวเจียวแอบเหลือบมองไปยังทิศทางที่บุรุษชุดดำจากไป หลังจากที่กลืนหายเข้าไปในความมืดแล้ว บุรุษผู้นั้นก็ราวกับไร้ร่องรอยโดยสิ้นเชิง แม้แต่ลูกน้องยังมีวิชาลึกลับที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ บุรุษชุดขาวผู้นี้คงจะร้ายกาจยิ่งกว่าเป็นแน่
ราวกับรับรู้ถึงความระแวดระวังในดวงตาของนาง ซิงเฟิงก็หัวเราะเบาๆ "แม่นาง ท่านช่างระแวดระวังมากเกินไปแล้ว"
โจวเจียวเจียวจ้องมองเขาอย่างแน่วแน่ พลันแย้มยิ้มออกมา "เช่นนั้นข้ามีคำถามข้อหนึ่ง ไม่ทราบว่าคุณชายจะยินดีตอบข้าหรือไม่?" กล่าวจบนางก็กระตุกมุมปากวิธีการพูดจาแบบนี้ นางยังคงไม่ค่อยคุ้นชิน
"เชิญแม่นางกล่าว"
"ท่านเป็นใคร? มีความสัมพันธ์เช่นไรกับฉู่สง?"
ซิงเฟิงชะงัก แม่นางอ้วนผู้นี้ช่างตรงไปตรงมาเสียจริง ในดวงตาพลันปรากฏรอยยิ้มสามส่วน กล่าวอย่างคลุมเครือ "เรื่องนี้ข้าบอกท่านมิได้ ทว่าข้าบอกท่านได้ว่า ข้าเป็นคนดี"
นี่มิเท่ากับพูดจาไร้สาระหรอกหรือ? โจวเจียวเจียวกลอกตา
ซิงเฟิงพลันเข้ามาใกล้ จ้องมองดวงตาของนางอย่างลึกซึ้ง ราวกับต้องการมองลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจนาง "ดวงเนตรของแม่นางช่างพิลาสล้ำ เลิศล้ำเกินใคร"
ในชั่วพริบตา โจวเจียวเจียวรู้สึกราวกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ปากหวานก้นเปรี้ยว! ดวงตาข้ามีอันใดน่าดู?
นางถอยหลังไปอย่างไม่ให้มีร่องรอย กลอกตาใส่อีกครา ซิงเฟิงกลับก้าวเท้าเข้ามาอีกก้าว เอามือไพล่หลังแนบลำตัว กระซิบข้างหูของนาง "แม่นางเป็นคนที่ข้าเคยพบเจอมา ที่ผ่านมาทั้งหมดน่าสนใจที่สุด"
"จะพูดก็พูดดีๆ อย่าเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้" โจวเจียวเจียวถอยหลังไปอีกก้าวอย่างรังเกียจ แคะหู
"อีกอย่าง คนที่น่าสนใจในโลกนี้มีมากมาย ท่านไม่เคยเห็น มิได้หมายความว่าไม่มี เพียงแต่ท่านมีประสบการณ์น้อยเท่านั้น"
ฮ่าๆๆ! สตรีผู้นี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก! ข้าชอบ!
ซิงเฟิงเงยหน้ามองท้องฟ้า เวลาล่วงเลยมาครึ่งคืนแล้ว "ราตรีล่วงเลยมามากแล้ว แม่นางควรพักผ่อนแต่เนิ่นๆ ข้าตั้งตารอที่จะได้พบกับแม่นางอีกครั้ง" กล่าวจบ มิรอให้โจวเจียวเจียวตอบ ก็จากไปอย่างรวดเร็ว
โจวเจียวเจียวถอนหายใจออกมา
"โฮสต์ท่านกลัวแล้ว" ระบบพลันปรากฏตัวขึ้น
"ใครกลัวกัน" โจวเจียวเจียวหันหลังเดินเข้าไปในเรือน นางมิได้กลัว เพียงแต่สัญชาตญาณบอกนางว่า บุรุษผู้นี้...มิอาจประมาทได้!
ระบบ "ขี้ขลาดก็คือขี้ขลาด"
"ไสหัวไป" โจวเจียวเจียวขี้เกียจสนใจมัน เริ่มตรวจสอบภารกิจของตน วันนี้เก็บเกี่ยวมามากมาย น่าจะสามารถเพิ่มความคืบหน้าของภารกิจได้ ทันใดนั้น สายตาของนางก็หยุดชะงัก ความคืบหน้าของภารกิจลดลงเหลือ 5%!มิได้เพิ่มขึ้น กลับลดลงเสียอย่างนั้น?
"ระบบ นี่มันเกิดอันใดขึ้น?"