ตอนที่ 32
**บทที่32 เล่ห์กลบุปผาหมายมาดบิดา**
โจวเจียวเจียว เดินทอดน่องสองมือไขว้หลัง ราวกับคุณหนูใหญ่ ไปจนถึงหน้าประตูจวนสกุลฉู่ พลางยกมือเคาะ
"ก๊อกก๊อก"
บานประตูเปิดออก เด็กรับใช้เห็นนางก็หน้าซีดเผือด หันหลังวิ่งหนีแทบไม่คิดชีวิต
"เอ๊ะ?" เหตุใดจึงต้องวิ่งหนีเล่า? โจวเจียวเจียวงุนงงยิ่งนัก นางน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
ครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา ครานี้ผู้ที่มาคือฉู่หลินนั่นเองบุรุษหนุ่มแอบมองโจวเจียวเจียวผ่านร่องประตู แววตาพลันฉายความรังเกียจเดียดฉันท์
"เจ้ามาทำสิ่งใด?"
"ข้ามีธุระด่วน"โจวเจียวเจียวตอบเสียงหนัก
"ธุระอันใดกันที่เจ้าจะมีได้?" ฉู่หลินกลอกตาใส่ แสดงออกถึงความขยะแขยงอย่างไม่ปิดบัง
"ไสหัวไปเสีย อย่าหวังจะมาพัวพันกับข้า ข้าบอกแล้วว่ามิได้ชอบพอเจ้า ชาตินี้ข้าต่อให้ต้องแต่งกับสุกร ก็ไม่มีวันร่วมเรียงเคียงหมอนกับเจ้า!"
โจวเจียวเจียว เหลือกตาใส่บุรุษตรงหน้า นางเพิ่งเคยพานพบเจอผู้ที่หลงตัวเองได้ถึงเพียงนี้!
"ข้ามิได้มาหาท่านเสียหน่อย ท่านพี่! อย่าสำคัญตนผิดไปนักเลย!"
"ชิ!"ฉู่หลินมิเชื่อคำ
โจวเจียวเจียว สีหน้าพลันมืดครึ้มลง "ข้ามาหาท่านพ่อของเจ้า"
สีหน้าของฉู่หลินแปรเปลี่ยนไป ราวกับกลืนกินแมลงวันลงท้อง แสดงความขยะแขยงออกมาอย่างปิดไม่มิด ตะโกนก้องข้ามบานประตู
"เจ้ายังมีความละอายอยู่บ้างหรือไม่? มิได้ข้า ก็หมายมาดจะแต่งกับบิดาข้า?"
"..."โจวเจียวเจียวถึงกับพูดไม่ออก
"ระบบ! ข้าอยากจะสังหารเขาให้ตายนัก!" ดวงตาของโจวเจียวเจียวลุกเป็นไฟ บุรุษผู้นี้คงเห็นว่าการมีชีวิตอยู่ช่างไร้ซึ่งความหมายกระมัง?
ระบบกระแอมไอ "ท่านจงสงบจิตสงบใจก่อนเถิด"
"เจ้าไสหัวไปให้พ้น!" ฉู่หลิน ยังคงตะโกนก้องอยู่ด้านใน
โจวเจียวเจียว ขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับเขา จึงเข้าเรื่องเสียเลย
"วันนี้ข้ามาด้วยเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกกล่าวแก่ท่านพ่อของเจ้า เกี่ยวข้องกับชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเฉียนสุ่ย ท่านรีบเปิดประตูให้ข้าเข้าไปเสีย"
"ชิ!อ้วนตุ๊ต๊ะ เจ้าอย่าหวังจะมาหลอกลวงข้า ข้าไม่มีวันเชื่อคำพูดของเจ้า" ฉู่หลิน ปักใจเชื่อว่าสตรีนางนี้ยังคงมีใจให้ตน จึงไม่ยอมเปิดประตูให้เสีย
โจวเจียวเจียวหัวเราะเย็น "อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน" กล่าวจบก็หันหลังเตรียมจากไป ทันใดนั้นก็เห็นฉู่หง เดินตรงมาจากที่มิไกลนัก
"เจ้ามีธุระอันใด?"เมื่อเห็นนางสีหน้าของฉู่หงก็มืดครึ้มลง
"แน่นอน"โจวเจียวเจียวดวงตาเป็นประกาย พลางแสร้งทำท่าทีลึกลับ
"ที่จริงเรื่องนี้ข้าไม่ควรจะพูดออกมา แต่เมื่อคำนึงถึงชาวบ้านในหมู่บ้านเราแล้ว ข้าก็อดสงสารมิได้"
"อันใด?"ฉู่หงขมวดคิ้ว รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
โจวเจียวเจียวกลับทำท่าทีลึกลับมองซ้ายแลขวา
"เมื่อคืนข้าฝันไป ในฝันมีเทพเซียนองค์หนึ่งมาบอกข้าว่า หมู่บ้านเฉียนสุ่ย กำลังจะประสบกับภัยพิบัติ ดังนั้นข้าจึงรีบมาบอกกล่าวแก่ผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่"
เทพเซียนจะมาเข้าฝันนาง? ช่างไร้สาระสิ้นดี!ฉู่หงมองโจวเจียวเจียวด้วยรอยยิ้มเยาะ มิเข้าใจว่านางกำลังเล่นกลอันใด
"ท่านไม่เชื่อ?"โจวเจียวเจียวเลิกคิ้วถามในข้อมูลกล่าวว่าฉู่หง เป็นคนเชื่อเรื่องไสยศาสตร์อย่างมาก เหตุใดจึงไม่แสดงท่าทีใดๆ เล่า?
"แม่หนูน้อยเจ้ากลับบ้านไปเถิด"ฉู่หง เชื่อเรื่องไสยศาสตร์จริง แต่เขาไม่คิดว่าโจวเจียวเจียว จะได้รับการชี้แนะจากเทพเซียน นางมีคุณสมบัติอันใด?
โจวเจียวเจียวมิได้ตื่นตระหนก กลับแตะที่แก้มของตนเอง ทำท่าทางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
"ข้านึกออกแล้ว เทพเซียนองค์นั้นสวมชุดขาวปลิวไสว หนวดเครายาวเฟื้อยใบหน้าเปี่ยมเมตตา ระหว่างคิ้วมีจุดแดงเม็ดหนึ่ง ในมือถือแส้..."
เมื่อได้ฟังโจวเจียวเจียว กล่าวออกมาอย่างละเอียด สีหน้าของฉู่หงก็ค่อยๆเคร่งขรึมขึ้น เทพเซียนที่นางกล่าวถึง เหตุใดจึงเหมือนกับเทพเซียนที่เขาบูชาอยู่ในบ้านมิผิดเพี้ยน? หรือว่าเทพเซียนมาเข้าฝันจะเป็นเรื่องจริง?
"ถูกแล้ว ท่านบอกว่าท่านชื่อ..." หัวใจของฉู่หง เต้นระรัวอย่างมิรู้ตัว
โจวเจียวเจียวลูบคาง ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ครู่หนึ่งก็ตบมือดัง"แปะ"
"อ้อข้านึกออกแล้ว!ซานชิงเต้าจวิน!"
ฉู่หงตกตะลึงงัน ชื่อนั้นก็เหมือนกันอีกด้วย! เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "เจ้าเข้ามาข้างในก่อนเถิด"
โจวเจียวเจียวกลับส่ายหน้า"ไม่ได้ ข้าเข้าไปตอนนี้ไม่ได้"
"หมายความว่าอย่างไร?" ฉู่หงเริ่มไม่พอใจแล้วหรือว่าโจวเจียวเจียวกำลังจะเล่นแง่?
โจวเจียวเจียว เงยหน้ามองดวงอาทิตย์ พบว่าตนเองมิอาจเข้าใจเวลาในยามนี้ได้ จึงถามเขาว่า"ตอนนี้เป็นเวลาใด?"
"ซื่อสือซานเค่อ" แม้ในใจจะยังสงสัยอยู่ แต่ฉู่หงก็ยังคงตอบ
โจวเจียวเจียวกระแอมไอทำสีหน้าเคร่งขรึม
"เทพเซียนบอกว่า ข้าจะต้องเข้าไปในตอนซื่อสือซื่อเค่อ มิเช่นนั้นภัยพิบัติจะมาเยือนในทันที"
ฉู่หงจ้องมองนางเขม็ง
น้อยคนนักที่จะสามารถรักษาความสงบภายใต้สายตาของเขาได้ หากนางโกหก จะต้องมีร่องรอยให้เห็นอย่างแน่นอน!
แต่จ้องมองอยู่นาน นางกลับเพียงพึมพำอะไรบางอย่าง มิได้แสดงอาการพิรุธออกมาแม้แต่น้อย!
ฉู่หง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังไปเปิดประตู
ฉู่หลิน ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน เมื่อเห็นบิดาให้ความร่วมมือถึงเพียงนี้ ก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"ท่านพ่อ สตรีผู้นี้เห็นได้ชัดว่ากำลังโกหกหลอกลวงท่าน เทพเซียนอันใดกัน บนโลกนี้จะมีเทพเซียนได้อย่างไร? ท่านอย่าไปเชื่อนาง"
ฉู่หง เป็นคนเคารพยำเกรงต่อคำสาปแช่งและการลงโทษจากสวรรค์ เมื่อเห็นบุตรชายไม่เคารพเทพเซียน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไป
"หุบปาก!อย่าพูดจาเหลวไหล!"ฉู่หลินกัดฟันกรอดมิกล้าโต้เถียงได้แต่จ้องมองโจวเจียวเจียวอย่างอาฆาตแค้น
ในใจด่าทอว่า:อ้วนตุ๊ต๊ะจอมปลอม!
เมื่อถึงเวลาซื่อสือซื่อเค่อ โจวเจียวเจียว ก็หันหลังเดินเข้าไปในประตูจวนสกุลฉู่
"ชิ!"ฉู่หลินถ่มน้ำลายลงพื้น
โจวเจียวเจียวมองไปที่เขา"คุณชายฉู่ ท่านมีปัญหาที่ปอดหรือเปล่า? เหตุใดจึงต้องถ่มน้ำลายออกมาด้วย น่าขยะแขยงยิ่งนัก"
ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่หลิน แดงก่ำแทบจะระเบิดออกมาเป็นควัน
"นี่ไม่ใช่เสมหะ!แต่เป็น..."
"จะเป็นอันใดก็ช่าง อย่ามาถ่มน้ำลายต่อหน้าข้า ข้าเพิ่งจะกินอาหารเช้าเสร็จ ขอบคุณ" ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ โจวเจียวเจียวก็ขัดจังหวะ แล้วเดินทอดน่องไปยังห้องโถงใหญ่
ทิ้งไว้เพียงฉู่หลินที่โกรธจนหน้าเขียว
ฉู่หงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ในใจกลับใส่ใจเรื่องเทพเซียนที่ โจวเจียวเจียวกล่าวถึงมากกว่า จึงเดินตามไปยังห้องโถงใหญ่
"คราวนี้เจ้าคงจะพูดได้แล้ว"
"ยังไม่ได้"โจวเจียวเจียวส่ายหน้าไปมา ทำท่าทางราวกับเป็นร่างทรงเสียเอง
"เทพเซียนบอกว่า ข้าจะต้องอาบน้ำชำระกาย จุดธูปบูชาเสียก่อนจึงจะพูดได้"
สีหน้าของฉู่หงมืดครึ้มลงมองนางอยู่นาน ภายใต้สายตาที่ไม่เชื่อสายตาของ ฉู่หลินเขาก็พยักหน้า
ตกลงจริงๆด้วย?!ฉู่หลินเบิกตากว้าง แทบจะสงสัยว่าบิดาของตนถูกผีเข้าสิงไปแล้ว!
"ท่านพ่อ?"ฉู่หงมิได้สนใจเขา สั่งให้คนเตรียมน้ำร้อน พานางไปยังศาลบรรพชนที่บูชาซานชิงเต้าจวินโดยเฉพาะ
ฉู่หลินโกรธจนแทบคลั่ง แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียง จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ในศาลบรรพชนโจวเจียวเจียว มองไปที่รูปปั้นเทพเซียน พบว่าเหมือนกับข้อมูลที่ระบบให้มาไม่มีผิดเพี้ยน
หลังจากที่นางจุดธูปกราบไหว้อย่างเคร่งครัดแล้ว ฉู่หงจึงเอ่ยปาก
"ตอนนี้เจ้าคงจะพูดได้แล้วกระมัง?"
โจวเจียวเจียวยังคงไม่ตอบในทันทีกลับหันกลับมาถามว่า "เมื่อคืนท่านจัดการกับสตรีผู้นั้นอย่างไร?"
ฉู่หง แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาในทันที "เจ้าถามเรื่องนี้ทำไม?"
"ที่จริงเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับสตรีผู้นั้นอยู่บ้าง" โจวเจียวเจียวแสร้งทำท่าทีลึกลับ"เทพเซียนบอกว่า ช่วงนี้ในหมู่บ้านจะมีงานมงคลสมรสเกิดขึ้น แต่คู่บ่าวสาวนั้นดวงชะตาขัดกัน ไม่สามารถแต่งงานกันได้"
นางพูดช้าๆทีละคำทีละประโยค ในสายตาของผู้อื่นดูเหมือนจะพูดด้วยความเคารพ แต่มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าที่เป็นเช่นนั้น เพราะนางไม่คุ้นชินกับการพูดจาที่สละสลวย เกรงว่าจะพูดผิดเท่านั้นเอง
"เกี่ยวข้องกับสตรีผู้นั้นอย่างไร?"
โจวเจียวเจียวเตือนว่า"ท่านลืมไปแล้วหรือ? เมื่อวานคุณชายฉู่บอกว่ารักใคร่ชอบพอกับสตรีผู้นั้น หากคุณชายฉู่จะแต่งงานกับนาง..."