ตอนที่ 33

##บทที่33 มิอาจปล่อยให้พวกมันสมพงศ์

"อนิจจา!ช่างเหลวไหลสิ้นดี!"

โจวเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็ให้รู้สึกขบขันระคนสมเพช นี่มันเรื่องอันใดกันหนอ? ฉู่หงช่างเป็นคนที่ถูกหลอกง่ายดายยิ่งนัก!

ครั้นหวนนึกถึงท่าทีที่โจวเจียวเจียวแสดงออกว่าชื่นชอบบุตรชายของตนมาโดยตลอด ฉู่หงก็พลันตระหนักว่านี่คงเป็นกลอุบายที่นางสร้างขึ้นเพื่อขัดขวางการสมรสของบุตรชายเป็นแน่แท้ ใบหน้าของเฒ่าฉู่จึงบึ้งตึงลงทันที

"เรื่องนี้จงยุติเพียงเท่านี้ อย่าได้กล่าววาจาเหลวไหลอีก มิเช่นนั้นข้าจะส่งตัวเจ้าให้ทางการลงทัณฑ์!"

โจวเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียง "เชอะ!"ในลำคอ "ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านคงไม่เชื่อ ข้ายังมีหลักฐานยืนยันว่าข้ามิได้กล่าวเท็จ"

ฉู่หงมิใคร่อยากฟังสิ่งใดอีก "ส่งแขก!" วันนี้ถูกนางหลอกล่อเช่นนี้ วันหน้าเขาจักต้องทวงคืนอย่างสาสมเป็นร้อยเท่าพันทวี!

"ท่านรีบร้อนไปใย? เทพเซียนมิได้บอกกล่าวข้าเพียงเท่านี้" โจวเจียวเจียวหาได้สะทกสะท้าน

"เฮอะ! ยังจะดื้อรั้นอยู่อีก?" เห็นนางยังมิยอมลดละ ฉู่หงก็ให้ขบขันปนระอา "เช่นนั้นจงว่ามา หากเจ้ามิอาจกล่าวสิ่งใดที่เป็นแก่นสารได้ วันนี้เจ้าอย่าหวังว่าจะจากไปโดยง่าย!"

"ท่านลองดูนี่เสียก่อน" โจวเจียวเจียวล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นส่งให้

จะเป็นสิ่งใดไปได้เล่า? มิใช่เพียงอุบายหลอกลวงกระนั้นหรือ? ฉู่หงเหลือบมองอย่างขอไปที ทว่าสายตากลับจับจ้องอยู่ที่กระดาษแผ่นนั้นมิอาจละไปได้

"นี่...นี่มัน..."

วันเดือนปีเกิดเหล่านี้... เหตุใดจึงเหมือนกับที่เขาเพิ่งส่งไปยังจวนสกุลซุนเพื่อทำสัญญาหมั้นหมายมิผิดเพี้ยน?! ฉู่หงหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาพิจารณาแล้วพิจารณาอีก จากนั้นเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว จ้องมองโจวเจียวเจียวด้วยสายตาคมกริบ

"เจ้าได้สิ่งนี้มาจากที่ใด?"

"เทพเซียนประทานให้" โจวเจียวเจียวกล่าวด้วยท่าทีสงบราบเรียบ ทว่าในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดราวถูกมีดกรีด "ระบบสารเลวนั่น! ต้องการวันเดือนปีเกิดของชายหญิงคู่นั้นถึงกับริบเงินข้าไปตั้งร้อยตำลึงทอง! วันหน้าข้าจักต้องทุบตีมันให้ตาย!"

"นี่หมายความว่ากระไร?" ฉู่หงถามอย่างร้อนรน โจวเจียวเจียวกลับตอบอย่างเชื่องช้า "เทพเซียนกล่าวว่าวันเดือนปีเกิดทั้งสองนี้ขัดแย้งกัน มิอาจครองคู่"

ในใจของฉู่หงเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ สายตาจับจ้องอยู่ที่กระดาษแผ่นนั้นอย่างมิยอมละ วันเดือนปีเกิดของฉู่หลินและซุนไป๋จื่อมิเคยรั่วไหลออกไป คนภายนอกย่อมมิอาจล่วงรู้ได้

หรือว่า... โจวเจียวเจียวมิได้โกหก? เป็นเทพเซียนที่บอกกล่าวแก่นางจริงๆ?

โจวเจียวเจียวสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเขา ทว่ายังคงแสร้งทำเป็นตกใจ "หรือว่าวันเดือนปีเกิดนี้เป็นของสตรีผู้นั้นจริงๆ?"

สีหน้าของฉู่หงแปรเปลี่ยนไปมา มิได้ตอบสิ่งใด โจวเจียวเจียวจึงถือว่าเขายอมรับโดยปริยาย นางเริ่มถอนหายใจเสียงดัง "อันที่จริงข้าก็มิอยากขัดขวางวาสนาของใคร ทว่าเทพเซียนกล่าวได้แม่นยำยิ่งนัก เพื่อสกุลฉู่ของท่าน ท่านจงอย่าได้ให้เขาแต่งงานกับสตรีผู้นั้นเป็นอันขาด!"

ฉู่หงกัดฟันกรอด มือที่กำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนข้อกระดูกซีดขาว "เฮ้อ!ท่านผู้เฒ่าฉู่ท่านจงใคร่ครวญให้ดี อย่าได้ให้คุณชายใหญ่ฉู่แต่งงานกับสตรีผู้นั้น สตรีที่มีดวงแข็งเช่นนี้ยากจะควบคุม นางยังมิสู้ซุนไป๋จื่อเสียอีก" โจวเจียวเจียวทำทีเป็นห่วงใยเขาอย่างยิ่ง

ฉู่หงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแทบกระอัก ทั้งสองคนนี้ก็คือคนๆเดียวกัน สตรีผู้นี้แต่งมิได้ เช่นนั้นซุนไป๋จื่อก็แต่งมิได้เช่นกัน!

"เทพเซียนได้กล่าวถึงภัยพิบัติอันใดหรือไม่?" ในใจของฉู่หงยังคงมีความหวังริบหรี่ หากภัยพิบัติมิได้ร้ายแรงนัก สกุลฉู่ของเขาก็...อาจกัดฟันยอมรับได้ อย่างไรเสียก็มิอาจขัดใจท่านซุนผู้มีที่ดินมากมาย

โจวเจียวเจียวทำท่าทางลึกลับ "เทพเซียนกล่าวว่า วันเดือนปีเกิดของคนทั้งสองนี้ขัดแย้งกัน ยิ่งอยู่ห่างกันยิ่งดี หากดึงดันที่จะอยู่ด้วยกัน สวรรค์จะลงทัณฑ์!"

สีหน้าของฉู่หงซีดเผือด โจวเจียวเจียวยังคงกล่าวต่อไป "ท่านวางใจเถิด เทพเซียนกล่าวว่าการลงทัณฑ์จะเริ่มจากคนรอบข้างก่อน ในตอนแรกจะเกิดภัยพิบัติในหมู่บ้าน เมื่อคนรอบข้างล้มตายไปเกือบหมดแล้วจึงจะถึงคราวคนในครอบครัว"

นี่มันดวงพิฆาตชัดๆ! แม้ฉู่หงจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด แต่ในขณะนี้ในใจก็ตื่นตระหนกยิ่งนัก "แล้วการลงทัณฑ์จากสวรรค์จะเป็นเช่นไร?"

"ข้าก็มิอาจทราบได้"โจวเจียวเจียวแบมือ"เทพเซียนมิได้กล่าว บอกเพียงว่าเป็นการลงทัณฑ์ที่ร้ายแรงยิ่งนัก จะส่งผลกระทบต่อคนทั้งหมู่บ้าน มิมีผู้ใดรอดพ้น"

สีหน้าของฉู่หงแปรเปลี่ยนไปมา ในใจเริ่มคิดฟุ้งซ่าน ตามหลักแล้วปีนี้ดินฟ้าอากาศเป็นใจ มิควรมีภัยพิบัติใดๆเกิดขึ้น แต่พอได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ ในใจก็เริ่มไม่มั่นคง

"ท่านอย่าได้ให้พวกเขาสมรสกันเป็นอันขาด!" โจวเจียวเจียวกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ฉู่หงเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมลึกล้ำยิ่งนัก สีหน้าจึงกลับคืนสู่ปกติอย่างรวดเร็ว เขามองนางแวบหนึ่งเก็บกระดาษแผ่นนั้น

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องของครอบครัวข้า?"

"มิใช่หรือ?" โจวเจียวเจียวถ่มน้ำลายในใจ ไอ้จิ้งจอกเฒ่า ยังคิดจะปฏิเสธอีกหรือ?

"มิใช่"ฉู่หงปฏิเสธทันที

"โอ้?" ยังจะแสดงละครกับนางอีกหรือ? ได้! นางก็แสดงเป็นเช่นกัน ใครกันจะแสดงมิเป็น?

"หากมิใช่เรื่องของบ้านท่านกำนัน ก็ดีไป แต่ขอความกรุณาช่วยสังเกตการณ์ด้วย หากมีบ้านใดที่มีวันเดือนปีเกิดเช่นนี้ อย่าได้ให้พวกเขาครองคู่กันเป็นอันขาด"

"เรื่องนี้เจ้าอย่าได้ยุ่งเกี่ยว" ฉู่หงมิได้ตอบรับ กลับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "ความฝันของเจ้าเหลวไหลเกินไป หากกล่าวออกไปผู้อื่นคงมิเชื่อ จงเก็บไว้เป็นความลับเสียก่อน มิเช่นนั้นผู้คนจะมองว่าเจ้าเป็นคนวิกลจริต"

"แต่..."

"ข้าก็ทำเพื่อคนทั้งสอง" ฉู่หงกล่าวด้วยความอดทน "ถึงแม้ข้าจะมิรู้ว่าเป็นผู้ใด แต่หากกล่าวออกไปจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพวกเขา"

"นายท่าน เขากำลังหลอกลวงท่าน" ระบบกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

"มิต้องเจ้าบอกข้าก็รู้" โจวเจียวเจียวเยาะเย้ยในใจ ไอ้จิ้งจอกเฒ่ากลัวว่านางจะแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป จนการสมรสต้องล่มอย่างแน่นอน เพราะถึงแม้เขาจะเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง แต่ชาวบ้านคงมิยอมเสี่ยง

"ได้ยินหรือไม่?"ฉู่หงถามอีกครั้ง

โจวเจียวเจียวยักไหล่ มิได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ตบก้นแล้วหันหลังเดินจากไป ก่อนจากไปยังมิอาจลืมเตือน "ท่านอย่าลืมสังเกตการณ์ หากมีคนเช่นนี้ อย่าได้ให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน!"

ฉู่หงโกรธจนตาแทบถลน เมื่อเห็นร่างของนางลับสายตาไปแล้ว จึงยกมือตบโต๊ะเสียงดัง "ปัง!"

ฉู่หลินเดินเข้ามาพอดี สะดุ้งตกใจ"ท่านพ่อเป็นกระไรไป?" เขาหวนนึกถึงโจวเจียวเจียวที่เดินจากไปก่อนหน้านี้ ท่าทางของนางดูราวกับว่าประสบความสำเร็จ เขาจึงรู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง "ท่านพ่อ ไอ้อ้วนเมือกนั่นกล่าวสิ่งใดกับท่านหรือ?"

"มิมีสิ่งใด มิมีธุระอันใดก็อย่าได้สอดรู้สอดเห็น" ในใจของฉู่หงว้าวุ่น มิคิดจะบอกกล่าวสิ่งใดแก่เขา ด้วยนิสัยของบุตรชายหากล่วงรู้เรื่องนี้ คงต้องโวยวายอย่างแน่นอน

ฉู่หลินยู่ปากอย่างไม่เห็นด้วย "ข้ามิได้สอดรู้สอดเห็น ท่านพ่ออย่าได้เชื่อคำพูดของนาง ไม่ว่านางจะกล่าวสิ่งใดล้วนเป็นการหลอกลวง นางสตรีผู้นั้นยังคงปักใจรักใคร่ข้า"

ฉู่หงหวนนึกถึงคำพูดของโจวเจียวเจียว ในใจก็รู้สึกอึดอัดยิ่งนัก การสมรสที่ราบรื่นเช่นนี้ หรือจะต้องล่มลงเพียงเพราะเรื่องนี้? ยิ่งคิดฉู่หงก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด ปวดขมับขึ้นมา

ฉู่หลินนึกขึ้นได้ว่าวันนี้บิดาของเขาออกไปทำธุระที่บ้านสกุลซุนตั้งแต่เช้าตรู่ จึงกล่าวอย่างอึกอัก"ท่านพ่อ สัญญาหมั้นหมายได้ส่งไปยังบ้านสกุลซุนแล้วหรือไม่?"

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ฉู่หงก็ยิ่งหงุดหงิดมิอยากฟังสิ่งใดอีก จึงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา "เรื่องนี้ยังต้องรอต่อไป"

"ท่านพ่อ!"ฉู่หลินมิเข้าใจ เห็นได้ชัดว่าตอนที่ออกจากบ้านในเช้าวันนี้ท่านพ่อยังมีความสุขดี เหตุใดพอกลับมาจึงเปลี่ยนไป? หรือเป็นเพราะโจวเจียวเจียว?

ฉู่หงรู้สึกว้าวุ่นใจยิ่งนัก ยกมือตบโต๊ะ "ถึงแม้เจ้าจะเป็นบุรุษ แต่เจ้าก็ควรระมัดระวังตัว อย่าได้เอ่ยชื่อสตรีอยู่ตลอดเวลา จะมีความเจริญอันใด?"