ตอนที่ 37

##ตอนที่37 เจ้าช่างเป็นนักแสดงโดยแท้

รุ่งอรุณแห่งวันใหม่...

ฉู่หงยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา ประตูห้องพลันถูกกระหน่ำทุบดังสนั่นหวั่นไหว เขาเบิกดวงตาขึ้น แววตานั้นแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ค่ำคืนที่ผ่านมาด้วยเรื่องอัคคีภัย เขาพลิกกายไปมานานกว่าจะข่มตาหลับลงได้ บัดนี้ศีรษะราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

"มีเรื่องอันใด?" เสียงทุบประตูทุเลาลงเล็กน้อย

คนรับใช้ร้องเสียงร้อนรน "ท่านเจ้าเรือนโปรดรีบไปดูเถิด เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" ฉู่หงขมวดคิ้วลุกขึ้นเปิดประตู

"เรื่องใหญ่อันใด?"

"ท่านเจ้าเรือน โจวเจียวเจียวกำลังกล่าวอันใดบางอย่างแก่ชาวบ้าน ณลานเล็ก นางว่าฝันเห็นเทพเซียน ข้าน้อยแอบฟังได้ความ ราวกับว่าเกี่ยวข้องกับตระกูลฉู่ของพวกเรา..." ในใจฉู่หงพลันกระตุกวูบ

ไอ้เด็กตายยากนั่นกล้าพูดจริงรึ?!

"บัดนี้นางยังอยู่ที่ลานเล็กนั่นหรือไม่?"

"ยังอยู่ขอรับ ข้าน้อยฟังไปได้ครึ่งทางก็รู้สึกไม่ดี จึงรีบกลับมารายงานท่าน" ในใจฉู่หงบังเกิดเพลิงโทสะไร้ที่มา

เขาบอกนางแล้วมิใช่หรือ ว่าอย่าได้เที่ยวพูดจาไปทั่ว!

ไอ้เด็กตายยากนี่ กล้าเอาคำของเขาไปทิ้งขว้างเสียได้!

น่าชังนัก!

"ไปไปดูเสียหน่อย" ฉู่หงกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อคนรับใช้เห็นว่าเขายังคงสวมเพียงเสื้อชั้นใน ก็รีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมให้

ในใจฉู่หงเดือดดาลราวกับไฟสุมทรวง รีบรุดไปยังลานเล็กเมื่อยังอยู่แต่ไกล ก็เห็นผู้คนห้อมล้อมกันแน่นขนัด ทั้งชายหญิงชราเด็ก แม้แต่สุนัขเหลืองหน้าหมู่บ้านก็ยังกระดิกหางฟังอยู่

"ข้าจะบอกพวกท่านให้รู้ ความฝันของข้าเป็นความจริง! ตอนนั้นเทพเซียนกล่าวเช่นนั้นก็ทำให้ข้าตกใจแทบแย่ เดิมทีข้าก็มิใคร่เชื่อ แต่เมื่อได้ยินว่าป่าไม้เกิดเพลิงไหม้ ข้าจึงคิดใคร่ครวญ นี่มิใช่เทพเซียนมาเข้าฝันดอกหรือ? มิเชื่อก็มิได้แล้ว" ฉู่หงเบียดเสียดเข้าไปดู

ท่ามกลางฝูงชน มีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ กำลังกล่าวจาฉะฉาน รูปร่างกำยำบึกบึนนั้น มิใช่โจวเจียวเจียวแล้วจะเป็นใคร?

ผู้คนต่างซุบซิบนินทากันเซ็งแซ่

"เฮ้อ โจวเจียวเจียวกล่าวมาเป็นความจริงรึ?"

"ข้าว่าน่าจะเป็นจริง ท่านดูแต่ก่อนเถิดเด็กคนนี้อ้วนท้วนมิหนำซ้ำยังโง่งม หากมิมีเทพเซียนชี้แนะ ไฉนเลยจึงฉลาดเฉลียวเช่นนี้ได้?"

"ถูกต้องๆ แถมข้ายังเห็นว่านางผอมลงเล็กน้อย ต้องเป็นเพราะเทพเซียนดลบันดาลแน่แท้"

"ถ้าเช่นนั้นอัคคีภัยเมื่อคืน เป็นการลงทัณฑ์จากสวรรค์รึไม่?" เมื่อฉู่หงได้ยินถึงตรงนี้ ก็รู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ

จักพังพินาศแล้ว!

เป็นดังคาดในชั่วพริบตาก็มีผู้เอออวยตาม

"จริงด้วยหากมิใช่เหตุอันใด ไฉนไฟจึงลุกโหมกระหน่ำขึ้นมาโดยมิมีปี่มีขลุ่ย?"

"อ๊ะข้าเข้าใจแล้ว!" พลันมีผู้หนึ่งร้องอุทานขึ้น ผู้คนต่างหันไปมอง พบว่าเป็นสตรีผู้หนึ่ง

ฉู่หงก็ตกใจจนหัวใจแทบจะทะลุออกมาจากอก

ดวงตาสตรีผู้นั้นเป็นประกาย

"เมื่อวานสามีข้าไปช่วยดับไฟ เขาบอกข้าว่าเห็นซุนไป๋จื่อกับฉู่หลิน สองคนนั้นเสื้อผ้าหลุดลุ่ย มิหนำซ้ำยังอยู่ในสภาพทุลักทุเล น่าจะหนีออกมาจากป่าที่กำลังลุกไหม้อย่างรีบร้อน!"

"อันใดนะ?จริงรึ?"

"จริงแท้แน่นอน" ชายผู้หนึ่งที่เคยร่วมดับเพลิงกล่าวขึ้น

"ข้าก็เห็นซุนไป๋จื่อกับฉู่หลินด้วยตาตนเอง เกรงว่าคู่หมั้นคู่หมายที่เทพเซียนกล่าวว่าชงกันก็คือคนทั้งสองนี้เอง" ผู้คนต่างส่งเสียงแสดงความเสียใจระคนหวาดกลัว

ท้ายที่สุดแล้วต่างก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หากเกิดเรื่องขึ้นก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย!

"เป็นซุนไป๋จื่อหรือ?" โจวเจียวเจียวแสดงความตกตะลึง

"เจ้าไม่รู้รึ?"สตรีผู้นั้นถาม

"ข้าไม่รู้ ข้าเพียงแต่ได้ยินว่าเกิดเพลิงไหม้ ในใจกระวนกระวาย จึงนำความฝันมาเล่าให้ทุกท่านฟัง" โจวเจียวเจียวทำสีหน้าเลิ่กลั่ก แสดงความตกใจและสับสนได้อย่างแนบเนียน

"โฮสต์ เจ้าช่างเป็นนักแสดงโดยแท้!" ระบบอยากจะยกนิ้วให้

ยังต้องให้เจ้าชมอีกรึ?

โจวเจียวเจียวแสดงได้เข้าถึงบทบาทจนมิมีเวลาสนใจมัน

นางยังคงแสดงต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ทุกท่านอย่าได้กล่าวเช่นนี้เลย แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง แต่หากแพร่งพรายออกไปก็จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของตระกูลฉู่"

ชื่อเสียง?

เมื่อมีผู้หนึ่งได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะเยาะออกมาทันที

เมื่อมีผู้หนึ่งหัวเราะ ก็พาให้ผู้คนข้างหลังหัวเราะตาม

สตรีผู้นั้นหัวเราะจนน้ำตาไหล

"ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่รึ เด็กหญิงตระกูลโจว สองพี่น้องตระกูลฉู่นั้นจะมีชื่อเสียงอันใดเหลืออยู่อีก?"

"ใช่แล้ว!" ผู้คนต่างเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง เห็นได้ชัดว่าดูแคลนตระกูลฉู่อย่างมาก

เพียงแต่ในยามปกติมิกล้ากล่าวออกมาเท่านั้น

"ทุกท่านหัวเราะอันใดกัน?" ผู้คนพลันชะงักหันหลังกลับไปช้าๆ ก็เห็นฉู่หงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าดำคล้ำ

ในดวงตาเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดข่ม

การนินทาว่าร้ายผู้อื่นลับหลังถูกจับได้คาหนังคาเขา

ช่างน่ากระอักกระอ่วนยิ่งนัก!

หลังจากความเงียบงัน ก็มิรู้ว่าเป็นผู้ใดที่แอบย่องหนีไปก่อน

จากนั้นก็เป็นคนที่สอง... คนที่สาม...

ในที่สุดลานเล็กก็เหลือเพียงโจวเจียวเจียวและฉู่หง

โจวเจียวเจียวทักทายด้วยรอยยิ้ม

"ท่านเจ้าเรือนฉู่สวัสดีตอนเช้า ข้าเห็นว่าขอบตาของท่านดำคล้ำเล็กน้อย เมื่อวานนอนหลับไม่สนิทรึ?"

ถามทั้งที่รู้แก่ใจ!

ศีรษะของฉู่หงปวดแปลบ ใบหน้าดำมืดราวกับหมึก

"เจ้าลืมสิ่งที่รับปากข้าแล้วรึ?" โจวเจียวเจียวชะงักงัน "ข้ารับปากท่านเรื่องอันใด?"

ยังจะมาทำเป็นไขสืออีกรึ?!

เส้นเลือดที่ขมับของฉู่หงกระตุก

"ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าอย่าได้นำเรื่องนี้ไปแพร่งพราย!" โจวเจียวเจียวชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เบิกตากว้าง

"อ๊ะข้าลืมไป!ขออภัยด้วย เมื่อครู่ข้าได้ยินทุกท่านพูดถึงเรื่องเพลิงไหม้ เผลอพลั้งปากพูดออกไป"

ฉู่หงกัดฟันกรอด "เรื่องที่เป็นความลับถึงเพียงนี้ เจ้ากลับพลั้งปากพูดออกไปได้อย่างไร?!"

เขากำลังโกรธจริงๆ!

อีอ้วนคงจงใจเป็นแน่!

โจวเจียวเจียวก้มหน้าลง ทำท่าทีสำนึกผิด

แต่ทว่ามุมปากกลับยกขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

ข้าจงใจแล้วเจ้าจักทำอันใดได้?

ฉู่หงกลัวว่าตนเองจะถูกทำให้โกรธจนตาย ไม่อยากกล่าวอันใดให้มากความ โบกมือไปมา

"รีบกลับไปเถิด ต่อไปหากมิมีเรื่องอันใด อย่าได้ออกมาวิ่งเล่นโดยพลการ" โจวเจียวเจียวพยักหน้า แต่ทว่าร่างกายกลับมิขยับเขยื้อน แม้กระทั่งสีหน้ายังแสดงออกถึงความลังเล

ฉู่หงขมวดคิ้ว "เจ้ามีอันใดจะกล่าว?"

"หากเจ้ามีเรื่องอันใด ก็จงกล่าวออกมาตรงๆ"หากเป็นยามปกติฉู่หงคงมิใส่ใจนาง

แต่บัดนี้นางได้รับการชี้แนะจากเทพเซียน หากพลาดอันใดไป...

"ท่านท่านฝันอีกแล้วรึ?"

"ใช่แล้ว" โจวเจียวเจียวตอบอย่างตรงไปตรงมา

ในใจฉู่หงพลันตกใจ เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนี้ของนาง ก็รู้สึกว่าจักพังพินาศ

เกรงว่าความฝันนี้คงมิสู้ดีนัก

"เจ้าฝันเห็นอันใด?" โจวเจียวเจียวเหลือบมองไปรอบๆ

"ที่นี่ไม่สะดวกที่จะกล่าว" ฉู่หงครุ่นคิดเล็กน้อย ก็เห็นว่ามีเหตุผล

แม้ว่าชาวบ้านจะแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีผู้คนสัญจรผ่านไปมา

ในทันที จึงพานางไปยังที่เปลี่ยว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้คนอยู่โดยรอบ

"กล่าวมาเถิด" โจวเจียวเจียวถอนหายใจแผ่วเบา

หัวใจของฉู่หงถูกทำให้สั่นคลอนขึ้นมาทันที

"เจ้ารีบกล่าวมา!" โจวเจียวเจียวขยับเข้าไปใกล้เขา กระซิบกระซาบอย่างลับๆ "เมื่อวาน ข้าฝันเห็นเทพเซียนอีกแล้ว เขากล่าวกับข้าว่าแท้จริงแล้วไฟเมื่อวานคือการลงทัณฑ์!"

ดวงตาของฉู่หงพลันมืดมัว!

เป็นเช่นนั้นจริงๆ!

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรักษาความสงบ

"แล้วอย่างไรต่อ?"

"ไม่มีแล้ว"โจวเจียวเจียวแบมือ

"เพียงเท่านี้?"ฉู่หงเบิกตาโต

"อืมไม่มีแล้ว!" โจวเจียวเจียวกระพริบตา ทำสีหน้าไร้เดียงสา

???

ฉู่หงรู้สึกอึดอัดจนพูดไม่ออก