ตอนที่ 38
**บทที่38 บุรุษผู้นั้นสิ้นชีพด้วยเหตุแห่งเจ้า**
"ฮึ! แม่เนื้ออ้วนผู้นี้คิดจะล่อหลอกกระนั้นรึ?"
ฉู่หงจ้องมองโจวเจียวเจียวเขม็งอยู่ครู่ใหญ่ เก็บงำเพลิงโทสะไว้ในอก เตรียมหันหลังจากไปทว่าโจวเจียวเจียวกลับกล่าวขึ้นอีกครา"โอ๊ะ!จริงสิ ท่านเทพยังตรัสไว้อีกประโยคหนึ่ง"
ฉู่หงชะงักฝีเท้า"ว่ากระไร?"
โจวเจียวเจียวถอนหายใจ "หากผู้กระทำชั่วมิได้รับการลงทัณฑ์ ภัยพิบัติจักทวีคูณลงทัณฑ์แก่คนในครอบครัวของผู้กระทำชั่วนั้น"
ฉู่หงถึงกับตะลึงงัน คล้ายมีสิ่งใดแวบเข้ามาในห้วงความคิด สีหน้าของเขาพลันซีดเผือด ดวงตาฉายแววหวาดหวั่น
"คอยดูเถิด ข้าจักทำให้เจ้าขวัญหนีดีฝ่อ!" โจวเจียวเจียวแอบยิ้มในใจ
อย่าได้มองว่าฉู่หง ทำทีเป็นผู้ดีมีศีลธรรม แท้จริงแล้วมิได้ดีไปกว่า ฉู่สงสักเท่าใด เพียงแต่รายหนึ่งคือคนเลวโดยสันดาน ส่วนอีกรายคือคนดีจอมปลอมเท่านั้น สังเกตจากสีหน้าก็รู้ได้ว่า เขาคงจะนึกถึงเรื่องราวอดีตอันดำมืดของตนเอง
ครู่ใหญ่ฉู่หงคล้ายจะสงบลงได้นัยน์ตาเป็นประกาย "เจ้าได้บอกเรื่องนี้แก่ผู้ใดหรือไม่?"
"ยังมิได้บอก"
"เช่นนั้นก็อย่าเพิ่งกล่าวออกไป เกรงว่าผู้คนจักตื่นตระหนก" ฉู่หงมีความกังขาอยู่ในใจ แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
โจวเจียวเจียวกลอกตาไปมา มิได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
ฉู่หง ถูกหลอกลวงไปแล้วครั้งหนึ่ง หากมิได้ยินนางตอบรับด้วยตนเอง ย่อมมิอาจวางใจได้
"คำที่ข้ากล่าวเจ้าจำได้หรือไม่? ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อหมู่บ้าน เจ้าจงอย่าได้แพร่งพรายออกไป" โจวเจียวเจียว แสดงสีหน้าลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ตอบรับ
ฉู่หง แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทันใดนั้น เหลือบเห็นเงาร่างหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ถึงกับชะงักงันรีบหันขวับไปมอง บุรุษผู้นั้นวิ่งหนีไปเสียแล้ว!
เพียงแต่แผ่นหลังนั้นช่างคุ้นตา ราวกับ...หมอจ้าว ผู้ชอบสอดรู้สอดเห็นที่สุดในหมู่บ้าน! หรือว่าเขาจะได้ยินเรื่องราวทั้งหมดไปแล้ว?
สีหน้าของฉู่หงเปลี่ยนไปมิใส่ใจโจวเจียวเจียวอีกต่อไปก้าวเท้าตามไปติดๆทว่าหมอจ้าวเดินเร็วมากเขาตามไม่ทัน สุดท้ายจึงจำต้องหันหลังกลับไปยังลานเล็กๆ อย่างเสียไม่ได้
"คนเล่า?"ไฉนโจวเจียวเจียวจึงหายไปด้วย?
ฉู่หง ถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ มองซ้ายมองขวาในลานยังคงว่างเปล่า เขาโกรธจนสะบัดแขนเสื้อจากไป
ยามบ่ายของวันนั้นข่าวลือต่างๆ ก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องผู้กระทำชั่วและภัยพิบัติจากสวรรค์ ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนในหมู่บ้านต่างหวาดหวั่น แม้กระทั่งมีผู้กล่าวว่า เพื่อความสงบสุขของหมู่บ้าน ควรลงโทษผู้กระทำชั่ว
ยามปกติชาวบ้านย่อมเกรงกลัวพี่น้อง ฉู่สง แต่ยามนั้นหมู่บ้านมิได้เผชิญภัยคุกคาม เมื่อใดที่ตนเองตกอยู่ในอันตราย หมู่บ้านกำลังจะล่มสลาย ใครเล่าจะยังหวาดกลัวพวกเขา? ดังนั้น ข่าวลือจึงแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วบ่ายวันเดียว ตระกูลฉู่ก็กลายเป็นคนบาปของหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉู่หลินและซุนไป๋จื่อ ข่าวลือเกี่ยวกับคนทั้งสองนั้นเลวร้ายที่สุด ลอบพบกันยามวิกาล! มิคำนึงถึงชื่อเสียง! ไร้ยางอาย!
ถึงขั้นมีผู้กล่าวว่าพวกนางทั้งสองเป็นปีศาจ! ช่างสรรหาคำที่เลวร้ายมาใส่ร้ายพวกนางได้สารพัด ราวกับตัดสินไปแล้วว่าคนทั้งสองนี้เองที่เป็นต้นเหตุให้สวรรค์ลงทัณฑ์
ซุนไป๋จื่อโกรธจนแทบคลั่งทั้งยังหวาดกลัวมิกล้าออกไปไหน ได้แต่หลบอยู่ในบ้านระบายอารมณ์ ฉู่หลินก็เช่นกัน วันนี้เขาเพิ่งก้าวเท้าออกจากบ้าน ก็ได้ยินข่าวลือต่างๆ จากภายนอก ชาวบ้านจำนวนมากกล่าวหาเขาต่อหน้าว่า เป็นภัยต่อบ้านเมือง เป็นคนชั่วช้าสามานย์ สมควรถูกสวรรค์ลงโทษ ถึงขั้นมีผู้ตะโกนจะรุมประชาทัณฑ์!
เช่นนี้แล้วเขาจะไม่หวาดกลัวได้อย่างไร?! ดังนั้น เขาจึงรีบคลานกลับบ้าน เมื่อทราบว่าฉู่หงอยู่ในศาลาริมน้ำ จึงรีบรุดไปขอความช่วยเหลือ
"ท่านพ่อ!ช่วยข้าด้วย!"ฉู่หลิน รีบร้อนวิ่งเข้ามาจากภายนอก ทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น!
ฉู่หงมิได้มองเขา เพียงแต่หลับตาลงอธิษฐานต่อเทพไท้ซังเหล่ากุงอย่างตั้งใจ
"ท่านพ่อ!หากท่านไม่ช่วยข้าข้าคงต้องตายแน่!"
ฉู่หงถอนหายใจเปิดดวงตาขึ้นนัยน์ตาฉายแววสับสน
"ข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร?"
ฉู่หลินร้องไห้สะอึกสะอื้น "เรื่องนั้นมิได้เกี่ยวข้องกับข้า!"
ฉู่หงหลับตาลงสีหน้าอึมครึม "จริงหรือว่ามิได้เกี่ยวข้องกับเจ้า?"
ฉู่หลินใจเต้นแรงพลันตื่นตระหนก "เรื่องนั้นมิใช่ข้าทำ มิใช่ข้าบีบบังคับให้นางตาย เหตุใดจึงต้องมาลงที่ข้า?"
"หลินเอ๋อร์! นางสิ้นชีพเพราะเจ้า" ถึงยามนี้แล้ว ยังคงปัดความรับผิดชอบ เรื่องเพียงเท่านี้ก็ทำให้เขาตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ แล้วต่อไปข้าจะวางใจมอบตระกูลฉู่ให้เขาได้อย่างไร?
ฉู่หลิน เห็นแววผิดหวังในดวงตาของเขา ถึงกับชะงักงันทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้สะอึกสะอื้น"ท่านพ่อ แต่นั่นมันเรื่องในอดีต"
ฉู่หงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้า เจ้ามิอาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ หากเทพเซียนลงโทษ... ตระกูลฉู่ของเราจักต้องพินาศ" เขามองไปยังศาลาริมน้ำอันโอ่อ่า แล้วหวนคิดถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลฉู่ หรือว่าทุกสิ่งจักต้องจบลงเช่นนี้? เขาไม่ยินยอม!
"ไม่จริงหรอกท่านพ่อ จะมีภัยพิบัติจากสวรรค์ได้อย่างไร?" ครั้นได้ยินคำว่า "ภัยพิบัติจากสวรรค์" ฉู่หลินก็นึกถึงโจวเจียวเจียวขึ้นมาทันที ถึงกับโกรธจนแทบคลั่ง โธ่เอ๋ย! แม่เนื้ออ้วนตายผีตนนั้นช่างกล่าววาจาให้ผู้คนตื่นตระหนก! โลกนี้จะมีภัยพิบัติจากสวรรค์ได้อย่างไร? หากมีจริง ก็คงมิใช่คราวของเขาเป็นแน่ ท่านอาสองของเขากระทำชั่วมานานปี มิใช่หรือว่าควรจะถูกฟ้าผ่าไปนานแล้ว
"ท่านพ่อ ท่านดูท่านอาน้อยของพวกเราสิ มิใช่หรือว่ายังสบายดีอยู่ เรื่องเลวร้ายที่เขากระทำมิใช่มากกว่าข้าเสียอีกหรือ?"
ฉู่หงชะงักไปเล็กน้อยมิได้ตอบ
ฉู่หลิน รู้สึกว่าตนเองกล่าวถูกแล้ว ยิ่งกล่าวก็ยิ่งมั่นใจ "ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่มีภัยพิบัติจากสวรรค์ใดๆ ทั้งสิ้น ต้องมีผู้ไม่หวังดีจงใจปล่อยข่าวลือ ต้องเป็นโจวเจียวเจียวแน่ๆ!"
ฉู่หง หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง "เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ?"
"แน่นอนต้องเป็นโจวเจียวเจียวที่มิอาจได้ข้าไปจึงเกิดความแค้น"
ฉู่หง รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาเชื่อในเรื่องเหล่านี้ แน่นอนว่าย่อมต้องการให้บุตรชายมีความเคารพยำเกรงต่อเทพเจ้า
"เจ้ามิเคยคิดเลยหรือว่า เพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อคืนวานมีสาเหตุมาจากสิ่งใด?"
ฉู่หลินถึงกับตะลึงงันแน่นอนว่าเคยคิดเพียงแต่คิดไม่ออกเมื่อพิจารณาดูดีๆ เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งยังเกิดขึ้นในยามวิกาล ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
เห็นเขาอึกอักสายตาเลื่อนลอยฉู่หง ก็รู้ว่าเขาก็มีความหวาดหวั่นอยู่ในใจเช่นกัน
"ฉู่หลิน บัดนี้เจ้ายังกล้ากล่าวได้อีกหรือว่าไม่มีภัยพิบัติจากสวรรค์?" เพลิงไหม้เมื่อคืนวานเกิดขึ้นอย่างมีเงื่อนงำ ทำให้เขามั่นใจยิ่งขึ้นว่าเทพเจ้าได้ลงทัณฑ์แล้ว
เมื่อกล่าวถึงเรื่องเพลิงไหม้ เขาก็นึกถึงฉู่สงขึ้นมาอีก "แล้วเรื่องที่จวนของท่านอาสองของเจ้าเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันก่อน เกรงว่าจะเป็นเทพยดาฟ้าดินกำลังเตือนพวกเราว่า ภัยพิบัติกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว"
ฉู่หลินหวาดหวั่นคิดหาคำอธิบายไม่ออก เพลิงไหม้ทั้งสองครั้งนี้ช่างมีเงื่อนงำยิ่งนัก
ฉู่หง ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆตัดสินใจได้ในที่สุด"ผู้ใดอยู่เฝ้าประตู จับคุณชายใหญ่ขังไว้ในห้อง ดูแลให้ดี ห้ามมิให้เขาออกไปไหนอีก"
"ขอรับท่านผู้เฒ่า" บ่าวรับใช้ยื่นมือเข้าไปประคอง ฉู่หลิน
ฉู่หลินกลับไม่ยอมไป ยังคงร้องเอะอะว่าตนเองมิได้ทำผิด
ฉู่หงตวาด"พาตัวไป!" บ่าวรับใช้มิกล้าละเลย รีบดึงฉู่หลินลงไป
ฉู่หงนวดขมับ รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง กลัดกลุ้มใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเองบ่าวรับใช้ก็กลับมา
สีหน้าของฉู่หงบึ้งตึง"มีอะไรอีก?"บ่าวรับใช้สั่นเทิ้มตอบอย่างขลาดกลัว "ท่านรองมาแล้วขอรับ"
ฉู่สงมาแล้ว?เขามาทำอะไร? เวลานี้ยังจะมาสร้างความวุ่นวายอีกหรืออย่างไร? ตอนนี้เขากำลังกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีจิตใจจะไปรับมือกับเขา
ฉู่หงโบกมือ"ให้เขากลับไป!ข้าไม่อยากพบเขา!"
"พี่ใหญ่ถึงกับไม่อยากพบข้าเลยหรือ?" เสียงยังมิมาตัวก็มาก่อนแล้ว