กลิ่นเนื้อหอมฉุยยั่วกิเลสบ้านใหญ่

เสียงฉ่าของน้ำมันในกระทะเหล็กค่อยๆ สงบลง ซูหว่านชิวสะบัดตะหลิวไม้ด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวประดุจสายน้ำ ตักเมนู 'หมูผัดหัวไชเท้า' ลงในชามดินเผาใบเก่า นี่คือการลงมือทำอาหารรสเลิศอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกนับตั้งแต่นางทะลุมิติมาสู่โลกใบนี้ แม้เครื่องปรุงในยุคโบราณจะขัดสน ทว่าด้วยฝีมือระดับแม่ครัวเอก ผสานกับวัตถุดิบชั้นยอดอย่างหัวไชเท้าหยกขาวจากมิติฟาร์ม และหยดน้ำพุวิญญาณที่แฝงพลังแห่งชีวิต อาหารจานนี้จึงเปล่งประกายเย้ายวนเกินพรรณนา

เนื้อหมูสามชั้นสีน้ำตาลทองเคลือบด้วยซอสชุ่มฉ่ำ สลับกับชิ้นหัวไชเท้าที่สุกใสจนมองทะลุเห็นเนื้อใน ไอความร้อนลอยกรุ่นพัดพากลิ่นหอมหวานปนเค็ม กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้หลั่งไหลราวกับเขื่อนแตก

เมื่อซูหว่านชิวยกชามอาหารเข้ามาในห้องโถงซอมซ่อ แสงตะเกียงน้ำมันสลัวๆ ก็สาดส่องให้เห็นใบหน้าตื่นตะลึงของหลินเอ้อร์หนิวและมารดาที่นั่งรออยู่บนเตียงเตาเก่าๆ ดวงตาของบุพการีทั้งสองเบิกกว้าง ร่างกายผอมแห้งสั่นสะท้านเมื่อเห็นประกายมันวาวของเนื้อหมูชิ้นโต

"หว่าน... หว่านชิว..." หลินเอ้อร์หนิวเสียงสั่นเครือ ชี้มือไม้สั่นไปยังชามดินเผา "นี่มันเนื้อหมูมิใช่หรือ? แล้วยังมีข้าวสารขาวสะอาดอีก... ลูกเอ๋ย บ้านรองของเราเพิ่งถูกขับไล่ออกมา ตัวเปล่าเล่าเปลือย เจ้า... เจ้าไปเอาเงินทองจากที่ใดมาซื้อของล้ำค่าปานนี้? หรือว่า..."

แววตาของคนเป็นพ่อฉายความหวาดหวั่น เขากลัวเหลือเกินว่าบุตรสาวที่เคยหัวอ่อนจะถูกความหิวโหยบีบคั้นจนหลงผิดไปทำเรื่องมิควร มารดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หน้าซีดเผือด รีบเอื้อมมือมากุมมือหยาบกร้านของซูหว่านชิวไว้แน่น

"ท่านพ่อ ท่านแม่ โปรดวางใจเถิด ข้ามิได้ขโมยหรือคดโกงผู้ใดมา" ซูหว่านชิวคลี่ยิ้มอ่อนโยน แววตาแฝงความหนักแน่นมั่นคง นางตักข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้บุพการี "เงินเหล่านี้ ข้าได้มาจากการนำผักป่าหายากที่บังเอิญขุดพบหลังภูเขาอู๋กู่ไปขายที่ตลาดเช้าตำบลผิงอันเจ้าค่ะ ผักเหล่านั้นสดใหม่และมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย เถ้าแก่หออาหารและชาวบ้านจึงแย่งกันซื้อให้ราคางาม"

หลินเสี่ยวเฉินที่เดินตามหลังมาช่วยยกน้ำแกง รีบพยักหน้าหงึกหงักช่วยยืนยัน "จริงขอรับท่านพ่อ! พี่รองเก่งกาจมาก เจรจาการค้าฉะฉานจนแม่ค้าในตลาดหน้าหงายไปตามๆ กัน พวกเราขายผักได้เงินมาหลายสิบอีแปะ ซื้อทั้งเนื้อ ทั้งข้าว และเครื่องปรุงกลับมามากมายเลยขอรับ!"

ได้ยินคำยืนยันจากบุตรชายตัวน้อย ประกอบกับรอยยิ้มมั่นใจของบุตรสาว หลินเอ้อร์หนิวจึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอ นานเท่าใดแล้วที่ครอบครัวของเขาไม่ได้กินอิ่ม นานเท่าใดแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรสชาติของเนื้อ ซูหว่านชิวคีบหมูสามชั้นชิ้นโตวางลงบนชามข้าวของบิดามารดา ก่อนจะเอ่ยเร่งเร้าให้ทุกคนลงมือทาน

ทันทีที่เนื้อหมูและหัวไชเท้าหยกขาวสัมผัสปลายลิ้น รสชาติกลมกล่อมก็ระเบิดออก ความนุ่มละมุนของเนื้อที่แทบจะละลายในปาก ผสานกับความหวานกรอบของหัวไชเท้าที่ดูดซับน้ำซอสไว้เต็มเปี่ยม สร้างความสุขล้ำลึกจนแทบกลืนลิ้น ยิ่งไปกว่านั้น พลังหยางอ่อนๆ จากน้ำพุวิญญาณยังแผ่ซ่านไปตามเส้นชีพจร หลินเอ้อร์หนิวรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลเวียนลงสู่อาการปวดเรื้อรังที่ขา ส่วนมารดาก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงที่เคยเหือดหายกำลังค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา

ขณะที่ครอบครัวบ้านรองกำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหารแห่งความสุข ภายนอกรั้วไม้ไผ่ผุพัง ท่ามกลางเงามืดของแมกไม้ ทว่ากลับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องเขม็งมายังบ้านดินซอมซ่อด้วยความริษยาจนตาแทบถลน

หลินต้าเฉียง ลุงใหญ่แห่งตระกูลหลิน ยืนหลบอยู่หลังต้นหลิวใหญ่ เขายกมือขึ้นปาดน้ำลายที่ไหลย้อยลงมาตามมุมปาก กลิ่นหอมฉุยของเนื้อผัดซีอิ๊วที่ลอยตามลมมานั้น มันช่างรุนแรงและเย้ายวนยิ่งกว่าอาหารเหลาในตัวอำเภอที่เขาเคยประจบประแจงสหายไปกินเสียอีก ท้องของเขาส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงอย่างบ้าคลั่ง

"เป็นไปได้อย่างไร..." หลินต้าเฉียงพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความสับสนปนเดือดดาล "ไอ้เป๋เอ้อร์หนิวกับนังเด็กเหลือขอพวกนั้น ถูกท่านแม่ไล่ตะเพิดออกจากกงสีมาอยู่บนเขาแห้งแล้งนี่ ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ แล้วพวกมันเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อกิน! แถมยังกลิ่นหอมฟุ้งไปไกลถึงเพียงนี้!"

ไฟแห่งความโลภลุกโชนในดวงตาของหลินต้าเฉียง เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนบ้านรองจะมีปัญญาหาเงินมาซื้อของดีเยี่ยมเช่นนี้ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ความคิดชั่วร้ายแล่นปราดเข้ามาในหัว หรือว่าตอนที่ยังอยู่บ้านใหญ่ ไอ้เป๋เอ้อร์หนิวจะแอบยักยอกเงินกงสีซ่อนเอาไว้!

คิดได้ดังนั้น หลินต้าเฉียงก็ไม่รอช้า เขารีบหมุนตัวสาวเท้าตึงตังลงจากภูเขาอู๋กู่ มุ่งหน้ากลับไปยังบ้านใหญ่ในหมู่บ้านหลีอวี่ทันที

ณ เรือนหลักของตระกูลหลิน จางกุ้ยเฟินกำลังนั่งกระแทกชามข้าวต้มใสแจ๋วลงบนโต๊ะ ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่หงิกงอ บ่นกระปอดกระแปดถึงความอัตคัดเมื่อไม่มีคนบ้านรองคอยทำงานหนักและหาผักหาฟืนมาประเคนให้ ทันใดนั้น ประตูเรือนก็ถูกผลักออกอย่างแรง หลินต้าเฉียงพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับหอบหายใจฮัก

"ท่านพี่! ท่านไปไหนมา เหตุใดจึงทำหน้าตาตื่นเช่นนั้น!" จางกุ้ยเฟินตวาดแหว

"เนื้อ... พวกมันกินเนื้อ!" หลินต้าเฉียงรีบคว้าจอกน้ำชาบนโต๊ะสาดลงคอ ก่อนจะเล่าเรื่องที่ตนบังเอิญได้กลิ่นและแอบตามไปดูจนถึงบ้านรองบนภูเขาอู๋กู่ "ข้าได้กลิ่นเนื้อผัดหอมฉุย หอมยิ่งกว่าหออาหารจินอวี้เสียอีก! ข้าเห็นกับตาว่าในครัวของพวกมันมีควันไฟลอยคลุ้ง พวกมันกำลังกินหรูหราอยู่บนเขา!"

"อะไรนะ!" จางกุ้ยเฟินผุดลุกขึ้นยืน ตะเกียบในมือร่วงหล่นลงพื้น ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและริษยาที่พุ่งทะลุปรอท "นังเด็กสารเลวซูหว่านชิว! ตอนที่ถูกไล่ออกไป พวกมันทำตัวน่าเวทนาปานจะขาดใจตาย ที่แท้ก็แอบซ่อนเงินทองของตระกูลหลินเอาไว้! เงินเหล่านั้นควรจะเป็นของลูกชายข้าเพื่อใช้สอบจอหงวน พวกมันกล้าดีอย่างไรเอาไปซื้อเนื้อกินหน้าตาเฉย!"

"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีเล่า?" หลินต้าเฉียงถามอย่างร้อนรน ความหิวโหยทำให้เขาลืมเลือนความหวาดกลัวต่อหนังสือตัดขาดญาติที่ซูหว่านชิวเคยข่มขู่ไว้จนหมดสิ้น

จางกุ้ยเฟินแค่นเสียงเย็นชา ริมฝีปากเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทำอย่างไรหรือ? ก็ขึ้นเขาไปทวงของของเราคืนน่ะสิ! คืนนี้แหละ เราจะบุกไปจับขโมยให้คาหนังคาเขา ถ้าพวกมันอ้างว่าหาเงินมาเอง เราก็จะขู่ให้มันมอบสูตรอาหารหรือเนื้อทั้งหมดมาเป็นค่ากตัญญูชดเชยที่เคยเลี้ยงดูมา หากมันขัดขืน ข้าจะแฉให้ชาวบ้านรู้ว่าพวกมันอกตัญญู ลักขโมยเงินกงสี!"

สองสามีภรรยาบ้านใหญ่มองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความละโมบ พวกเขารีบคว้าตะเกียงและไม้ตะพด ก้าวเท้าฉับๆ ฝ่าความมืดมิดของยามราตรี มุ่งหน้าขึ้นสู่ภูเขาอู๋กู่อย่างมาดร้าย หวังจะกอบโกยผลประโยชน์จากครอบครัวที่พวกตนเพิ่งทอดทิ้งไป

ในขณะเดียวกัน ณ บ้านดินซอมซ่อ ซูหว่านชิวที่กำลังเก็บกวาดชามข้าว จู่ๆ ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขึ้นจากการดื่มน้ำพุวิญญาณก็ทำให้หูของนางกระตุก นางได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ สองคู่กำลังย่ำเหยียบกิ่งไม้แห้ง มุ่งตรงมายังทิศทางของบ้านอย่างเร่งรีบ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของแม่ครัวสาว นางปรายตามองลอดช่องหน้าต่างไปยังรั้วไม้ไผ่ที่พังทลายจนเตี้ยเรี่ยดิน

'กลิ่นเนื้อคงไปยั่วสุนัขจรจัดให้แห่กันมาสินะ... ดูท่าพรุ่งนี้ข้าคงต้องหาทางสร้างรั้วให้แน่นหนาเสียแล้ว' ซูหว่านชิวคิดในใจ ขณะที่มือเรียวคว้าทัพพีเหล็กขึ้นมาถือไว้มั่น ทันใดนั้นเอง...

"ปัง!"

เสียงถีบประตูรั้วที่พังอยู่แล้วให้ล้มครืนลงดังสนั่น พร้อมกับเสียงแผดร้องแหลมปรี๊ดของจางกุ้ยเฟินที่ดังแหวกอากาศยามค่ำคืน

"ไอ้พวกหัวขโมยเนรคุณ! ออกมาเดี๋ยวนี้ แอบเอาเงินตระกูลหลินไปซื้อเนื้อกินงั้นรึ หน้าด้านนัก!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แผนล้อมรั้วภูเขาอู๋กู่]**