ตอนที่ 219
***บทที่ 219: แผนใส่ร้ายป้ายสี***
ภายในภัตตาคารหรูแห่งเมืองหลวง แสงตะวันยามเที่ยงสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา กระทบกับโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส ทว่าบรรยากาศกลับอึมครึมไปด้วยความตึงเครียด ใต้เท้าเจิ้งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าถมึงทึงราวกับพายุจะเข้า ข้างกายเขามีเหล่าขุนนางสอพลอประจบประแจงอยู่ไม่ขาดสาย ทว่าสายตาของใต้เท้าเจิ้งกลับจับจ้องไปยังกลุ่มคนที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของภัตตาคาร
“หึ! คิดจะมาเปิดภัตตาคารแข่งกับข้าหรือ? ช่างเป็นการกระทำที่อวดดีนัก!” ใต้เท้าเจิ้งกระซิบกับตนเอง ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความริษยา
ในขณะที่ใต้เท้าเจิ้งกำลังวางแผนการร้ายอยู่นั้น หลินหว่านเอ๋อร์กลับกำลังสาละวนอยู่กับการดูแลลูกค้า นางเดินตรวจตราความเรียบร้อยของอาหารแต่ละจานด้วยตนเอง สั่งกำชับให้บริกรบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ นางต้องการให้ทุกคนที่เข้ามาในภัตตาคารแห่งนี้ได้รับความสุขและความพึงพอใจกลับไป
“คุณชายท่านนี้ ท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่?” หว่านเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“อาหารของเจ้านั้นอร่อยล้ำเกินคำบรรยาย ข้าไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย” คุณชายผู้นั้นกล่าวชมด้วยความจริงใจ
หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับคำชมด้วยความขอบคุณ ทว่าในใจของนางกลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี นางรู้สึกราวกับว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่นางอย่างไม่เป็นมิตร
ทันใดนั้นเอง ใต้เท้าเจิ้งก็ลุกขึ้นยืน เขากุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด ราวกับกำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
“โอ๊ย! ท้องข้า… ข้าปวดท้องเหลือเกิน!” ใต้เท้าเจิ้งร้องโอดโอยเสียงดัง
เหล่าขุนนางที่นั่งอยู่ข้างกายต่างตกใจ รีบเข้ามาประคองใต้เท้าเจิ้งด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“ท่านใต้เท้า ท่านเป็นอะไรไปหรือขอรับ?”
“ท่านใต้เท้า ท่านต้องอดทนนะขอรับ!”
ใต้เท้าเจิ้งแสร้งทำเป็นเจ็บปวดอย่างมาก เขาดิ้นทุรนทุรายราวกับคนใกล้ตาย
“ข้า… ข้าไม่รู้ว่าเป็นอะไร ข้าเพียงแต่รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง หลังจากที่ข้ากินอาหารที่ภัตตาคารแห่งนี้!” ใต้เท้าเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คำกล่าวของใต้เท้าเจิ้งทำให้ทุกคนในภัตตาคารถึงกับชะงัก พวกเขาหันมามองใต้เท้าเจิ้งด้วยความตกใจระคนสงสัย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านใต้เท้าเจิ้งท้องเสียเพราะอาหารของภัตตาคารแห่งนี้หรือ?”
“หรือว่าภัตตาคารแห่งนี้จะใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพ?”
เสียงซุบซิบนินทาดังกระหึ่มไปทั่วทั้งภัตตาคาร หว่านเอ๋อร์รีบเดินเข้าไปหาใต้เท้าเจิ้งด้วยความเป็นห่วง
“ท่านใต้เท้า ท่านเป็นอะไรมากหรือไม่? ข้าจะให้คนไปตามหมอหลวงมาให้ท่าน” หว่านเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความกังวล
“ไม่ต้อง! ข้าไม่ต้องการหมอหลวง ข้าต้องการความรับผิดชอบจากเจ้า! อาหารของเจ้าทำให้ข้าท้องเสีย เจ้าต้องชดใช้ให้ข้า!” ใต้เท้าเจิ้งตวาดใส่หว่านเอ๋อร์ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นางรู้ดีว่าอาหารของนางนั้นสะอาดและปลอดภัย นางไม่เคยใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพ นางจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดใต้เท้าเจิ้งจึงกล่าวหาว่านางทำให้เขาท้องเสีย
“ท่านใต้เท้า ท่านเข้าใจผิดแล้ว อาหารของข้านั้นสะอาดและปลอดภัย ข้าไม่เคยทำอาหารที่เป็นอันตรายต่อผู้ใด” หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“โกหก! ถ้าอาหารของเจ้าปลอดภัย เหตุใดข้าจึงท้องเสีย? เจ้าจงยอมรับความผิดของเจ้าเสียเถิด!” ใต้เท้าเจิ้งยังคงยืนกราน
หว่านเอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ นางรู้ดีว่าใต้เท้าเจิ้งกำลังจงใจใส่ร้ายป้ายสีนาง นางต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองให้ได้
“ท่านใต้เท้า ข้าขอตรวจสอบอาการของท่านก่อนได้หรือไม่? ข้ามีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้าง ข้าอาจจะสามารถช่วยท่านได้” หว่านเอ๋อร์กล่าว
ใต้เท้าเจิ้งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ เขารู้ดีว่าหว่านเอ๋อร์มีความรู้ทางการแพทย์ แต่เขาไม่คิดว่านางจะสามารถทำอะไรได้
หว่านเอ๋อร์เดินเข้าไปใกล้ใต้เท้าเจิ้ง นางจับชีพจรของเขาด้วยความระมัดระวัง จากนั้นนางก็สังเกตสีหน้าและอาการของเขาอย่างละเอียด
“ท่านใต้เท้า ท่านเคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนหรือไม่?” หว่านเอ๋อร์เอ่ยถาม
“ไม่… ข้าไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน” ใต้เท้าเจิ้งตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หว่านเอ๋อร์พยักหน้า นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ท่านใต้เท้า ท่านไม่ได้ท้องเสียเพราะอาหารของข้า ท่านกินยาสละมา!” หว่านเอ๋อร์กล่าว
คำกล่าวของหว่านเอ๋อร์ทำให้ทุกคนในภัตตาคารถึงกับตกตะลึง ใต้เท้าเจิ้งถึงกับหน้าซีดเผือด
“เจ้า… เจ้าพูดอะไร? ข้าจะกินยาสละมาได้อย่างไร?” ใต้เท้าเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ท่านใต้เท้า ท่านไม่ต้องปฏิเสธ ข้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าท่านกินยาสละมา” หว่านเอ๋อร์กล่าว
นางหันไปสั่งบริกรให้นำน้ำเปล่ามาให้ นางนำน้ำเปล่ามาให้ใต้เท้าเจิ้ง แล้วให้นำมาล้างปาก นางใช้ผ้าเช็ดปากของใต้เท้าเจิ้งมาตรวจสอบ จากนั้นนางก็ดมกลิ่น
“ท่านใต้เท้า กลิ่นของยาสละยังติดอยู่ที่ผ้าเช็ดปากของท่าน” หว่านเอ๋อร์กล่าว
ใต้เท้าเจิ้งถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าหว่านเอ๋อร์จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขากินยาสละมา
ในขณะที่ใต้เท้าเจิ้งกำลังจนมุมอยู่นั้น หมอฝูจากโรงหมอจี้ซื่อก็เดินเข้ามาในภัตตาคาร
“ขออภัยที่ข้ามาสาย ข้าได้รับการแจ้งว่ามีคนป่วยอยู่ที่นี่” หมอฝูกล่าว
หว่านเอ๋อร์รีบเดินเข้าไปหาหมอฝู นางเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง
หมอฝูฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความตั้งใจ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปตรวจสอบอาการของใต้เท้าเจิ้ง
“ท่านใต้เท้า ท่านไม่ได้ท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษ ท่านกินยาสละมาจริงๆ” หมอฝูกล่าว
คำยืนยันของหมอฝูทำให้ทุกคนในภัตตาคารเชื่อมั่นว่าใต้เท้าเจิ้งกำลังแกล้งทำเป็นท้องเสีย
“ท่านใต้เท้า ท่านทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร?”
“ท่านใต้เท้า ท่านกำลังใส่ร้ายป้ายสีภัตตาคารแห่งนี้หรือ?”
“ท่านใต้เท้า ท่านช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจ!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งภัตตาคาร ใต้เท้าเจิ้งรู้สึกอับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หว่านเอ๋อร์มองใต้เท้าเจิ้งด้วยสายตาเย็นชา นางรู้ดีว่าใต้เท้าเจิ้งต้องการทำลายชื่อเสียงของนาง แต่เขาไม่รู้ว่านางจะไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้นได้
“ท่านใต้เท้า ในเมื่อท่านจงใจใส่ร้ายป้ายสีข้า ข้าก็คงต้องตอบโต้ท่านบ้างแล้ว” หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
[โปรดติดตามตอนต่อไป: การตอบโต้ทางเศรษฐกิจ]