ตอนที่ 220
***บทที่ 220: การตอบโต้ทางเศรษฐกิจ***
ถ้อยคำประกาศิตของหลินหว่านเอ๋อร์ดังก้องกังวาน ราวกับคมดาบที่ฟาดฟันลงกลางวงล้อมแห่งความอับอายของใต้เท้าเจิ้ง นางมิได้ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป นางรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับอำนาจต้องใช้ทั้งไหวพริบและกำลัง นางจึงเตรียมพร้อมรับมือกับการตอบโต้ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ท่านทั้งหลาย ข้าขอประกาศ ณ บัดนี้ว่า ร้านอาหารและกิจการทั้งหมดของข้า จะงดการติดต่อซื้อขายวัตถุดิบใดๆ กับพ่อค้าที่ให้การสนับสนุน หรือมีความเกี่ยวข้องกับใต้เท้าเจิ้งโดยตรง!” นางกล่าวเสียงหนักแน่น กวาดสายตาคมกริบทั่วทั้งห้องโถงที่เงียบสงัด
เหล่าพ่อค้าที่เคยตีสนิทกับใต้เท้าเจิ้งถึงกับหน้าซีดเผือด พวกเขารู้ดีว่าการตัดขาดจากหว่านเอ๋อร์นั้นหมายถึงการสูญเสียรายได้มหาศาล ภัตตาคารของนางกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ และการเป็นซัพพลายเออร์ให้ภัตตาคารของนางก็เป็นแหล่งรายได้ที่งามทีเดียว
“แต่คุณหนูหลิน…ท่านจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร? นี่มันเป็นการกระทำที่…” พ่อค้าผู้หนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หว่านเอ๋อร์ยกมือขึ้นห้ามปราม “ข้าเข้าใจความกังวลของท่าน แต่ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้ เพื่อปกป้องธุรกิจของข้า และเพื่อแสดงให้เห็นว่าข้าจะไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกได้ง่ายๆ”
นางหันไปมองกลุ่มเกษตรกรที่ยืนอยู่ด้านหลัง “จากนี้ไป ข้าจะสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยโดยตรง ข้าจะรับซื้อผลผลิตของพวกท่านในราคาที่เป็นธรรม และข้าจะช่วยพวกท่านพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น”
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่เกษตรกร พวกเขามองหว่านเอ๋อร์ด้วยความหวัง น้ำตาคลอเบ้า บางคนถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า “คุณหนูหลิน…ท่านคือผู้มีพระคุณของพวกเรา!”
ใต้เท้าเจิ้งยืนตัวแข็งทื่อ เขาไม่คาดคิดว่าหว่านเอ๋อร์จะกล้าแข็งข้อกับเขาถึงเพียงนี้ เขาคิดว่านางเป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอที่สามารถบีบบังคับได้ง่ายๆ แต่เขาคิดผิดถนัด นางกลับกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้
“เจ้า…เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำเช่นนี้!” ใต้เท้าเจิ้งตะโกนด้วยความโกรธ
หว่านเอ๋อร์หัวเราะเยาะ “ท่านใต้เท้า ท่านควรจะถามตัวเองมากกว่าว่าท่านกล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีข้า ท่านคิดว่าการที่ท่านมีอำนาจจะทำให้ท่านทำอะไรก็ได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ? ท่านคิดผิดแล้ว!”
นางหันไปสั่งบริกร “เชิญท่านใต้เท้าออกจากภัตตาคารของข้า และแจ้งให้คนของข้าทราบว่าห้ามต้อนรับคนของใต้เท้าเจิ้งอีกต่อไป”
ใต้เท้าเจิ้งถูกลากตัวออกจากภัตตาคารไปอย่างทุลักทุเล ทิ้งไว้เพียงความอับอายและความโกรธแค้นที่คุกรุ่นอยู่ในใจ
หลังจากเหตุการณ์นั้น ข่าวการตอบโต้ของหว่านเอ๋อร์ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เหล่าพ่อค้าที่เคยให้การสนับสนุนใต้เท้าเจิ้งเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดัน พวกเขาเริ่มคิดว่าการอยู่ข้างใต้เท้าเจิ้งอาจจะไม่คุ้มค่าอีกต่อไป
“ท่านใต้เท้า ข้าเกรงว่าข้าคงไม่สามารถส่งวัตถุดิบให้ท่านได้อีกต่อไป” พ่อค้าคนหนึ่งกล่าวด้วยความกระอักกระอ่วน
“ทำไม? เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ?” ใต้เท้าเจิ้งถามด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“ท่านใต้เท้า…ข้าไม่ได้อยากขัดคำสั่งท่าน แต่ข้าก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวข้าเองด้วย หากข้ายังคงสนับสนุนท่านต่อไป ข้าก็จะถูกตัดขาดจากร้านอาหารของตระกูลหลิน ซึ่งจะทำให้ข้าสูญเสียรายได้มหาศาล”
ใต้เท้าเจิ้งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกถึงความพ่ายแพ้เช่นนี้มาก่อน เขาถูกหญิงสาวคนหนึ่งกดดันจนแทบจะไม่มีทางออก
หว่านเอ๋อร์ใช้พลังทางเศรษฐกิจของนางอย่างชาญฉลาด นางรู้ดีว่าการโค่นล้มอำนาจนั้นต้องเริ่มจากการทำลายฐานอำนาจทางเศรษฐกิจก่อน เมื่อเหล่าพ่อค้าเริ่มถอยห่างจากใต้เท้าเจิ้ง อำนาจของเขาก็เริ่มสั่นคลอน
นางเริ่มดำเนินโครงการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยอย่างจริงจัง นางส่งคนไปให้ความรู้และช่วยเหลือเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต นางให้เงินทุนแก่เกษตรกรเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยที่ดี นางรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม และนางช่วยเกษตรกรหาช่องทางในการขายผลผลิต
เกษตรกรต่างรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของหว่านเอ๋อร์ พวกเขาเริ่มเรียกนางว่า “เทพธิดาแห่งความเมตตา”
ในขณะที่ใต้เท้าเจิ้งกำลังดิ้นรนเพื่อรักษาอำนาจของตน หว่านเอ๋อร์ก็กำลังสร้างฐานอำนาจใหม่ของตนเอง นางกำลังสร้างเครือข่ายของผู้คนที่ภักดีต่อนาง และนางกำลังใช้พลังทางเศรษฐกิจของนางเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม
นางรู้ดีว่าการต่อสู้กับอำนาจนั้นต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ด้วยความฉลาดและเด็ดเดี่ยวของนาง นางมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะใต้เท้าเจิ้งได้ในที่สุด
ค่ำคืนนั้น หว่านเอ๋อร์นั่งมองดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวล นางคิดถึงอนาคตที่สดใสของนาง และนางคิดถึงวันที่นางจะสามารถสร้างสังคมที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน
นางยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง นางรู้ดีว่าการเดินทางของนางยังอีกยาวไกล แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของนาง นางจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เทศกาลมะเขือเทศ]**