ตอนที่ 228

***บทที่ 228: เมนูพิชิตใจผู้ว่า***

เมื่อได้ยินคำว่า "ผู้ว่าราชการจังหวัด" หลุดออกมาจากปากของชายผู้นั้น หลินหว่านเอ๋อร์ก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด นางยืนตะลึงงัน ไม่อาจประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที จากชาวบ้านธรรมดาๆ กลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดผู้มีอำนาจล้นฟ้า นี่มันเรื่องอันใดกัน!

นางก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความตกตะลึง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า "ท่านผู้ว่า...ข้ามิได้มีเจตนาล่วงเกินท่าน"

ผู้ว่าหวังยกมือขึ้นห้าม "ไม่ต้องมากพิธี ข้าเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของราษฎรเท่านั้น หากข้าเปิดเผยฐานะตั้งแต่แรก คงมิอาจได้เห็นความเดือดร้อนที่แท้จริงของพวกเจ้า" ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าของหว่านเอ๋อร์อย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับต้องการอ่านความคิดในใจของนาง

"บัดนี้ท่านก็ได้ทราบแล้วว่าใต้เท้าเจิ้งมิได้ใส่ใจทุกข์สุขของราษฎรเลย" หว่านเอ๋อร์กล่าวเสียงหนักแน่น "เขากอบโกยผลประโยชน์ กดขี่ข่มเหงชาวบ้าน มิได้ทำหน้าที่ของตนแม้แต่น้อย"

ผู้ว่าหวังพยักหน้าช้าๆ "ข้ารับทราบแล้ว ข้าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด แต่ก่อนอื่น ข้ามีเรื่องรบกวนเจ้าเสียหน่อย"

หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

"ในอีกสามวัน จะมีคณะราชการระดับสูงเดินทางมาตรวจราชการที่เมืองนี้" ผู้ว่าหวังอธิบาย "ข้าต้องการจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเขา แต่ข้าอยากให้เป็นงานเลี้ยงที่เรียบง่ายแต่แสดงถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่น ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีฝีมือในการทำอาหาร ข้าจึงอยากขอให้เจ้าช่วยจัดเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงนี้"

หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องเข้าไปพัวพันกับการเมืองเช่นนี้ แต่นางก็รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงความสามารถและสร้างความประทับใจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะราชการ

"ท่านผู้ว่ามั่นใจในฝีมือของข้าแล้วหรือ" หว่านเอ๋อร์ถามอย่างระมัดระวัง "อาหารของข้าอาจไม่หรูหราเหมือนอาหารในภัตตาคาร"

ผู้ว่าหวังหัวเราะเบาๆ "ข้าไม่ต้องการอาหารที่หรูหรา ข้าต้องการอาหารที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ดี"

หว่านเอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ "หากท่านผู้ว่าไว้วางใจ ข้ายินดีทำให้เต็มที่"

"ดีมาก" ผู้ว่าหวังกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ข้าอยากให้เจ้าจัดสำรับอาหารแบบ 'ขันโตกชาวดอย' ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น แต่จัดจานให้สวยงามประณีตดุจภัตตาคารระดับมิชลินได้หรือไม่"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มตอบ "ท่านผู้ว่าช่างมีรสนิยมยิ่งนัก ข้าจะรังสรรค์เมนูสุดพิเศษให้สมกับที่ท่านตั้งใจ"

เมื่อตกลงเรื่องอาหารการกินเรียบร้อยแล้ว ผู้ว่าหวังก็สั่งให้คนนำรถม้ามาส่งหว่านเอ๋อร์ที่บ้าน ก่อนจากกัน เขาย้ำกับหว่านเอ๋อร์อีกครั้งว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้น

เมื่อหว่านเอ๋อร์กลับมาถึงบ้าน นางก็รีบเรียกเหล่าคนงานมาประชุมเพื่อวางแผนการจัดเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงครั้งใหญ่ที่จะมาถึง นางคิดทบทวนเมนูต่างๆ ที่จะนำเสนอ โดยเน้นที่วัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์

ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานเลี้ยง ใต้เท้าเจิ้งที่เพิ่งได้รับรายงานเรื่องผู้ว่าราชการจังหวัดปรากฏตัวที่หมู่บ้าน ก็แทบคลั่งด้วยความโกรธ เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตถึงเพียงนี้

เมื่อใต้เท้าเจิ้งมาถึงหน้าบ้านของหว่านเอ๋อร์ เขาก็เห็นภาพที่ทำให้เขาแทบกระอักเลือด นั่นคือภาพของหว่านเอ๋อร์กำลังยืนสนทนาอย่างสนิทสนมกับผู้ว่าราชการจังหวัด!

ใบหน้าของใต้เท้าเจิ้งซีดเผือด เขาตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัว เขารู้ดีว่าสถานการณ์ของเขาตอนนี้เลวร้ายกว่าที่คิด

"ท่าน...ท่านผู้ว่า" ใต้เท้าเจิ้งคุกเข่าลงแทบเท้าของผู้ว่าหวังด้วยความหวาดกลัว "กระหม่อมมิได้มีเจตนาร้ายต่อท่านหลินเลย กระหม่อมเพียงแต่..."

ผู้ว่าหวังมองลงมายังใต้เท้าเจิ้งด้วยสายตาเย็นชา "เจ้าไม่ต้องแก้ตัว ข้ารู้เรื่องของเจ้าหมดแล้ว ข้าจะจัดการเรื่องของเจ้าหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับคณะราชการเสร็จสิ้น"

ใต้เท้าเจิ้งได้ยินดังนั้นก็แทบสิ้นสติ เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เขาได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

สามวันต่อมา งานเลี้ยงต้อนรับคณะราชการก็เริ่มขึ้น หว่านเอ๋อร์นำเสนอสำรับ "ขันโตกชาวดอย" ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม วัตถุดิบทุกอย่างมาจากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิที่ปลูกบนดอยสูง น้ำพริกหนุ่มรสจัดจ้าน ไส้อั่วสมุนไพรหอมกรุ่น แกงฮังเลรสเข้มข้น และอื่นๆ อีกมากมาย

คณะราชการต่างประทับใจในรสชาติอาหารและรูปแบบการจัดจานที่สวยงาม ผู้ว่าหวังยิ้มด้วยความภาคภูมิใจที่หว่านเอ๋อร์สามารถทำตามที่เขาต้องการได้

ในระหว่างงานเลี้ยง หว่านเอ๋อร์ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ว่าหวังและคณะราชการ นางนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากคณะราชการเป็นอย่างมาก

ใต้เท้าเจิ้งที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของงานเลี้ยงมองดูภาพเหตุการณ์ด้วยความเจ็บปวด เขาตระหนักดีว่าอำนาจและอิทธิพลของเขาได้หมดสิ้นลงแล้ว

หลังจากงานเลี้ยงจบลง ผู้ว่าหวังก็เรียกใต้เท้าเจิ้งมาพบเพื่อสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ใต้เท้าเจิ้งพยายามแก้ตัวและโยนความผิดให้ผู้อื่น แต่ผู้ว่าหวังไม่ฟัง เขาตัดสินใจปลดใต้เท้าเจิ้งออกจากตำแหน่งและสั่งให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด

เมื่อข่าวการปลดใต้เท้าเจิ้งแพร่กระจายออกไป ชาวบ้านต่างพากันดีใจและขอบคุณหว่านเอ๋อร์ที่ช่วยพวกเขากำจัดคนชั่ว

หว่านเอ๋อร์รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง นางตั้งใจที่จะใช้ความสามารถของตนเองในการพัฒนาหมู่บ้านและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: จุดจบของขุนนางกังฉิน]**