ตอนที่ 230

***บทที่ 230: งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ***

ราตรีประดับดาว ท้องนภาปลอดโปร่งไร้เมฆหมอกมาบดบัง เปรียบดั่งชะตาชีวิตของชาวบ้านในยามนี้ที่ความมืดมนอนธการจากเงาอำนาจมืดของใต้เท้าเจิ้งได้ถูกปัดเป่าออกไปจนสิ้น แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบกับโคมไฟสีแดงนับร้อยดวงที่ถูกแขวนประดับไปทั่วลานกว้างกลางหมู่บ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศและเนื้อย่างลอยอบอวลไปตามสายลม กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะของผู้คนให้ร้องครวญครางด้วยความหิวโหย

ค่ำคืนนี้คือราตรีแห่งการเฉลิมฉลอง หลินหว่านเอ๋อร์มิได้จัดเตรียมอาหารเหลาหรูหราที่กินยากสำหรับชาวบ้าน หากแต่นางได้งัดเอา "ไม้ตาย" ก้นหีบที่เตรียมการไว้ออกมาใช้ สิ่งประดิษฐ์แปลกตาที่นางสั่งให้ช่างตีเหล็กฝีมือดีเร่งผลิตขึ้นจำนวนมากถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ทุกตัว

มันคือกระทะเหล็กรูปทรงประหลาด ตรงกลางนูนสูงขึ้นคล้ายหมวกนักรบโบราณสำหรับย่างเนื้อ ส่วนรอบนอกเป็นร่องลึกสำหรับใส่น้ำซุป... สิ่งนี้คือนวัตกรรมความอร่อยที่นางเรียกว่า "หมูกระทะ" หรือในชื่อที่นางตั้งให้ดูขลังสมยุคสมัยว่า "กระทะย่างบรรจบเซียน"

"เชิญทุกท่าน! วันนี้ข้าหลินหว่านเอ๋อร์ขอเป็นเจ้าภาพ กินดื่มกันให้เต็มคราบ ไม่ต้องเกรงใจ!" หญิงสาวในอาภรณ์สีกลีบบัวยืนตระหง่านอยู่บนเวทียกพื้น ใบหน้าจิ้มลิ้มประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง นางชูถ้วยสุราขึ้นฟ้าเป็นการเปิดงาน

สิ้นเสียงประกาศ เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วลานหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างพากันคีบมันหมูชิ้นหนาวางลงบนส่วนยอดของกระทะร้อนฉ่า เสียงน้ำมันหมูที่ละลายเมื่อสัมผัสความร้อนดัง *ฉ่า... ฉ่า...* ฟังดูไพเราะยิ่งกว่าดนตรีใดๆ กลิ่นหอมของมันหมูเคล้ากับกลิ่นถ่านไม้ไผ่โชยคลุ้ง

เนื้อหมูสามชั้นที่หมักด้วยซอสสูตรลับของตระกูลหลินจนนุ่มละมุนลิ้นถูกวางเรียงรายลงไปย่าง กลิ่นหอมไหม้นิดๆ ของน้ำตาลมะพร้าวและซอสถั่วเหลืองชั้นดีที่เคลือบอยู่บนชิ้นเนื้อระเหยขึ้นมาแตะจมูก ผักสดนานาชนิดที่เก็บเกี่ยวมาจากแปลงเกษตรมิติถูกใส่ลงในร่องน้ำซุปหวานหอมที่เคี่ยวจากกระดูกเล็งเลิศรส

"สวรรค์! นี่มันรสชาติอันใดกัน เนื้อหมูนุ่มจนแทบละลายในปาก ซุปผักก็หวานล้ำ ยิ่งจิ้มกับน้ำจิ้มรสจัดจ้านถ้วยนี้... ข้าไม่เคยพานพบรสชาติเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!" ลุงจาง หัวหน้าหมู่บ้านผู้เฒ่าคีบเนื้อหมูเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย น้ำตาแห่งความปิติรื้นขึ้นที่หางตา มิใช่เพียงเพราะความเผ็ดร้อนของพริก แต่เป็นรสชาติแห่งอิสรภาพที่ผสมปนเปอยู่ในอาหารมื้อนี้

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความครื้นเครง เสียงแก้วกระทบกัน เสียงหัวเราะ และเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ ความหวาดกลัวที่เคยปกคลุมหมู่บ้านมานานนับปีมลายหายไปสิ้น ใต้เท้าเจิ้งและพรรคพวกถูกทางการคุมตัวไปรับโทษทัณฑ์แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงอนาคตที่สดใสรออยู่เบื้องหน้า

หลินหว่านเอ๋อร์เดินทักทายชาวบ้านไปตามโต๊ะต่างๆ นางรินสุราและน้ำชาพูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง แววตาของนางสะท้อนภาพความสุขของผู้คน แต่ลึกลงไปในใจ นางรู้ดีว่า "การให้ปลา ไม่สู้สอนวิธีตกปลา" การกำจัดคนชั่วเป็นเพียงการถางหญ้า หากต้องการให้หมู่บ้านเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน จำต้องปลูกต้นไม้ใหญ่แห่งปัญญาลงไป

เมื่องานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงสำคัญ หว่านเอ๋อร์เดินกลับขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง นางยกมือขึ้นส่งสัญญาณ เสียงพูดคุยในลานกว้างค่อยๆ เงียบลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่นางเป็นตาเดียว

"พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน..." น้ำเสียงของนางกังวานใสแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ "วันนี้เรามีความสุขที่ได้ขจัดภัยพาล แต่ข้าไม่อยากให้ความสุขนี้เป็นเพียงภาพฝันชั่วข้ามคืน ข้าอยากให้ลูกหลานของพวกเรามีกินมีใช้ ไม่ต้องก้มหัวให้ผู้มีอิทธิพลหน้าไหนอีก"

นางเว้นจังหวะ กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะประกาศถ้อยคำที่สั่นสะเทือนหัวใจทุกคน

"ข้าหลินหว่านเอ๋อร์ ขอประกาศว่า นับตั้งแต่นี้ต่อไป ข้าจะก่อตั้ง 'สำนักฝึกวิชาชีพคฤหาสน์สวนสวรรค์' ขึ้นที่นี่!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ หว่านเอ๋อร์รีบอธิบายต่อ "ไม่ใช่สำนักสอนอ่านเขียนตำราเยี่ยงบัณฑิต แต่เป็นโรงเรียนสอนศาสตร์แห่ง 'การครัว' และ 'เกษตรกรรม' ข้าจะถ่ายทอดวิชาการทำอาหารสูตรลับ และเทคนิคการปลูกผักที่ให้ผลผลิตงอกงามดั่งเสกสรรค์ ให้กับลูกหลานของพวกท่านทุกคน เพื่อให้ทุกคนมีวิชาติดตัว สามารถสร้างรายได้เลี้ยงปากท้องตระกูลสืบไป!"

เงียบกริบ... ชั่วอึดใจต่อมา เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องราวกับฟ้าถล่มทลาย ชาวบ้านต่างลุกขึ้นยืน ตะโกนเรียกชื่อ "แม่นางหลิน! แม่นางหลิน!" ด้วยความซาบซึ้งใจ บางคนถึงกับทรุดลงกราบกราน การได้เรียนรู้วิชาจากหว่านเอ๋อร์ ผู้ที่เนรมิตอาหารรสเลิศและผักผลไม้มหัศจรรย์ คือโอกาสพลิกชีวิตที่ประเมินค่ามิได้

หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มรับความปรารถนาดีเหล่านั้น หัวใจของนางพองโตด้วยความภาคภูมิใจ ภารกิจเคลียร์ปัญหาระดับท้องถิ่นเสร็จสมบูรณ์แล้วอย่างแท้จริง

ทันใดนั้นเอง... ในขณะที่เสียงสรรเสริญดังระงม โลกเบื้องหน้าของหว่านเอ๋อร์พลันหยุดนิ่ง คล้ายเวลาถูกแช่แข็ง หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นกลางอากาศ เฉพาะนางเท่านั้นที่มองเห็น

*ติ๊ง!*

**[ระบบ: แจ้งเตือนความสำเร็จระดับมหาชน]**

**[รายละเอียด:]** งานเลี้ยงฉลองชัยชนะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม! ค่าความพึงพอใจของชาวบ้านทะลุขีดจำกัด ค่าชื่อเสียง ของโฮสต์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการประกาศก่อตั้งโรงเรียน

**[สถานะปัจจุบัน:]** เคลียร์ภารกิจ "ผู้กอบกู้ท้องถิ่น" สมบูรณ์ 100%

ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบถี่ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม

**[รางวัลพิเศษ:]** เนื่องจากค่าชื่อเสียงสะสมถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระบบได้ทำการปลดล็อกฟีเจอร์ระดับสูงในมิติส่วนตัว

**[กำลังดำเนินการ:]** อัปเกรด "โรงงานแปรรูป" จากระดับพื้นฐาน เป็น... **"โรงงานแปรรูปมิติอัจฉริยะ "**

หว่านเอ๋อร์เบิกตากว้าง นางจำได้ว่าเมื่อวานนางเพิ่งเห็นโรงงานแปรรูปเป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่มีเครื่องมือทุลักทุเล แต่ตอนนี้ระบบกำลังบอกว่ามันถูกอัปเกรด?

**[คำอธิบาย:]** ท่านสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรเข้าสู่โรงงานมิติ เพื่อแปรรูปเป็นสินค้าจำนวนมหาศาลได้ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นการ บด อบแห้ง หมัก หรือบรรจุภัณฑ์ โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน เพียงแค่ท่านกำหนดคำสั่ง... ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นในชั่วลัดนิ้วมือ!

หัวใจของหว่านเอ๋อร์เต้นระรัว แผนการสร้างโรงเรียนสอนทำอาหารต้องใช้ทุนมหาศาล และสินค้าเกษตรในมิติกำลังล้นตลาด หากนางมีโรงงานวิเศษนี้... นางจะสามารถเปลี่ยนผักสดเน่าเสียง่าย ให้กลายเป็นสินค้าแปรรูปส่งขายไปทั่วแผ่นดิน สร้างความมั่งคั่งมหาศาลเพื่อเป็นทุนรอนให้หมู่บ้านได้!

"โรงงานแปรรูปมิติ..." หว่านเอ๋อร์พึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ นางแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าไปทดสอบประสิทธิภาพของมัน

ทว่า... หน้าต่างระบบยังไม่จางหายไป มันกลับแสดงข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ทำให้นางต้องกลั้นหายใจ

**[คำเตือน:]** การใช้งานครั้งแรกจะมาพร้อมกับ "วัตถุดิบปริศนา" ที่ระบบมอบให้เพื่อทดสอบเครื่องจักร ท่านพร้อมจะเปิดประตูโรงงานแล้วหรือยัง?

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ฟีเจอร์ใหม่: โรงงานแปรรูปมิติ]**