ตอนที่ 239
***บทที่ 239: ชีสเค้กสะท้านภพ***
ยามอรุณรุ่งสาดแสงทองลงบนแคว้นหนานหลิง ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆา อากาศบริสุทธิ์เย็นสบายชวนให้สดชื่น หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่หน้าเตาอบขนาดใหญ่ในครัวของตนเอง ใบหน้าเปื้อนยิ้มเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น
เมื่อวัวนมปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้แล้ว หว่านเอ๋อร์ก็เริ่มทำการรีดนมอย่างพิถีพิถัน นางกำชับให้คนงานทุกคนรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพดีที่สุด น้ำนมสีขาวนวลถูกนำไปแปรรูปเป็นเนยและชีสตามกรรมวิธีที่นางร่ำเรียนมาในมิติลับส่วนตัว กลิ่นหอมอบอวลของนมเนยอบอวลไปทั่วทั้งไร่นาสวนผสม
เมื่อได้วัตถุดิบชั้นเลิศ หว่านเอ๋อร์จึงเริ่มลงมือทำขนมหวานชนิดใหม่ที่นางตั้งใจจะปฏิวัติวงการเบเกอรี่ของแคว้นหนานหลิง นั่นคือ "ชีสเค้กหน้าไหม้"
นางผสมผสานครีมชีส เนย น้ำตาล และไข่ไก่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เติมกลิ่นหอมของวานิลลาเล็กน้อย คนส่วนผสมจนเนียนละเอียด เทใส่พิมพ์ที่รองด้วยกระดาษไข แล้วนำเข้าเตาอบที่ร้อนระอุ
ขณะที่ชีสเค้กอบอยู่ในเตา หว่านเอ๋อร์ก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า นางเตรียมการตลาดสำหรับขนมหวานชนิดใหม่นี้อย่างรอบคอบ นางสั่งให้คนงานจัดเตรียมหีบห่อที่สวยงาม ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้และริบบิ้นสีสันสดใส
ในที่สุด ชีสเค้กหน้าไหม้ก็อบเสร็จ กลิ่นหอมหวานของคาราเมลและชีสลอยคลุ้งไปทั่วครัว ผิวหน้าของชีสเค้กเป็นสีน้ำตาลเข้มสวยงาม เนื้อด้านในนุ่มละมุนละลายในปาก หว่านเอ๋อร์ตัดชีสเค้กเป็นชิ้นเล็กๆ จัดใส่จานอย่างสวยงาม แล้วนำไปให้คนงานชิม
"เป็นอย่างไรบ้าง?" หว่านเอ๋อร์ถามด้วยความตื่นเต้น
คนงานทุกคนต่างพากันลิ้มลองชีสเค้กด้วยความตั้งใจ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
"อร่อยมากขอรับ/ค่ะ ท่านหญิง! ข้าไม่เคยกินขนมหวานที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย"
"รสชาติหวานละมุนลิ้น กลมกล่อมลงตัว ไม่เลี่ยนจนเกินไป"
"กลิ่นหอมของชีสและคาราเมลช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก"
คำชมต่างๆ นานาหลั่งไหลออกมาจากปากของคนงาน หว่านเอ๋อร์ยิ้มกริ่มด้วยความภาคภูมิใจ นางรู้ดีว่าชีสเค้กหน้าไหม้ของนางจะต้องเป็นที่นิยมอย่างแน่นอน
วันรุ่งขึ้น หว่านเอ๋อร์สั่งให้คนงานนำชีสเค้กหน้าไหม้ไปวางจำหน่ายที่ร้านขนมของนางในเมืองหนานหลิง นางตั้งราคาไว้ค่อนข้างสูง แต่ก็ยังถูกจับจองจนหมดอย่างรวดเร็ว
เหล่าสตรีสูงศักดิ์ต่างพากันตื่นเต้นกับขนมหวานชนิดใหม่นี้ พวกนางต่างต้องการลิ้มลองรสชาติของชีสเค้กหน้าไหม้สักครั้งในชีวิต
"นี่คือขนมหวานที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมาในชีวิต!" คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิวอุทานด้วยความพึงพอใจ
"เนื้อนุ่มละมุนลิ้น รสชาติหวานหอม กลมกล่อมลงตัว ช่างเป็นขนมหวานที่เลิศรสยิ่งนัก" คุณหนูรองแห่งตระกูลหวังกล่าวเสริม
"ข้าจะต้องสั่งจองชีสเค้กหน้าไหม้ไปมอบให้ท่านแม่ของข้า นางจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน" คุณหนูสามแห่งตระกูลจ้าวกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
ข่าวลือเกี่ยวกับชีสเค้กหน้าไหม้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหนานหลิงอย่างรวดเร็ว ใครๆ ก็ต่างพูดถึงขนมหวานชนิดใหม่นี้ ร้านขนมของหว่านเอ๋อร์กลายเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าสตรีสูงศักดิ์ที่ต้องการลิ้มลองรสชาติของชีสเค้กหน้าไหม้
ความต้องการชีสเค้กหน้าไหม้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หว่านเอ๋อร์ต้องสั่งให้คนงานผลิตชีสเค้กตลอดทั้งวันทั้งคืนก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า
เมื่อความต้องการนม เนย และชีสเพิ่มสูงขึ้น ราคาสินค้าเหล่านี้ก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย หว่านเอ๋อร์กลายเป็นผู้ผูกขาดตลาดนมเนยของแคว้นหนานหลิงโดยปริยาย นางสามารถกำหนดราคาขายได้ตามใจชอบ ทำให้รายได้ของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
แน่นอนว่าการผูกขาดตลาดนมเนยย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับพ่อค้าคนอื่นๆ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะต่อกรกับหว่านเอ๋อร์ เพราะพวกเขารู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ
หว่านเอ๋อร์ไม่ได้สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น นางมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฟาร์มโคนมของนางให้ดียิ่งขึ้น นางลงทุนซื้อวัวนมพันธุ์ดีจากต่างแดนเพิ่มมากขึ้น และจ้างผู้เชี่ยวชาญมาสอนวิธีการเลี้ยงวัวนมอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ หว่านเอ๋อร์ยังเริ่มคิดค้นขนมหวานชนิดใหม่ๆ ที่ทำจากนม เนย และชีส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นางไม่ต้องการที่จะหยุดอยู่แค่ชีสเค้กหน้าไหม้เพียงอย่างเดียว นางต้องการที่จะสร้างอาณาจักรขนมหวานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้นหนานหลิง
การมาของชีสเค้กหน้าไหม้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำขนมหวานชนิดใหม่มาสู่แคว้นหนานหลิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการปฏิวัติวงการเบเกอรี่ของแคว้นอีกด้วย ขนมหวานแบบเดิมๆ ที่เคยได้รับความนิยมเริ่มถูกมองข้าม ผู้คนเริ่มหันมาสนใจขนมหวานที่ทำจากนม เนย และชีสมากขึ้น
เหล่าพ่อค้าขนมหวานต่างพากันปรับตัวตามกระแส พวกเขาเริ่มเรียนรู้วิธีการทำขนมหวานจากนม เนย และชีส และนำไปวางจำหน่ายในร้านของตนเอง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเทียบชั้นกับชีสเค้กหน้าไหม้ของหว่านเอ๋อร์ได้
ชีสเค้กหน้าไหม้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและความทันสมัย ใครที่ได้ลิ้มลองชีสเค้กหน้าไหม้ถือว่าเป็นผู้ที่มีรสนิยมดีและทันสมัย
หลินหว่านเอ๋อร์กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในแวดวงสังคมของแคว้นหนานหลิง นางไม่ได้เป็นเพียงแค่ลูกสาวชาวนาธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่เป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จและมีอิทธิพล
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการอาหารของแคว้นหนานหลิง...
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: โรงเรียนฝึกอาชีพ]**