ตอนที่ 249

***บทที่ 249: งานเลี้ยงโต๊ะจีนจักรพรรดิ (ภาคต้น)***

รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ค่อยๆ แผ่รัศมีทองคำจับขอบฟ้า แสงแรกของวันสาดส่องลงมายังจวนสกุลหลินที่ประดับประดาไปด้วยโคมแดงและผ้าไหมมงคลบ่งบอกถึงงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น หลินหว่านเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีแดงปักลายหงส์ทองคำสง่างามสมเป็นเจ้าบ้าน เดินสำรวจความเรียบร้อยรอบบริเวณด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

เสียงประทัดดังกึกก้องสะท้านฟ้าเป็นการเปิดฉากงานเลี้ยงโต๊ะจีนจักรพรรดิอย่างเป็นทางการ แขกเหรื่อทยอยเดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ บ้างเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บ้างเป็นขุนนางน้ำดีที่เลื่อมใสในความซื่อตรงของตระกูลหลิน และที่สำคัญที่สุดคือชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากหว่านเอ๋อร์ ทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดที่พวกเขามี ตั้งใจมาร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของนาง

"ท่านเจ้าเมืองมาถึงแล้ว!" เสียงประกาศดังก้อง หว่านเอ๋อร์รีบเดินไปต้อนรับเจ้าเมืองที่เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและบุตรชายอย่างนอบน้อม

"หลินหว่านเอ๋อร์ ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน วันนี้ข้าขอมาชมบารมีด้วยตาตนเอง" เจ้าเมืองกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ท่านเจ้าเมืองกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หว่านเอ๋อร์เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ทำมาหากินเลี้ยงชีพไปวันๆ เท่านั้น" หว่านเอ๋อร์ตอบอย่างถ่อมตน

"ฮ่าๆๆ เจ้าช่างเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งนัก" เจ้าเมืองหัวเราะอย่างชอบใจ "ข้าเชื่อว่างานเลี้ยงในวันนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"

หลังจากต้อนรับเจ้าเมืองเสร็จสิ้น หว่านเอ๋อร์ก็หันไปให้ความสนใจกับแขกคนอื่นๆ อย่างทั่วถึง นางเดินทักทายพูดคุยกับทุกคนด้วยความเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุข

"ท่านป้าหลี่ ท่านสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์ถามหญิงชราคนหนึ่งที่เคยช่วยเหลือนางไว้เมื่อครั้งที่นางยังเป็นเด็ก

"สบายดีมาก ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ที่ไม่ลืมเลือนคนแก่เช่นข้า" ป้าหลี่ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ท่านป้ามีพระคุณต่อหว่านเอ๋อร์ หว่านเอ๋อร์ไม่มีวันลืมแน่นอนเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์กล่าวพร้อมกับจับมือป้าหลี่ด้วยความเคารพ

เมื่อถึงเวลาอันสมควร เสียงฆ้องดังขึ้นเป็นสัญญาณว่างานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้น หว่านเอ๋อร์ขึ้นไปยืนบนเวทีที่ประดับประดาอย่างสวยงาม นางกวาดสายตามองไปยังแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น

"ข้าพเจ้า หลินหว่านเอ๋อร์ ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและกังวาน "งานเลี้ยงในวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือข้าพเจ้ามาโดยตลอด ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะไม่ลืมบุญคุณของทุกท่าน และจะตอบแทนทุกท่านด้วยความจริงใจตลอดไป"

เสียงปรบมือดังกึกก้องเป็นการตอบรับคำกล่าวของหว่านเอ๋อร์ นางยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะกล่าวต่อไปว่า "บัดนี้ ขอเชิญทุกท่านร่วมลิ้มลองอาหารจานแรกของงานเลี้ยงโต๊ะจีนจักรพรรดิได้เลยเจ้าค่ะ"

ทันทีที่สิ้นเสียงของหว่านเอ๋อร์ เหล่านางกำนัลก็เริ่มทยอยเสิร์ฟอาหารจานแรก ซึ่งก็คือ "มังกรพันบุปผา" อาหารจานนี้มีลักษณะเป็นมังกรที่แกะสลักจากแตงโมอย่างประณีตบรรจง ลำตัวของมังกรพันรอบไปด้วยดอกไม้หลากสีสันที่ทำจากผักและผลไม้ต่างๆ อย่างสวยงาม

แขกเหรื่อต่างพากันตื่นตะลึงในความงดงามของอาหารจานแรกนี้ พวกเขาไม่เคยเห็นอาหารที่สวยงามและประณีตเช่นนี้มาก่อน

"นี่มันอาหารหรือศิลปะกันแน่?" เสียงอุทานดังขึ้นจากกลุ่มขุนนาง

"ข้าไม่กล้ากินเลย เสียดายความงามของมัน" เสียงกล่าวอย่างเสียดายจากกลุ่มพ่อค้า

หว่านเอ๋อร์ยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของแขกเหรื่อ นางรู้ว่าอาหารจานนี้จะต้องสร้างความประทับใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

"ท่านทั้งหลายไม่ต้องเกรงใจ เชิญลิ้มลองรสชาติของมันได้เลยเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์กล่าว

เมื่อได้รับอนุญาต แขกเหรื่อก็เริ่มตักอาหารจาน "มังกรพันบุปผา" ขึ้นมาชิม พวกเขาต่างพากันหลับตาพริ้มด้วยความสุขเมื่อได้ลิ้มรสชาติอันแสนอร่อยของมัน

"อร่อยเหลือเกิน!" เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน

"รสชาติมันช่างละมุนลิ้น!"

"ข้าไม่เคยทานอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย!"

"มังกรพันบุปผา" ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น รสชาติของมันก็อร่อยล้ำเลิศไม่แพ้กัน น้ำสลัดที่ราดบนตัวมังกรมีรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม เข้ากันได้ดีกับผักและผลไม้สดกรอบที่นำมาประดับประดา ทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

"หว่านเอ๋อร์ อาหารจานนี้อร่อยจนข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าเป็นคนทำ" เจ้าเมืองกล่าวด้วยความชื่นชม

"ท่านเจ้าเมืองกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ หว่านเอ๋อร์เพียงแต่ปรุงแต่งมันเล็กน้อยเท่านั้น" หว่านเอ๋อร์ตอบอย่างถ่อมตน

"ไม่ว่าเจ้าจะปรุงแต่งอย่างไร มันก็เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยทานมา" เจ้าเมืองกล่าว

หลังจากที่ทุกคนได้ลิ้มลอง "มังกรพันบุปผา" จนหมดจานแล้ว เหล่านางกำนัลก็เริ่มทยอยเสิร์ฟอาหารจานต่อไป ซึ่งก็คือ "หอยเชลล์มรกต" อาหารจานนี้มีลักษณะเป็นหอยเชลล์ตัวใหญ่ที่อบกับซอสสีเขียวมรกต โรยหน้าด้วยไข่ปลาคาเวียร์สีทอง

"ว้าว! อาหารจานนี้สวยงามยิ่งกว่าจานแรกเสียอีก!" เสียงอุทานดังขึ้น

"สีสันของมันช่างน่าหลงใหล!"

"ข้าอยากจะลิ้มลองรสชาติของมันเสียแล้ว!"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มเมื่อเห็นว่าอาหารจานที่สองของนางก็ได้รับความสนใจจากแขกเหรื่อเป็นอย่างดี นางรู้ว่างานเลี้ยงในวันนี้จะต้องเป็นที่จดจำของทุกคนไปอีกนานแสนนาน

บรรยากาศภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำ หว่านเอ๋อร์มองไปยังแขกเหรื่อที่กำลังสนุกสนานกับการทานอาหารและพูดคุยกันอย่างออกรส นางรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีในวันนี้ นางรู้ว่าความสำเร็จของนางไม่ได้มาจากความสามารถของนางเพียงคนเดียว แต่มาจากการสนับสนุนและความช่วยเหลือของทุกคนที่อยู่รอบข้างนาง

เสียงดนตรีบรรเลงเพลงอันไพเราะคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุย อาหารรสเลิศถูกนำมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง แขกเหรื่อต่างพากันอิ่มหนำสำราญทั้งกายและใจ

หว่านเอ๋อร์เดินไปนั่งลงข้างๆ ป้าหลี่ นางจับมือหญิงชราด้วยความรัก

"ท่านป้าเจ้าคะ หว่านเอ๋อร์ขอขอบคุณท่านอีกครั้งที่เคยช่วยเหลือหว่านเอ๋อร์ไว้" หว่านเอ๋อร์กล่าว

"เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก หว่านเอ๋อร์ เจ้าเป็นเด็กดีมาตั้งแต่เล็ก ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน" ป้าหลี่ตอบด้วยรอยยิ้ม

หว่านเอ๋อร์ยิ้มตอบป้าหลี่ นางรู้ว่าคำอวยพรของหญิงชราจะเป็นจริงอย่างแน่นอน เพราะนางมีความมุ่งมั่นและความพยายามที่จะทำทุกสิ่งให้สำเร็จ

ค่ำคืนแห่งงานเลี้ยงโต๊ะจีนจักรพรรดิยังคงดำเนินต่อไป แสงจันทร์สาดส่องลงมายังจวนสกุลหลินที่เต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำ หว่านเอ๋อร์ยืนอยู่บนเวที นางมองไปยังแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น นางรู้ว่าการเดินทางของนางยังไม่จบสิ้น นางยังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องทำ แต่นางก็มั่นใจว่าด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม นางจะสามารถพิชิตทุกสิ่งได้

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความสำเร็จและก้าวต่อไป]**