ตอนที่ 251
***บทที่ 251: ข่าวลือเรื่องงานเลี้ยงเทวดา***
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงบนไร่สกุลหลิน ปลุกให้หมู่มวลสรรพสิ่งตื่นจากนิทรารมย์ แต่ภายในเมืองหยุนเจียงและเมืองใกล้เคียง มิได้มีเพียงแสงอรุณเท่านั้นที่สาดส่อง หากแต่เป็น "ข่าวลือ" ที่แพร่กระจายไปทั่วราวไฟลามทุ่ง ข่าวลือเรื่องรสโอชาแห่งอาหารในงานเลี้ยงของไร่สกุลหลินที่เลื่องลือจนยากจะเชื่อ
"ท่านได้ยินหรือไม่? ข้าได้ยินมาว่ารสชาติอาหารในงานเลี้ยงของสกุลหลินนั้นเลิศล้ำเกินบรรยาย ผู้ที่ได้ลิ้มลองถึงกับเอ่ยว่าราวกับได้ขึ้นสวรรค์" เสียงซุบซิบดังกระซิบกระซาบในตลาดสด
"จริงหรือ? ข้าได้ยินมาว่าเศรษฐีจางถึงกับร่ำไห้ออกมาเมื่อได้ลิ้มรสซุปไก่ตุ๋นโสม บอกว่าไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยล้ำเพียงนี้มาก่อนในชีวิต" อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้น
ข่าวลือเหล่านี้ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากปากต่อปากของผู้ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงรอบปฐมฤกษ์ของหลิน หว่านเอ๋อร์ รสชาติอาหารที่ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศและความพิถีพิถันของนาง ราวกับมีเวทมนตร์สะกดให้ผู้คนหลงใหล แม้แต่เถ้าแก่เนี่ย ผู้ซึ่งลิ้นจระเข้ดุจเหล็กกล้า ยังต้องเอ่ยปากชมมิขาด
ข่าวลือมิได้หยุดอยู่เพียงแค่รสชาติอาหารเท่านั้น หากแต่ยังลามไปถึงบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์และการต้อนรับอันอบอุ่นของสกุลหลิน ผู้ที่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงล้วนรู้สึกราวกับเป็นแขกคนสำคัญที่สุด
"ข้าได้ยินมาว่าบัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงของสกุลหลินนั้นกลายเป็นของหายากยิ่งกว่าทองคำเสียอีก" เสียงของพ่อค้าวานิชผู้หนึ่งดังขึ้นในโรงเตี๊ยม
"จริงแท้แน่นอน! ข้าได้ยินมาว่าในตลาดมืดมีการซื้อขายบัตรเชิญกันในราคาสูงถึงร้อยตำลึงทอง!" เพื่อนร่วมโต๊ะของเขาเสริม
เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดออกไป เหล่าพ่อค้าวานิชและเศรษฐีผู้มั่งคั่งในเมืองหยุนเจียงและเมืองใกล้เคียงต่างพากันดิ้นรนหาทางเพื่อให้ได้บัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงรอบต่อไปของสกุลหลิน บ้างก็ส่งคนมาติดต่อขอซื้อ บ้างก็ส่งของกำนัลมาให้ บ้างก็พยายามตีสนิทกับคนในสกุลหลิน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลิน หว่านเอ๋อร์ถึงกับกุมขมับ นางมิได้คาดคิดว่างานเลี้ยงเล็กๆ ที่นางจัดขึ้นด้วยความตั้งใจ จะกลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามเช่นนี้
"ดูเหมือนว่าข้าจะต้องวางแผนการจัดการให้รอบคอบกว่าเดิมเสียแล้ว" หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตัวเองขณะเดินสำรวจสวนผักภายในมิติส่วนตัวของนาง
นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะต้องเกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน การแย่งชิงบัตรเชิญอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและปัญหาต่างๆ ที่นางมิปรารถนา
"เสี่ยวเฟิง! มาช่วยพี่สาวหน่อยเร็ว!" หว่านเอ๋อร์ตะโกนเรียกน้องชายของนางที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
เสี่ยวเฟิงรีบวิ่งเข้ามาหาพี่สาวด้วยสีหน้ากระตือรือร้น "มีอะไรให้ข้าช่วยหรือขอรับพี่สาว?"
"พี่สาวต้องการให้เจ้ามาช่วยคัดกรองรายชื่อแขกที่จะได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงรอบต่อไป" หว่านเอ๋อร์กล่าว
"คัดกรองรายชื่อ? นั่นหมายความว่าเราจะไม่สามารถเชิญทุกคนได้หรือขอรับ?" เสี่ยวเฟิงถามด้วยความสงสัย
"ถูกต้องแล้ว" หว่านเอ๋อร์ตอบ "เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเลี้ยงของเราเป็นจำนวนมาก เราจึงจำเป็นต้องคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น"
หว่านเอ๋อร์อธิบายถึงหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกที่นางได้วางไว้ โดยเน้นไปที่ผู้ที่มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้ นางยังให้ความสำคัญกับผู้ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือสกุลหลินมาโดยตลอด
"พี่สาวต้องการให้เจ้าใช้ความรู้ทางบัญชีที่เจ้าได้ร่ำเรียนมา ช่วยตรวจสอบประวัติและฐานะทางการเงินของผู้ที่ต้องการเข้าร่วมงานเลี้ยง" หว่านเอ๋อร์กล่าว
"ขอรับ! ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถ" เสี่ยวเฟิงตอบด้วยความมั่นใจ
เสี่ยวเฟิงเริ่มทำงานทันที เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่พี่สาวได้รวบรวมมา เขาพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงประวัติการทำธุรกิจ ความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์ของผู้ที่ต้องการเข้าร่วมงานเลี้ยง
ในขณะที่เสี่ยวเฟิงกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น หว่านเอ๋อร์ก็เดินทางไปยังร้านค้าของเถ้าแก่เนี่ย นางต้องการปรึกษาหารือกับเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อหว่านเอ๋อร์มาถึงร้านค้า เถ้าแก่เนี่ยก็รีบออกมาต้อนรับนางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "คุณหนูหลิน! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะขอรับ"
"สวัสดีค่ะเถ้าแก่เนี่ย" หว่านเอ๋อร์กล่าวทักทาย "ข้ามาวันนี้เพื่อขอคำแนะนำจากท่านเกี่ยวกับเรื่องงานเลี้ยง"
หว่านเอ๋อร์เล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เถ้าแก่เนี่ยฟังอย่างละเอียด เถ้าแก่เนี่ยฟังอย่างตั้งใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์มากมาย
"คุณหนูหลินไม่ต้องกังวลไปขอรับ" เถ้าแก่เนี่ยกล่าว "เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อมีชื่อเสียงก็ย่อมมีคนอยากเข้าใกล้เป็นธรรมดา"
"แต่ข้าไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายหรือความขัดแย้งใดๆ" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยความกังวล
"ข้าเข้าใจความรู้สึกของคุณหนูหลินดี" เถ้าแก่เนี่ยตอบ "แต่ข้าเชื่อว่าด้วยสติปัญญาและความสามารถของคุณหนูหลิน จะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน"
เถ้าแก่เนี่ยแนะนำให้หว่านเอ๋อร์จัดทำระบบการจองบัตรเชิญที่รัดกุมและโปร่งใส เพื่อป้องกันการทุจริตและการเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้หว่านเอ๋อร์กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับเชิญอย่างชัดเจน เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างยุติธรรม
หว่านเอ๋อร์รับฟังคำแนะนำของเถ้าแก่เนี่ยด้วยความตั้งใจ นางรู้สึกขอบคุณเขาเป็นอย่างยิ่งที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนางมาโดยตลอด
เมื่อกลับมาถึงไร่ หว่านเอ๋อร์รีบนำคำแนะนำของเถ้าแก่เนี่ยมาปรับใช้ นางเริ่มวางระบบการจองบัตรเชิญที่รัดกุมและโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรเชิญได้
นอกจากนี้ นางยังกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับเชิญอย่างชัดเจน โดยเน้นไปที่ผู้ที่มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม
หว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าการจัดการเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง นางเชื่อว่านางจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้อย่างแน่นอน
บัตรเชิญงานเลี้ยงของสกุลหลินได้กลายเป็นของล้ำค่าที่ผู้คนต่างปรารถนาที่จะครอบครอง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นบทพิสูจน์ถึงคุณธรรมและความดีงามของผู้ที่ต้องการเข้าร่วมงานเลี้ยงแห่งสวรรค์นี้
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปัญหาขาดแคลนกุ้งมังกรภูเขา]**