ตอนที่ 267

***บทที่ 267: แขกคนพิเศษ: ท่านย่าสำนึกผิด?***

บรรยากาศภายในงานเลี้ยงฉลอง ‘สี่ฤดูประสานใจ’ ยังคงอบอวลไปด้วยความสุขสำราญ แขกเหรื่อต่างพากันร่ำลาด้วยความอิ่มเอมใจ บ้างกล่าวชมเชยไม่ขาดปาก บ้างให้สัญญาว่าจะกลับมาเยือนอีกครั้ง หลิน หว่านเอ๋อร์ ยืนส่งแขกด้วยรอยยิ้ม แม้จะเหนื่อยล้าแต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความสุข

เมื่อแขกคนสุดท้ายจากไป นางจึงสั่งให้บ่าวไพร่เก็บกวาดสถานที่ ก่อนจะเดินไปยังเรือนพักเพื่อพักผ่อน ระหว่างทางสายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ บริเวณรั้วไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า แม้แสงจันทร์จะสลัวราง แต่ก็พอจะมองออกว่าเป็นใคร

แม่เฒ่าจาง!

หัวใจของ หว่านเอ๋อร์ กระตุกวูบ นางหยุดชะงักอยู่กับที่ มองดูร่างที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความชราภาพที่ยืนเกาะรั้วอย่างเงียบงัน แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเสียใจ ความอิจฉา และความสำนึกผิด

นานมาแล้วที่นางไม่ได้เห็นภาพเช่นนี้ แม่เฒ่าจางผู้เคยมีอำนาจล้นเหลือ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงหญิงชราที่ไร้เรี่ยวแรง ต้องมายืนแอบมองความสำเร็จของหลานสาวอยู่ห่างๆ ภาพนี้ช่างน่าเวทนาเสียจริง

หว่านเอ๋อร์ ถอนหายใจออกมาเบาๆ นางรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับย่าไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว การกระทำในอดีตของแม่เฒ่าจางได้สร้างบาดแผลลึกในใจของนาง ยากที่จะเยียวยาให้หายสนิท

อย่างไรก็ตาม ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง นางย่อมมีความเมตตาและเห็นใจ นางไม่อาจปล่อยให้แม่เฒ่าจางต้องยืนตากลมตากฝนอยู่เช่นนี้ได้

“ไปเตรียมอาหารกล่องมา” หว่านเอ๋อร์ สั่งบ่าวรับใช้ที่เดินตามมา “เอาอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงวันนี้ ใส่ให้เต็มกล่อง”

บ่าวรับใช้รับคำสั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงรีบไปจัดการตามที่ได้รับมอบหมาย

เมื่อได้อาหารกล่องแล้ว หว่านเอ๋อร์ สั่งให้บ่าวผู้นั้นนำไปมอบให้แก่แม่เฒ่าจาง แต่กำชับว่า ห้ามเชิญนางเข้ามาในงาน

“นำไปให้ท่านย่า แล้วบอกว่าข้าฝากมาให้” หว่านเอ๋อร์ กล่าวเสียงเบา “บอกว่าให้ท่านดูแลสุขภาพด้วย”

บ่าวรับใช้พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินตรงไปยังแม่เฒ่าจางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

เมื่อแม่เฒ่าจางเห็นบ่าวรับใช้เดินเข้ามาหา นางก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน นางยืนรออย่างเงียบๆ จนกระทั่งบ่าวรับใช้เดินมาถึง

“ท่านย่าขอรับ คุณหนูฝากอาหารกล่องนี้มาให้” บ่าวรับใช้กล่าวด้วยความเคารพ “คุณหนูบอกว่าให้ท่านดูแลสุขภาพด้วย”

แม่เฒ่าจางมองอาหารกล่องในมือบ่าวรับใช้ด้วยสายตาที่สั่นระริก นางค่อยๆ เอื้อมมือไปรับกล่องอาหารนั้นมาอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายไป

“ขอบคุณ…ขอบคุณ หว่านเอ๋อร์” เสียงของแม่เฒ่าจางแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่นางก็พยายามเปล่งออกมาจากใจจริง

บ่าวรับใช้โค้งคำนับลา ก่อนจะเดินกลับไปยัง หว่านเอ๋อร์ ที่ยืนรออยู่ไม่ไกล

หว่านเอ๋อร์ มองดูแม่เฒ่าจางที่ยืนกอดกล่องอาหารไว้แนบอก นางรู้ว่าอาหารกล่องนี้ไม่ได้มีค่าแค่เรื่องของอาหาร แต่มันคือความหวังดีและความปรารถนาดีที่นางมอบให้

นางไม่ได้ต้องการที่จะให้อภัยแม่เฒ่าจางอย่างง่ายดาย เพราะสิ่งที่นางได้รับในอดีตนั้นมันเจ็บปวดเกินกว่าจะลืมเลือน แต่การที่นางแสดงความเมตตาและให้ความช่วยเหลือในยามที่แม่เฒ่าจางลำบาก ก็ถือเป็นการปิดฉากเรื่องราวในอดีตอย่างสงบ

การให้อภัยแต่ไม่ให้โอกาสกลับมาทำร้าย คือทางออกที่ดีที่สุด

หว่านเอ๋อร์ หันหลังกลับ เดินไปยังเรือนพักของตนเอง ทิ้งให้แม่เฒ่าจางยืนอยู่เพียงลำพังภายใต้แสงจันทร์อันสลัวราง

ในคืนนั้น แม่เฒ่าจางนั่งกินอาหารที่ หว่านเอ๋อร์ มอบให้ด้วยน้ำตาคลอเบ้า นางไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน ไม่ใช่เพราะรสชาติที่เลิศล้ำ แต่เป็นเพราะความรักและความเมตตาที่แฝงอยู่ในอาหารทุกคำต่างหาก

นางรู้ว่านางไม่สมควรได้รับความเมตตาจาก หว่านเอ๋อร์ แต่ หว่านเอ๋อร์ ก็ยังคงมอบให้ นางรู้สึกสำนึกผิดและเสียใจกับการกระทำในอดีตอย่างสุดซึ้ง

นางหวังว่าสักวันหนึ่ง นางจะสามารถชดใช้ความผิดที่นางได้ก่อไว้ และได้รับโอกาสในการเริ่มต้นใหม่

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร นางก็จะสนับสนุน หว่านเอ๋อร์ อย่างเต็มที่ นางจะคอยเฝ้ามองดูความสำเร็จของหลานสาวจากที่ไกลๆ และภาวนาให้นางมีความสุขตลอดไป

ณ มุมหนึ่งของหมู่บ้าน จาง ห่าว กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวอย่างเงียบๆ เขามองไปยังแสงไฟที่ส่องสว่างออกมาจากฟาร์มของ หว่านเอ๋อร์ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

เขารู้สึกยินดีกับความสำเร็จของน้องสาว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียใจที่ตนเองไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จนั้นได้

เขาเคยเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานและอยากจะสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ความผิดพลาดในอดีตได้ทำลายทุกอย่าง เขาไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงมีความหวัง เขาหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ และได้รับโอกาสในการเริ่มต้นใหม่

เขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อให้สมกับที่เป็นพี่ชายของ หลิน หว่านเอ๋อร์

ค่ำคืนอันเงียบสงบผ่านพ้นไป แสงตะวันเริ่มสาดส่อง หมู่บ้านเล็กๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผู้คนต่างเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความหวังและความตั้งใจ

หลิน หว่านเอ๋อร์ ตื่นแต่เช้าตรู่ นางรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ นางรู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ วันที่นางจะต้องแสดงฝีมือในการทำอาหารเป็นครั้งสุดท้าย

นางจะสร้างสรรค์เมนูที่พิเศษที่สุด เพื่อตอบแทนทุกความรักและความสนับสนุนที่นางได้รับมา

นางจะทำ ‘ซุปมังกรท่องสวรรค์’

[โปรดติดตามตอนต่อไป: คืนก่อนวันสุดท้าย]