ตอนที่ 266

***บทที่ 266: เมนูที่ 105: สี่ฤดูประสานใจ***

เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบกับโต๊ะอาหารที่ถูกจัดวางอย่างประณีต งามลออราวกับภาพวาด หลิวซานปัดฝุ่นบนชุดคลุมยาวสีเขียวมรกตของตนอย่างเบามือ ก่อนจะผายมือเชิญแขกวีไอพีทุกท่านนั่งลง ณ ที่อันทรงเกียรติ

“เรียนท่านทั้งหลาย เมนูที่ท่านรอคอยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วขอรับ” หลิวซานกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

หลิน หว่านเอ๋อร์ ยืนอยู่เบื้องหลังเคาน์เตอร์ครัว ร่างกายของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาเป็นประกายราวกับดวงดาว นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้ความกังวลทั้งมวลจางหายไป คงเหลือไว้เพียงสมาธิและความตั้งใจที่จะทำอาหารทุกจานให้ออกมาดีที่สุด

เมนูจานแรกถูกยกออกมาเสิร์ฟอย่างช้าๆ เป็นซุปใสสีทอง กลิ่นหอมของสมุนไพรและเนื้อสัตว์อบอวลไปทั่วบริเวณ แขกทุกท่านต่างยกย่องในรสชาติอันละเมียดละไม

จานที่สอง จานที่สาม ถูกทยอยนำออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ละจานล้วนสร้างความประทับใจให้แก่แขกทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง วัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ผสานกับฝีมือการปรุงอาหารอันยอดเยี่ยมของหลิน หว่านเอ๋อร์ ทำให้ทุกคำที่ลิ้มลองนั้นช่างแสนวิเศษ

เมื่ออาหารจานหลักผ่านไป ความคาดหวังของแขกทุกท่านก็พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้ลิ้มลองเมนูสุดท้าย ที่หลิน หว่านเอ๋อร์ เก็บงำไว้เป็นความลับ

หลิน หว่านเอ๋อร์ เช็ดเหงื่อที่หน้าผากเล็กน้อย นางหันไปพยักหน้าให้ หลิวซาน เป็นสัญญาณ หลิวซานเข้าใจความหมายนั้นดี เขาสั่งให้เด็กเสิร์ฟเตรียมตัวยกอาหารจานสุดท้ายออกมา

“ท่านทั้งหลาย บัดนี้ ข้าขอเสนอเมนูสุดท้าย ‘สี่ฤดูประสานใจ’ ขอรับ” หลิวซานประกาศก้อง

เด็กเสิร์ฟสี่คนยกถาดไม้ขนาดใหญ่เข้ามาวางบนโต๊ะอาหาร แต่ละถาดมีจานเล็กๆ สี่จานวางเรียงรายอยู่ จานแต่ละใบมีสีสันและรูปร่างที่แตกต่างกัน สื่อถึงฤดูกาลทั้งสี่

จานแรกเป็นสีเขียวอ่อน สื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ภายในจานมีหน่อไม้สดลวก ราดด้วยน้ำมันงาหอมกรุ่น โรยหน้าด้วยงาขาวคั่ว

จานที่สองเป็นสีแดงสด สื่อถึงฤดูร้อน ภายในจานมีเนื้อแตงโมแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ วางคู่กับมะเขือเทศเชอร์รีเชื่อมน้ำผึ้ง

จานที่สามเป็นสีเหลืองทอง สื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ภายในจานมีลูกพลับแห้งสอดไส้ถั่วแดงกวน โรยหน้าด้วยผงอบเชย

จานที่สี่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ สื่อถึงฤดูหนาว ภายในจานมีส้มเขียวหวานปอกเปลือก วางคู่กับลูกเกาลัดเชื่อม

แขกวีไอพีทุกท่านต่างมองอาหารตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เคยเห็นอาหารที่แปลกตาเช่นนี้มาก่อน

“นี่คืออะไรกัน?” ชายชราผู้หนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย

หลิน หว่านเอ๋อร์ เดินออกมาจากเคาน์เตอร์ครัว นางโค้งคำนับให้แขกทุกท่านด้วยความเคารพ

“เรียนท่านทั้งหลาย เมนู ‘สี่ฤดูประสานใจ’ คือออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยที่ข้าตั้งใจทำขึ้นเพื่อท่านโดยเฉพาะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“แต่ละจานในเมนูนี้ ใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาล แต่สิ่งที่พิเศษคือ วัตถุดิบทั้งหมดนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในมิติส่วนตัวของข้า ข้ามปี ข้ามฤดู จนสามารถนำมาปรุงอาหารให้ท่านได้ลิ้มลองในวันนี้”

คำกล่าวของ หลิน หว่านเอ๋อร์ ทำให้แขกทุกท่านถึงกับอ้าปากค้าง ไม่มีใครคาดคิดว่านางจะสามารถเก็บรักษาวัตถุดิบข้ามฤดูได้

“เป็นไปได้อย่างไร?” หญิงสูงศักดิ์ผู้หนึ่งถามขึ้นด้วยความตกตะลึง

“นี่คือความลับของร้านอาหารแห่งนี้” หลิน หว่านเอ๋อร์ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ข้าสามารถรับประกันได้ว่า วัตถุดิบทุกอย่างที่ข้านำมาใช้ ปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสุด”

แขกวีไอพีทุกท่านต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น

“ข้าขอเชิญท่านทั้งหลายลิ้มลอง ‘สี่ฤดูประสานใจ’ ด้วยตัวเอง” หลิน หว่านเอ๋อร์ กล่าว

แขกทุกท่านเริ่มลงมือชิมอาหารทีละจาน แต่ละคนแสดงสีหน้าพึงพอใจออกมาอย่างชัดเจน รสชาติของแต่ละจานนั้นแตกต่างกัน แต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้ลิ้มลอง

“ยอดเยี่ยม! รสชาติของหน่อไม้สดนั้นช่างกรอบหวาน ราวกับเพิ่งเก็บมาจากป่าเมื่อเช้านี้” ชายชรากล่าว

“เนื้อแตงโมหวานฉ่ำชื่นใจ ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้อย่างดี” หญิงสูงศักดิ์กล่าว

“ลูกพลับแห้งสอดไส้ถั่วแดงกวนนั้น หอมหวานละมุนลิ้น ช่างเข้ากันได้อย่างลงตัว” ชายวัยกลางคนกล่าว

“ส้มเขียวหวานกับลูกเกาลัดเชื่อมนั้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัว รสชาติหวานอมเปรี้ยว ชวนให้ลิ้มลองไม่รู้เบื่อ” หญิงสาวกล่าว

แขกวีไอพีทุกท่านต่างยกย่องในรสชาติของ ‘สี่ฤดูประสานใจ’ พวกเขาไม่เคยคิดว่าอาหารที่ใช้วัตถุดิบข้ามฤดูจะอร่อยได้ถึงเพียงนี้

หลิน หว่านเอ๋อร์ มองดูแขกทุกท่านด้วยความภาคภูมิใจ นางรู้ว่านางได้สร้างความประทับใจให้แก่พวกเขาแล้ว

“ท่านทั้งหลาย ข้าหวังว่าท่านจะชื่นชอบเมนู ‘สี่ฤดูประสานใจ’ นะขอรับ” นางกล่าว

“แน่นอน! อาหารของเจ้าอร่อยและแปลกตามาก ข้าไม่เคยลิ้มลองอาหารเช่นนี้มาก่อน” ชายชรากล่าว

“ข้าจะบอกต่อเรื่องราวของร้านอาหารแห่งนี้ให้แก่เพื่อนฝูงของข้า” หญิงสูงศักดิ์กล่าว

“ข้าจะกลับมาทานอาหารที่นี่อีกแน่นอน” ชายวัยกลางคนกล่าว

“ข้าขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่ให้เกียรติมาทานอาหารที่ร้านของข้า” หลิน หว่านเอ๋อร์ กล่าว

นางโค้งคำนับให้แขกทุกท่านอีกครั้งด้วยความเคารพ

ความสำเร็จของ ‘สี่ฤดูประสานใจ’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงศักยภาพในการเก็บรักษาวัตถุดิบข้ามฤดูของนางเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างตำนานให้แก่ร้านอาหารของนางอีกด้วย

จากนี้ไป ชื่อเสียงของร้านอาหาร ‘สี่ฤดู’ จะขจรขจายไปทั่วหล้า ผู้คนต่างอยากรู้อยากเห็นว่า หลิน หว่านเอ๋อร์ สามารถสร้างสรรค์อาหารที่แปลกตาและอร่อยล้ำได้อย่างไร

และที่สำคัญที่สุด นางได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความรัก ความมุ่งมั่น และความตั้งใจจริง สามารถนำมาซึ่งความสำเร็จได้

[โปรดติดตามตอนต่อไป: แขกคนพิเศษ: ท่านย่าสำนึกผิด?]