ตอนที่ 274

***บทที่ 274: ข้อเสนอจากราชสำนัก***

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงบนหมู่บ้านซิ่งฮวาที่กำลังตื่นจากนิทรา เหล่าชาวบ้านเริ่มดำเนินชีวิตประจำวันด้วยรอยยิ้มและความหวัง หว่านเอ๋อร์กำลังตรวจดูความเรียบร้อยของแปลงผักในเรือนกระจก จ้าวเฉินช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ อยู่ข้างกาย ทั้งสองพูดคุยกันถึงแผนการปรับปรุงระบบชลประทานในฟาร์ม เพื่อรับมือกับฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกหมู่บ้าน ตามมาด้วยเสียงประกาศก้องกังวาน "ราชโองการมาถึงแล้ว! ทุกคนคุกเข่า!"

หว่านเอ๋อร์และจ้าวเฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินไปยังลานหน้าบ้านพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ทยอยกันออกมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ เมื่อเห็นขบวนขันทีในชุดคลุมสีแดงสดเดินเข้ามา ทุกคนก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง

ขันทีผู้นำหน้ากางม้วนพระราชโองการออก ก่อนจะเริ่มอ่านด้วยน้ำเสียงสูง "มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หลิน หว่านเอ๋อร์ เข้าเฝ้า ณ พระราชวังหลวง เพื่อดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่อง ดูแลการจัดเตรียมพระกระยาหารและเครื่องเสวยสำหรับองค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์..."

หว่านเอ๋อร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับพระราชทานเกียรติอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก นางไม่เคยมีความปรารถนาที่จะเข้าวังไปเป็นข้าราชการ นางเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในหมู่บ้านซิ่งฮวา ดูแลบิดาและน้องชาย สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับชุมชน

เมื่อขันทีอ่านพระราชโองการจบ หว่านเอ๋อร์ก็ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง นางรู้ดีว่าการปฏิเสธพระราชโองการนั้นเป็นความผิดร้ายแรง แต่การต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรักไป ก็เป็นสิ่งที่นางไม่อาจทำใจได้เช่นกัน

"หลิน หว่านเอ๋อร์ รับพระราชโองการ!" ขันทีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงเข้มงวด

จ้าวเฉินสังเกตเห็นความลังเลในแววตาของหว่านเอ๋อร์ เขาจึงตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้า และกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น "ท่านกงกง โปรดประทานอภัย หว่านเอ๋อร์เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา นางอาจจะไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะรับตำแหน่งอันสูงเกียรติเช่นนั้นได้"

ขันทีผู้นั้น หรือกงกง แหวใส่จ้าวเฉินด้วยสายตาดูแคลน "เจ้าเป็นใครบังอาจมาขัดขวางพระราชโองการ? รู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้มีโทษสถานใด?"

"ข้าน้อยเพียงแต่เป็นห่วงว่าหว่านเอ๋อร์จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ หากนางต้องทิ้งบิดาชราและน้องชายที่ยังเล็กไว้เบื้องหลัง" จ้าวเฉินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "นางเป็นเสาหลักของครอบครัว หากนางต้องจากไป พวกเขาคงจะลำบากเป็นอย่างยิ่ง"

หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองจ้าวเฉินด้วยความซาบซึ้งใจ นางรู้ดีว่าเขาพยายามช่วยเหลือนางอย่างสุดความสามารถ

กงกงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด "เรื่องนี้ข้าก็พอจะเข้าใจ แต่พระราชโองการนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากนางไม่ไป ก็เท่ากับขัดขืนพระบรมราชโองการ ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต!"

หว่านเอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "กราบเรียนท่านกงกง หม่อมฉันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น แต่หม่อมฉันคงไม่อาจรับตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องได้จริงๆ"

"อะไรนะ!?" กงกงอุทานด้วยความตกตะลึง "เจ้ากล้าปฏิเสธพระราชโองการหรือ?"

"หม่อมฉันทราบดีว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่มิบังควร แต่หม่อมฉันมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่สามารถละทิ้งครอบครัวไปได้ หม่อมฉันขอเป็นเพียงชาวสวนธรรมดา ดูแลบิดาและน้องชาย สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับหมู่บ้านแห่งนี้ต่อไป" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง

กงกงโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ "เจ้าบังอาจ! รู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรลงไป? นี่คือการขัดขืนพระบรมราชโองการ! เจ้าจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม!"

จ้าวเฉินรีบกล่าวแทรกขึ้น "ท่านกงกง โปรดใจเย็นก่อน หว่านเอ๋อร์ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขืนพระบรมราชโองการ นางเพียงแต่มีความกตัญญูต่อบิดาและน้องชาย นางเป็นคนดีมีคุณธรรม และเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านทุกคน หากท่านกงกงเมตตา ขอท่านโปรดนำความไปกราบทูลองค์จักรพรรดิ ขอพระองค์ทรงโปรดพิจารณาความเหมาะสมของหว่านเอ๋อร์อีกครั้ง"

กงกงจ้องหน้าจ้าวเฉินด้วยสายตาอาฆาต "เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า? ข้าจะจำเจ้าไว้!"

จากนั้นกงกงหันไปมองหว่านเอ๋อร์ด้วยสายตาเย็นชา "ข้าจะนำเรื่องนี้ไปกราบทูลองค์จักรพรรดิ ให้พระองค์ทรงตัดสินโทษเจ้า แต่จงจำไว้ว่าการกระทำของเจ้าในวันนี้ จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่คนรอบข้าง"

เมื่อกล่าวจบ กงกงก็สะบัดชายเสื้อ เดินนำขบวนขันทีกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หว่านเอ๋อร์และชาวบ้านซิ่งฮวาอยู่ในความเงียบงันและความหวาดกลัว

จ้าวเฉินเดินเข้ามาประคองหว่านเอ๋อร์ให้ลุกขึ้น "เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

หว่านเอ๋อร์มองจ้าวเฉินด้วยแววตาที่เป็นกังวล "ข้ากลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้พวกเจ้าเดือดร้อนไปด้วย"

"อย่าคิดมากเลย หว่านเอ๋อร์ เราจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วยกัน" จ้าวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

หลังจากขบวนขันทีจากไป ชาวบ้านต่างก็เข้ามาให้กำลังใจหว่านเอ๋อร์ พวกเขาต่างก็รู้ดีว่านางเป็นคนดีมีน้ำใจ และไม่สมควรที่จะต้องถูกลงโทษ

"หว่านเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกลัว พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้า"

"ใช่แล้ว หว่านเอ๋อร์ พวกเราจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้"

หว่านเอ๋อร์รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของชาวบ้าน นางรู้ดีว่านางไม่ได้อยู่คนเดียว นางยังมีครอบครัวและเพื่อนพ้องที่พร้อมจะสนับสนุนและช่วยเหลือ

แต่ในใจของนางก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ นางรู้ดีว่าการปฏิเสธพระราชโองการนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และอาจจะนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ไม่คาดฝัน

ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังจมอยู่กับความกังวล จ้าวเฉินก็เริ่มวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังเมืองหลวง เพื่อเข้าพบขุนนางผู้ใหญ่ และขอความช่วยเหลือในการเจรจาต่อรองกับราชสำนัก

เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้อาจจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก แต่เขาพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหว่านเอ๋อร์และชาวบ้านซิ่งฮวา

[โปรดติดตามตอนต่อไป: โรงเรียนของเสี่ยวเฟิง]