ตอนที่ 275

***บทที่ 275: โรงเรียนของเสี่ยวเฟิง***

ความเงียบงันปกคลุมทั่วหมู่บ้านซิ่งฮวา หลังจากการจากไปของขบวนขันที ความกังวลและความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจของชาวบ้านทุกคน แม้ว่าหลิน หว่านเอ๋อร์จะพยายามแสดงความเข้มแข็ง แต่ภายในใจของนางก็ยังคงร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม

"ท่านป้า ท่านลุง ทุกท่านโปรดวางใจ" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพวกท่านได้ ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหมู่บ้านซิ่งฮวาแห่งนี้"

สายตาของหว่านเอ๋อร์กวาดมองไปยังใบหน้าของชาวบ้านแต่ละคน นางเห็นแววตาแห่งความหวังและความศรัทธา ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้นางต้องยืนหยัดต่อไป แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม

"หว่านเอ๋อร์เอ๋ย เจ้าเป็นเด็กดีของพวกเราเสมอมา" ท่านผู้เฒ่าหมู่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พวกเราเชื่อมั่นในตัวเจ้า พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ"

หว่านเอ๋อร์โค้งคำนับให้กับท่านผู้เฒ่าและชาวบ้านทุกคน นางรู้ดีว่าความไว้วางใจและความรักที่พวกเขามีให้ คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของนาง

หลังจากปลอบประโลมชาวบ้านจนคลายความกังวลลงได้บ้างแล้ว หว่านเอ๋อร์ก็กลับมาที่เรือนของตนเอง นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในสมองของนางราวกับพายุ

"ข้าจะทำอย่างไรดี..." หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตนเอง "หากองค์จักรพรรดิทรงกริ้วโกรธ พวกเราทุกคนจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน"

ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังครุ่นคิดหาทางออกอยู่นั้น นางก็เหลือบไปเห็นสมุดบัญชีที่วางอยู่บนโต๊ะ นางหยิบมันขึ้นมาเปิดดู หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเต็มไปด้วยตัวเลขและรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินทุนของฟาร์ม

ทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมองของนาง "ใช่แล้ว! การศึกษา! การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้หมู่บ้านซิ่งฮวาของเราเข้มแข็งและยั่งยืนได้!"

หว่านเอ๋อร์ตัดสินใจที่จะนำเงินทุนส่วนหนึ่งของฟาร์มมาสร้างโรงเรียนขนาดใหญ่ในตำบล เพื่อให้เด็กยากจนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษา ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นลูกชาวนา ลูกคนงาน หรือแม้แต่ลูกของอดีตขุนนางที่ตกอับ

นางเชื่อมั่นว่าการศึกษาจะช่วยเปิดโลกทัศน์ของเด็กๆ ให้กว้างขึ้น ทำให้พวกเขามีความรู้ความสามารถที่จะพัฒนาตนเองและสังคมให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น หว่านเอ๋อร์ได้เรียกประชุมชาวบ้านและแจ้งถึงแผนการสร้างโรงเรียนของนาง ทุกคนต่างก็เห็นด้วยและสนับสนุนอย่างเต็มที่ พวกเขารู้ดีว่าการศึกษาคือสิ่งที่ดีที่สุดที่หว่านเอ๋อร์สามารถมอบให้กับคนรุ่นหลังได้

"หว่านเอ๋อร์เอ๋ย เจ้าช่างเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีน้ำใจจริงๆ" ท่านผู้เฒ่าหมู่บ้านกล่าวด้วยความชื่นชม "พวกเราจะช่วยเจ้าสร้างโรงเรียนแห่งนี้ให้สำเร็จ"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มด้วยความยินดี นางรู้ดีว่าการสร้างโรงเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะแล้วเสร็จ แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านทุกคน นางเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถทำได้สำเร็จ

หลังจากได้รับความเห็นชอบจากชาวบ้านแล้ว หว่านเอ๋อร์ก็เริ่มดำเนินการตามแผนการทันที นางได้มอบหมายให้ช่างฝีมือดีที่สุดในหมู่บ้านออกแบบโรงเรียน โดยเน้นความแข็งแรงทนทานและสวยงามเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม

นอกจากนี้ นางยังได้ประกาศรับสมัครครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อมาสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนแห่งใหม่นี้ ข่าวการเปิดรับสมัครครูบาอาจารย์แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้บัณฑิตตกยากจำนวนมากจากทั่วสารทิศต่างก็เดินทางมาสมัคร

หว่านเอ๋อร์ได้ทำการคัดเลือกครูบาอาจารย์อย่างพิถีพิถัน โดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กๆ

ในที่สุด หว่านเอ๋อร์ก็ได้คัดเลือกบัณฑิตตกยากที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นจำนวนหนึ่งมาเป็นครูสอนในโรงเรียนแห่งใหม่นี้ ครูใหญ่ของโรงเรียนคือบัณฑิตชราผู้หนึ่ง ซึ่งเคยรับราชการในราชสำนักมาก่อน แต่ถูกใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ

ครูใหญ่เป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานในหลายศาสตร์ ทั้งอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และปรัชญา เขามีความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กๆ และสร้างคนดีคนเก่งให้กับสังคม

เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ โรงเรียนแห่งใหม่ของตำบลซิ่งฮวาก็ได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้านทุกคน เด็กๆ ต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่นี้ พวกเขาต่างก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้เต็มที่

ในบรรดาเด็กนักเรียนเหล่านั้น มีเด็กชายคนหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เด็กชายผู้นี้มีชื่อว่า เสี่ยวเฟิง เสี่ยวเฟิงเป็นเด็กที่ฉลาดหลักแหลม มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และมีความคิดสร้างสรรค์เกินวัย

หว่านเอ๋อร์สังเกตเห็นความสามารถพิเศษของเสี่ยวเฟิง และให้ความสนใจเป็นพิเศษ นางได้มอบหมายให้ครูใหญ่คอยดูแลและให้คำแนะนำแก่เสี่ยวเฟิงอย่างใกล้ชิด

เสี่ยวเฟิงไม่ทำให้หว่านเอ๋อร์ผิดหวัง เขาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเข้าใจเนื้อหาที่ยากๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เขายังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

หว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าเสี่ยวเฟิงคืออัจฉริยะที่หายาก นางตั้งใจที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เสี่ยวเฟิงได้พัฒนาความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขาสามารถเติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของสังคม

โรงเรียนแห่งใหม่ของตำบลซิ่งฮวาไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่เรียนหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมแห่งความรู้ ความคิด และความหวัง เป็นรากฐานที่มั่นคงที่จะสร้างอนาคตที่สดใสให้กับคนรุ่นหลัง

หว่านเอ๋อร์มองไปยังเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานในสนามโรงเรียน นางรู้สึกอิ่มเอมใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก นางรู้ดีว่าการตัดสินใจของนางในวันนี้ จะส่งผลดีต่อชีวิตของคนอีกมากมายในอนาคต

แต่ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังมีความสุขอยู่นั้น นางก็ไม่ลืมว่ายังมีภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา นางรู้ดีว่าการต่อสู้ของนางยังไม่จบสิ้น และนางจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น

[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความรักสุกงอม]