ตอนที่ 280

***บทที่ 280: เช้าวันใหม่กับบทบาทใหม่***

แสงสุริยาแรกผลิทอประกายสีทอง สาดส่องลงบนผืนดินไร่หลินราวกับพรมไหมชั้นดี ปลุกให้สรรพชีวิตตื่นจากนิทรารมณ์ เสียงนกร้องเพลงขับขานรับอรุณเบิกฟ้า ดอกไม้บานสะพรั่งอวดสีสันสดใส เหล่าแมลงผึ้งบินว่อนเก็บเกี่ยวน้ำหวาน เป็นภาพที่งดงามราวกับสรวงสวรรค์จำลอง

ในเรือนหออันโอ่อ่า จ้าวเฉินค่อยๆ ลืมตาตื่น แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านบางเบา แยงตากระทบใบหน้าคมสัน เขาหันมองข้างกาย พบร่างบางของภรรยาที่รัก หลิน หว่านเอ๋อร์ ยังคงหลับใหลอย่างสงบ ใบหน้าหวานละมุนปราศจากเครื่องสำอางใดๆ กลับดูงดงามบริสุทธิ์ดุจเทพธิดา

จ้าวเฉินยิ้มละไม ลูบไล้แก้มนวลเบาๆ อย่างทะนุถนอม ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อล้นในอก เขาไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตจะได้พบเจอความสุขเช่นนี้ การได้ตื่นขึ้นมาข้างกายคนที่รักทุกเช้า เป็นสิ่งที่เขาปรารถนามานานแสนนาน บัดนี้ความฝันนั้นได้กลายเป็นความจริงแล้ว

เขาค่อยๆ ขยับกายลุกจากเตียงอย่างเบามือ เกรงว่าเสียงจะรบกวนการพักผ่อนของนาง จากนั้นก็เดินไปยังโต๊ะทำงานที่มุมห้อง หยิบม้วนหนังสือขึ้นมาอ่านทบทวนแผนงานต่างๆ ที่วางไว้สำหรับวันนี้

เมื่ออ่านจบ จ้าวเฉินก็วางม้วนหนังสือลง แล้วเดินไปเปิดหน้าต่างรับลมเย็นสดชื่น แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้อง ทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เขาตั้งใจว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของหว่านเอ๋อร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การบริหารจัดการไร่ขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงอยากเป็นกำลังสำคัญให้นางได้พักผ่อนบ้าง

ไม่นานนัก หว่านเอ๋อร์ก็ค่อยๆ ขยับตัวตื่น นางลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย มองไปยังร่างสูงของสามีที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าส่องกระทบเรือนผมสีดำขลับของเขา ทำให้ดูสง่างามราวกับเทพเซียน

"ท่านตื่นนานแล้วหรือ?" หว่านเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

จ้าวเฉินหันกลับมายิ้มให้นาง "ตื่นได้สักพักแล้ว เจ้าพักผ่อนต่อเถิด ข้าจะลงไปเตรียมอาหารเช้าให้"

หว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า "ไม่เป็นไร ข้าตื่นแล้ว วันนี้มีงานต้องสะสางอีกเยอะ ข้าจะลงไปช่วยท่านเตรียมอาหาร"

ทั้งสองช่วยกันทำอาหารเช้าในครัวอย่างมีความสุข หว่านเอ๋อร์ลงมือทำอาหารจานโปรดของจ้าวเฉิน ส่วนจ้าวเฉินก็ช่วยหั่นผักและจัดเตรียมเครื่องปรุง บรรยากาศในครัวอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ หว่านเอ๋อร์ก็ตรงไปยังห้องทำงานเพื่อสะสางงานเอกสารที่คั่งค้าง จ้าวเฉินเดินตามนางเข้าไปด้วยความเป็นห่วง

"ให้ข้าช่วยนะ" จ้าวเฉินเอ่ย "ข้าพอมีความรู้เรื่องการบริหารอยู่บ้าง จะช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าได้"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มขอบคุณสามี "ขอบคุณท่านมาก ท่านช่วยข้าตรวจดูบัญชีรายรับรายจ่ายของไร่หน่อยได้ไหม ข้าไม่ค่อยถนัดเรื่องตัวเลขเท่าไหร่"

จ้าวเฉินรับคำอย่างยินดี เขาเริ่มตรวจดูบัญชีอย่างละเอียดถี่ถ้วน พบว่าการบริหารจัดการของหว่านเอ๋อร์นั้นดีเยี่ยม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้

"เจ้าทำได้ดีมากแล้ว" จ้าวเฉินเอ่ยชม "แต่ข้ามีข้อเสนอแนะบางอย่างที่จะช่วยให้การบริหารจัดการไร่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น"

จากนั้นจ้าวเฉินก็เริ่มอธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้หว่านเอ๋อร์ฟังอย่างละเอียด นางตั้งใจฟังและจดบันทึกอย่างใส่ใจ ทั้งสองปรึกษาหารือกันอย่างออกรส จนลืมเวลาไปเสียสนิท

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังทำงานอยู่นั้น คนงานในไร่ต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุยถึงเรื่องราวความรักของเจ้านายทั้งสอง

"ข้าไม่เคยเห็นคุณชายจ้าวมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลย" คนงานชายคนหนึ่งเอ่ย

"นั่นสิ เมื่อก่อนท่านเอาแต่ทำงาน ไม่เคยสนใจเรื่องความรักใคร่ แต่พอได้แต่งงานกับคุณหนูหว่านเอ๋อร์ ท่านก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน" คนงานหญิงอีกคนเสริม

"เห็นแล้วอิจฉาจริงๆ อยากมีชีวิตคู่ที่หวานชื่นแบบนั้นบ้าง" คนงานชายอีกคนกล่าว

ข่าวลือเรื่องความรักของจ้าวเฉินและหว่านเอ๋อร์แพร่กระจายไปทั่วทั้งไร่ ทำให้บรรยากาศในไร่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น ทุกคนต่างก็ยินดีกับเจ้านายทั้งสอง และหวังว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะยืนยาวตลอดไป

ตลอดทั้งวัน จ้าวเฉินช่วยหว่านเอ๋อร์บริหารงานเอกสารต่างๆ อย่างขะมักเขม้น เขาช่วยตรวจดูบัญชี วางแผนการตลาด และจัดการเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ทำให้หว่านเอ๋อร์มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

ส่วนหว่านเอ๋อร์ก็ยังคงเข้าครัวทำอาหาร และดูแลแปลงผักเหมือนเช่นเคย นางไม่เคยละทิ้งงานที่นางรัก แม้ว่าจะมีสามีคอยช่วยเหลืออยู่เคียงข้างก็ตาม

ยามเย็น แสงตะวันเริ่มอ่อนแสงลง จ้าวเฉินและหว่านเอ๋อร์เดินเล่นชมสวนด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ และวางแผนสำหรับอนาคต

"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าทำงานในวันนี้" หว่านเอ๋อร์เอ่ย "ถ้าไม่มีท่าน ข้าคงต้องทำงานจนหัวหมุนแน่ๆ"

จ้าวเฉินยิ้มตอบ "ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก นี่เป็นหน้าที่ของสามีที่ต้องดูแลภรรยา ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอไป"

หว่านเอ๋อร์ซบลงบนไหล่ของจ้าวเฉินอย่างอบอุ่น นางรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก การมีเขาอยู่เคียงข้าง ทำให้ชีวิตของนางมีความหมายมากยิ่งขึ้น

ค่ำคืนนั้น จ้าวเฉินและหว่านเอ๋อร์นั่งชมจันทร์ด้วยกันบนระเบียงเรือนหอ แสงจันทร์ส่องสว่างนวลตา ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ

"ข้ามีความสุขมาก" หว่านเอ๋อร์เอ่ย "ขอบคุณท่านที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของข้า"

จ้าวเฉินโอบกอดนางไว้แนบอก "ข้าก็มีความสุขมากเช่นกัน เจ้าคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของข้า"

จากนั้นทั้งสองก็จุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาว

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การถ่ายทอดวิชา]**