ตอนที่ 81
***บทที่ 81: แผนสกปรกขั้นสุดท้าย***
ราตรีกาลในค่ำคืนนี้มืดมิดผิดวิสัย ไร้ซึ่งแสงจันทร์สาดส่องลงมายังผืนดิน เมฆดำก้อนใหญ่ลอยต่ำบดบังดวงดาราจนหมดสิ้น ราวกับฟ้าดินจงใจเปิดทางให้ความชั่วร้ายได้เริงระบำ สายลมกรรโชกแรงที่พัดผ่านยอดไม้ส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงภูตพรายกรีดร้อง ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านตระกูลหลินวังเวงจนน่าขนลุก
ณ ห้องลับหลังร้านอาหารฟู่อัน ในตัวอำเภอ
แสงเทียนริบหรี่วูบไหวตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาทางรอยแตกของหน้าต่าง เผยให้เห็นใบหน้ามันย่องของบุรุษร่างท้วมผู้หนึ่ง เขากำลังยกจอกสุราขึ้นจิบด้วยท่าทีใจเย็น นัยน์ตาเรียวเล็กหยีลงจนแทบปิดมิดซ่อนประกายอำมหิตไว้ภายใน ตรงข้ามกันนั้นคือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นและริษยา
"เรื่องสัญญาตัดขาดนั่น... เจ้าทำใจได้แล้วหรือ หลินต้าจวง" เถ้าแก่ร้านฟู่อันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าทุกถ้อยคำกลับราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในใจคู่สนทนา
หลินต้าจวง หรือ 'ลุงใหญ่' ของหลินหว่านเอ๋อร์ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขากระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "เจ้าอย่ามาเยาะเย้ยข้า! นังเด็กสารเลวนั่น... มันกล้าตัดขาดข้า มันกล้าถีบหัวส่งข้าต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน! พ่อลูกคู่นั้นมันเนรคุณ!"
ความอับอายจากการถูกบังคับให้ประทับลายนิ้วมือตัดขาดความสัมพันธ์ยังคงร้อนผ่าอยู่บนใบหน้า ความหวังที่จะได้ส่วนแบ่งจากกิจการซอสปรุงรสที่กำลังรุ่งโรจน์พังทลายลงในพริบตา มิหนำซ้ำเขายังกลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวบ้าน
เถ้าแก่ฟู่อันแสยะยิ้มมุมปาก พลางรินสุราเติมให้ "ในเมื่อพวกมันไม่เห็นเจ้าเป็นญาติ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเห็นพวกมันเป็นหลานอีกต่อไป... ข้าได้ยินมาว่า ซอสปรุงรสชุดใหม่ของพวกมันกำลังหมักได้ที่ เตรียมจะส่งขายในอีกไม่กี่วัน หากพวกมันทำสำเร็จ อำนาจเงินตราของพวกมันจะยิ่งมากล้น ถึงตอนนั้นเจ้าคิดหรือว่าลำพังชาวนาจนๆ อย่างเจ้าจะไปต่อกรอะไรได้?"
คำยุยงนั้นเสียดแทงใจดำ หลินต้าจวงเงยหน้าขึ้น แววตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและความโลภ "เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร?"
เถ้าแก่ฟู่อันเลื่อนไหดินเผาขนาดเล็กสองไหไปตรงหน้า อีกฝ่าย กลิ่นฉุนกึกของน้ำมันเชื้อเพลิงลอยคลุ้งออกมาจางๆ
"คืนนี้เดือนมืด ลมแรง... เป็นใจให้กับการ 'ชำระแค้น' ยิ่งนัก" เสียงของเถ้าแก่ฟู่อันทุ้มต่ำ เต็มไปด้วยจิตสังหาร "หากโรงเรือนนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน สูตรลับของพวกมันก็จะมอดไหม้ไปพร้อมกัน โดยไม่มีใครสงสัย ข้าจะเตรียมคนดูต้นทางไว้ให้ เจ้าแค่... จุดไฟ"
หลินต้าจวงมองไหตรงหน้าด้วยมือที่สั่นเทา เหงื่อกาฬแตกพลั่กแม้อากาศจะหนาวเหน็บ การวางเพลิงเป็นโทษหนัก แต่ความแค้นที่สุมอกและความริษยาที่เห็นน้องชายมีชีวิตที่ดีกว่า มันบดบังมโนธรรมในจิตใจจนมืดบอด
"ทำลายให้สิ้นซาก..." หลินต้าจวงพึมพำเสียงแหบพร่า "ข้าจะทำให้พวกมันไม่เหลือที่ซุกหัวนอน!"
...
ตัดกลับมาที่เรือนสกุลหลิน
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงใบไม้แห้งปลิวครูดไปกับพื้นดิน หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกอยู่ที่ระเบียงเรือน สายตามองฝ่าความมืดไปยังทิศทางของโรงเรือนหมักซอสที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล แม้จะเพิ่งผ่านพ้นเรื่องราววุ่นวายของการทำสัญญาตัดขาดมาเมื่อตอนเย็น แต่สัญชาตญาณนักฆ่าจากชาติปางก่อนของนางกลับตื่นตัวอย่างประหลาด
นางรู้สึกได้ถึงอันตรายที่ลอยมากับสายลม
"หว่านเอ๋อร์... ดึกป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่เข้านอนอีก?"
เสียงทุ้มที่เจือด้วยความงัวเงียดังขึ้นจากด้านหลัง หลินต้าไห่เดินออกมาจากห้องนอน ในมือถือตะเกียงน้ำมันเก่าๆ แสงไฟส่องกระทบใบหน้าที่ดูอิดโรยแต่แฝงด้วยความห่วงใย
หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับมายิ้มบางๆ ให้บิดา "ท่านพ่อ ข้าเพียงแค่ออกมาสูดอากาศ นอนไม่ค่อยหลับเจ้าค่ะ ท่านพ่อกลับไปนอนเถิด วันนี้ท่านเหนื่อยมามากแล้ว"
หลินต้าไห่ถอนหายใจยาว วางมือหนาลงบนไหล่บุตรสาว "เรื่องลุงใหญ่ของเจ้า... พ่อรู้ว่าเจ้าทำเพื่อปกป้องครอบครัว แม้พ่อจะเจ็บปวดที่ต้องตัดพี่ตัดน้อง แต่พ่อก็เข้าใจ พ่อเพียงแต่กลัวว่า..."
"กลัวว่าเขาจะไม่ยอมจบหรือเจ้าคะ?" หลินหว่านเอ๋อร์ต่อประโยคให้ แววตาของนางวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว "คนอย่างลุงใหญ่ ยิ่งจนตรอก ยิ่งน่ากลัว แต่ท่านพ่อวางใจเถอะ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีใครทำอันตรายบ้านเราได้"
คำพูดที่หนักแน่นเกินวัยของบุตรสาวทำให้หลินต้าไห่รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด เขาพยักหน้าช้าๆ "เช่นนั้นเจ้าก็อย่านอนดึกนัก พรุ่งนี้เรายังต้องเตรียมงานกันต่อ"
เมื่อบิดากลับเข้าห้องไปแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้กลับไปนอน นางกระชับเสื้อคลุมแน่นขึ้น ก่อนจะเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณบ้านและโรงเรือนอีกครั้ง
นางไม่ได้ประมาท...
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางสังหรณ์ใจว่าคู่แข่งทางการค้าอย่างร้านฟู่อันจะไม่ยอมรามือ และลุงใหญ่ที่กำลังบ้าคลั่งก็เป็นหมากลงตัวที่สุดที่จะถูกหลอกใช้ ดังนั้นในมุมมืดรอบโรงเรือน นางจึงแอบวางถังทรายและโอ่งน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ในจุดยุทธศาสตร์ที่หยิบใช้ได้ทันท่วงที นี่คือการเตรียมพร้อมรับมือเหตุร้ายที่นางหวังว่าจะไม่ต้องใช้มัน
ที่ใต้ถุนเรือน 'เจ้าด่าง' สุนัขพันทางตัวผู้ที่หลินหว่านเอ๋อร์เก็บมาเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน กำลังนอนหมอบเอาคางเกยขาหน้า หูข้างหนึ่งของมันกระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คนธรรมดาไม่อาจได้ยิน
เจ้าด่างผงกหัวขึ้น จมูกเปียกชื้นสูดดมกลิ่นในอากาศ กลิ่นสาบสางของคนแปลกหน้าปะปนมากับกลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำมัน... กลิ่นที่มันไม่คุ้นเคยและรู้ดีว่าเป็นสัญญาณอันตราย
"โฮ่ง!"
เจ้าด่างส่งเสียงเห่าเตือนเบาๆ ในลำคอก่อน ขนบนหลังของมันลุกชัน มันลุกขึ้นยืนแยกเขี้ยวขาววับ จ้องมองไปยังเงามืดด้านหลังรั้วไม้ไผ่ที่กั้นเขตโรงเรือน
เงาตะคุ่มสองสามสายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ประหนึ่งภูตผี พวกมันลัดเลาะมาตามแนวป่าไผ่ หลีกเลี่ยงเส้นทางหลัก มุ่งตรงไปยังโรงเก็บไหหมักซอสที่มีมูลค่ามหาศาล
หนึ่งในเงานั้นคือหลินต้าจวง เขาโพกผ้าปิดบังใบหน้า แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตนั้นไม่อาจปิดบังได้ ในมือของเขาและสมุนนักเลงที่เถ้าแก่ฟู่อันจ้างมากระชับไหดินเผาบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างดี
"เร็วเข้า! ราดน้ำมันให้ทั่ว!" เสียงกระซิบสั่งการดังขึ้นแผ่วเบา
หลินต้าจวงมือสั่นเทาขณะเปิดฝาไห กลิ่นน้ำมันฉุนกึกโชยออกมา เขาเทราดน้ำมันลงไปที่ฐานเสาไม้ของโรงเรือนและกองฟางแห้งที่วางอยู่ใกล้ๆ อย่างบ้าคลั่ง ความคิดชั่วร้ายครอบงำจนลืมความกลัว "ไหม้ซะ! ไหม้ให้หมด!"
ทันใดนั้นเอง...
"บรู๊ววววว! โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!"
เสียงเห่ากรรโชกของเจ้าด่างดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายความเงียบสงัดของราตีกาล มันกระโจนออกจากใต้ถุนเรือน วิ่งตรงมายังผู้บุกรุกอย่างไม่เกรงกลัว เสียงเห่าของมันปลุกให้ไก่ในเล้าตื่นตระหนกส่งเสียงร้องรับกันระงม
"บัดซบ! หมาบ้านั่น!" สมุนคนหนึ่งสบถด้วยความตกใจ "รีบจุดไฟเร็วเข้า! เดี๋ยวพวกมันก็ตื่นกันหมด!"
หลินต้าจวงตกใจจนเกือบทำไหหลุดมือ แต่ความกลัวที่จะถูกจับได้กลับกระตุ้นให้เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เขาล้วงเอาชุดจุดไฟออกมา ตีเหล็กไฟกระทบหินจนเกิดประกาย
"ตายซะเถอะ!"
ประกายไฟสีส้มร่วงหล่นลงบนกองฟางที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง
*พรึ่บ!*
เพียงพริบตาเดียว เปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นราวกับอสูรร้ายที่ถูกปลดปล่อย มันแลบเลียไปตามรอยน้ำมันอย่างรวดเร็ว ขยายวงกว้างขึ้นจนสว่างวาบไปทั่วบริเวณ แสงสีแดงฉานสะท้อนนัยน์ตาตื่นตระหนกของหลินต้าจวงและความสะใจของสมุนร้านฟู่อัน
เสียงเพลิงเผาไหม้ไม้แห้งดังเปรี๊ยะปร๊ะ ผสมโรงกับเสียงเห่ากระโชกของเจ้าด่าง
ในห้องนอน หลินต้าไห่สะดุ้งตื่นสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงหมาเห่าผิดปกติ เขารีบคว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งออกมาที่หน้าต่าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
"ไฟไหม้! หว่านเอ๋อร์! ไฟไหม้โรงเรือน!" หลินต้าไห่ตะโกนลั่นบ้าน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
แต่ทว่า... ร่างเล็กของหลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ในห้องนอน นางมายืนรออยู่ที่ลานบ้านแล้ว ในมือของนางไม่ได้ถือถังน้ำ แต่กำมีดสั้นเล่มเล็กไว้แน่น ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน แต่มันกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี
นางคาดการณ์ไว้แล้ว... ว่าวันนี้ต้องมาถึง
แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้คือ นางเตรียมการต้อนรับพวกมันไว้อย่างสาสม!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: คืนเพลิงไหม้]**