ตอนที่ 8
**บทที่ 8 ไยมิชดใช้ข้าด้วยของใหม่เล่า!**
สวี่จือกินอาหารที่บ้านผู้ใหญ่บ้านมื้อใหญ่ ภรรยาผู้ใหญ่บ้านก็แสนจะเอื้ออารี เห็นว่าสวี่จือผอมเกินไป จึงเจียวไข่ให้จานหนึ่ง หอมกรุ่นเป็นพิเศษ!
กินอิ่มแล้ว สวี่จือกล่าวขอบคุณก่อนกลับบ้าน หยางอวี๋ชิ่งบอกว่าจะขนอิฐขึ้นมาให้สักพัก แล้วเรียก สวี่เอ้อร์กึน มาก่อเตาให้
“ได้ ข้าจะกลับไปเก็บกวาดห้องเสียก่อน ขอบคุณท่านอาแล้ว!” สวี่จือกล่าวขอบคุณอีกครั้ง
สวี่จือกล่าวลาภรรยาผู้ใหญ่บ้าน แล้วกลับบ้านไปก่อน
นางมิได้อยู่ว่าง รีบกลับไปเก็บกวาดห้องทันที เดิมทีในห้องนี้ไม่มีเตียงดี ๆ สักหลัง มีเพียงแคร่ไม้ผุ ๆ เท่านั้น สวี่จือจึงคิดจะย้ายไปไว้ข้าง ๆ เผื่อจะได้วางของอะไรได้บ้างในภายหน้า
ในบ้านเดิมทีก็ไม่มีอะไรมากนัก สวี่จือหาที่ใกล้หน้าต่าง วางแผนตำแหน่งของเตาคร่าว ๆ แล้วขนของที่เกินจำเป็นออกไป
ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า เตาไฟง่ายมาก บ่ายเดียวก็เสร็จ พรุ่งนี้ก็ใช้ได้แล้ว เพียงแต่หม้อเหล็กต้องไปหาช่างตีเหล็กในตลาดมาสั่งทำ อย่างไรก็ต้องใช้เวลาสามวันกว่าจะทำเสร็จ
สวี่จือจะไปกินข้าวบ้านคนอื่นอยู่ร่ำไปก็ไม่ได้พอดีที่บ้านผู้ใหญ่บ้านมีหม้อเหล็กเก่า ๆ อยู่ใบหนึ่ง มีรอยชำรุดเล็กน้อย แต่ไม่กระทบกับการทำอาหาร พอดีเอามาให้สวี่จือใช้ไปพลาง ๆ ก่อน!
สวี่จือไม่มีความเห็นอยู่แล้ว เดิมทีก็รบกวนผู้ใหญ่บ้านมากแล้ว รอจนจัดการทุกอย่างเรียบร้อย นางจะต้องซื้ออาหารดี ๆ ทำอาหารอร่อย ๆ ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านแน่นอน
สวี่จือเก็บกวาดได้ไม่นานนัก ผู้ใหญ่บ้านกับลูกชายก็พา สวี่เอ้อร์กึน ที่ไม่เต็มใจมาด้วย แบกอิฐมาไม่น้อย
“เร็วเข้า พวกท่านรีบดื่มน้ำพักเสียก่อน ทางขึ้นเขาไม่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังต้องแบกอิฐมาด้วย” สวี่จือรีบรินน้ำชามาให้ รินให้ สวี่เอ้อร์กึน ชามหนึ่งด้วย ในเมื่อเขามาช่วย นางก็ไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรมากนักในเวลานี้
“ชานี่รสชาติออกจะน่าสนใจ ในนี้มีดอกเบญจมาศป่า?” หยางอวี๋ชิ่งถาม
“เจ้าค่ะ เมื่อวันก่อนไปบนเขาเห็นเข้า ก็เลยเก็บมาบ้าง คิดว่าชาดอกเบญจมาศป่าก็ดับร้อนได้ ดื่มแล้วจะได้มีรสชาติบ้าง” สวี่จือยิ้มกล่าว
“เจ้าหนูนี่ป่วยไปคราหนึ่ง กลับกลายเป็นเคราะห์ดี คนทั้งคนดูโปร่งใสขึ้น เป็นเรื่องดี” หยางอวี๋ชิ่งรำพึง
เมื่อก่อนถึงแม้เขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ สวี่ต้ากึน แต่ก็ไม่ได้รู้จัก สวี่จือ สาวน้อยคนนี้มากนัก รู้แค่ว่าเป็นเด็กสาวที่ทึ่มทื่อ วัน ๆ เอาแต่ก้มหน้า คนทั้งคนหม่นหมองมาก
เป็นอย่างตอนนี้ดีกว่า ป่วยไปคราหนึ่ง คนฉลาดขึ้นมาก แถมยังพูดจาเป็น จะเรียกว่าน่าเอ็นดูก็ได้
สวี่จือรีบยิ้ม ๆ นางไม่ค่อยกล้าคุยด้วย ตัวจริงจากไปแล้ว เหลือแต่นางที่เป็นตัวปลอมมาแทน นางบางครั้งก็ยังรู้สึกผิดอยู่ กลัวว่าจะถูกจับได้ ถึงตอนนั้นคงถูกคนอื่นมองว่าเป็นปีศาจ ต้องถูกเผาทั้งเป็นแน่
โชคดีที่ หยางอวี๋ชิ่ง เพียงแต่รำพึงประโยคหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยอะไรมาก แล้วดื่มชา ก็จะเริ่มทำงาน
“ท่านอามาดู ข้าตั้งใจจะก่อเตาตรงนี้ ข้าง ๆ มีหน้าต่าง ทำอาหารก็คงไม่สำลักมากนัก น่าจะสูงประมาณนี้…” สวี่จือบรรยายคร่าว ๆ นางตัวไม่สูง บ้านก็มีแต่นางคนเดียว นางจะต้องอยากได้เตาที่เหมาะกับตัวเองแน่นอน
หยางอวี๋ชิ่ง ฟังจบก็พยักหน้า เตาไฟบ้านนอกแค่นี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน ชาวบ้านบ้านนอกส่วนใหญ่ทำเป็น
หยางอวี๋ชิ่ง บอกว่าจะให้ สวี่เอ้อร์กึน ก่อเตา ก็มิได้ล้อเล่น ให้ สวี่เอ้อร์กึน เป็นกำลังหลัก ส่วนเขาก็ช่วยอยู่ข้าง ๆ ส่วน หยางเจียหลิน พอขนอิฐขึ้นมาให้แล้ว เขาก็กลับไป บ้านก็มีงานที่ต้องทำ
ข้างในสองคนกำลังก่อเตา สวี่จือก็ก่อแบบง่าย ๆ ข้างนอก เตาข้างในต้องรอพรุ่งนี้ถึงจะใช้ได้ นางก่อแท่นข้างนอกก่อน คืนนี้ยังสามารถใช้หม้อดินต้มโจ๊กกินได้
สวี่จือมองถุงข้าวสาร ข้างในใกล้จะหมดแล้ว เงินทองก็มีไม่น้อย นางซ่อนไว้อย่างดี ไม่กล้าเอาออกมาง่าย ๆ
พูดถึงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ สวี่จือก็คิดถึงเรื่องที่ หยางเสีย ยังติดค้างข้าวสารอาหารแห้งนางอยู่! คราวก่อนตกลงกันแล้ว ภายหลังเพราะของพวกนั้นต้องไปซื้อที่ตลาด ก็เลยยังไม่ได้ให้ เวลาก็ผ่านมาสองวันแล้ว ทำไมยังไม่เอามาให้อีก?
ถึงแม้ว่า สวี่เอ้อร์กึน จะบ่นในใจ แต่ หยางอวี๋ชิ่ง มองเขาอยู่ เขาจึงไม่กล้าขี้เกียจ เตาไฟเดิมทีก็ง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นยังไม่ทันถึงยามเย็นก็เสร็จ
“ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ ขอบคุณท่านอาสองด้วย คืนนี้ยังทำอาหารไม่ได้ คงต้องเปลี่ยนเป็นวันหลังค่อยเชิญท่านอามากินข้าวที่บ้าน” สวี่จือกล่าวขอบคุณ
วันนี้ในบ้านไม่มีอะไรเลย คงเลี้ยงรับรองไม่ได้ นางรู้สึกผิดและเกรงใจจริง ๆ
“ขอบคุณอะไรกัน เจ้าหนูนี่ก็เกรงใจไปเสียหมด มิใช่เรื่องใหญ่อะไร ก่อเตาเรื่องเดียว มิได้เปลืองแรงอะไรนัก หละ เสร็จเรื่องแล้ว พวกเราไปก่อน เจ้าอยู่คนเดียวก็ระวังตัวด้วย” หยางอวี๋ชิ่งกำชับ
“เอ้อ!” สวี่จือยิ้มรับคำ
“ใช่แล้ว อีกสองวันป้า ๆ ของเจ้าจะไปตลาด หากเจ้ามีอะไรที่ต้องซื้อ ก็ไปกับพวกนางด้วยกัน จะได้มีเพื่อน” สตรีในหมู่บ้านไปตลาด โดยพื้นฐานแล้วจะไปกันทุกสิบกว่าวัน รวมตัวกันไปหลายคน แล้วนั่งเกวียนลากลาไป ก็แค่ไม่กี่อีแปะก็ลากไปถึงตลาดแล้ว
“ดีเลย! ข้าก็กำลังอยากจะซื้อของที่ต้องใช้อยู่พอดี เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าข้าไปบ้านป้า” สวี่จือก็คิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน! ในบ้านนางไม่มีอะไรเลย ของที่ต้องการมีไม่น้อย เดิมทีนางก็อยากจะสอบถามอยู่ว่าจะไปตลาดอย่างไร นี่ช่างบังเอิญจริง ๆ
หยางอวี๋ชิ่ง พยักหน้า บอกว่าจะบอกให้ อีกสองวันคอยนางอยู่ที่บ้านก็แล้วกัน
สวี่เอ้อร์กึน กับ หยางอวี๋ชิ่ง กลับไปแล้ว สวี่จือ มองเตาใหม่นั้น ในใจก็ยังดีใจมาก รอจนอีกสองวันไปซื้อหม้อใหม่ ซื้อเครื่องปรุงรสกับน้ำมันอะไรพวกนั้นมาอีกหน่อย อุปกรณ์ทำอาหารของนางก็จะพร้อมหมดแล้ว!
ตอนเย็นนางก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ต้มโจ๊กร่าย ๆ แล้วก็ต้มผักกาดขาวน้ำ ก็พออิ่มท้องได้
เฮ้อ! รอไปก่อนเถอะ! พรุ่งนี้ก็จะได้กินผัดผักให้อร่อย ๆ สักมื้อแล้ว!
ตอนเช้าตื่นนอนดื่มโจ๊กตามปกติ แล้วซักผ้า ปรากฏว่านางยังซักผ้าไม่เสร็จ นางก็พบว่ามีคนมาอีกแล้ว
แบกของมามากมาย สวมชุดยาวสีเขียว มิใช่คู่หมั้นเก่าของนางหรอกหรือ!
“ท่าน มาส่งของให้ข้า?” สวี่จือไม่มีปัญญาถามอะไรโง่ ๆ ออกไป เพราะเห็นได้ชัดว่าเขามาส่งของ
“อืม ข้าไปซื้อที่ตลาดเมื่อวาน ลองดู” เวินหลิน ส่งของให้ สวี่จือ ของเยอะมาก สวี่จือมองคร่าว ๆ มีทั้งข้าวสารอาหารแห้ง มีผักและของแห้งอะไรพวกนั้นด้วย เตรียมมาครบครัน
“นี่เนื้อ?” สวี่จือมอง เวินหลิน ด้วยความสงสัย
ตอนนั้นบอกแค่เรื่องเงินทอง ข้าวสารอาหารแห้ง ผักผลไม้ มิได้บอกว่าจะมีเนื้ออะไรด้วย เพราะช่วงปีนี้ ในหมู่บ้านก็มีน้อยบ้านที่จะได้กินเนื้อบ่อย ๆ
“ข้าเห็นว่าเนื้อไม่เลว ก็เลยซื้อมาบ้าง เจ้าไม่สบาย ให้บำรุงร่างกาย” เวินหลิน อธิบายอย่างเฉยเมย
“เอาเถอะ ขอบคุณท่านมาก” สวี่จือก็ยิ้มบาง ๆ กล่าวขอบคุณ
นางคิดว่า เวินหลิน คงไม่ชอบนาง ก่อนหน้านี้ตอนที่มีคนเยอะ ๆ เขายังมีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่บ้าง ตอนนี้พอมองหน้านาง กลับทำหน้าเย็นชา ราวกับเขียนคำว่าไม่ชอบไว้บนหน้าผาก