ตอนที่ 20

***บทที่ 20: สัญญาแยกบ้านอย่างเป็นทางการ***

คมจอบเหล็กถูกกระแทกลงบนพื้นดินหน้าประตูรั้วจนเกิดเสียงดังกึกก้อง ฝุ่นสีน้ำตาลลอยคลุ้งขึ้นในอากาศเบาบาง รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของหลินซินทำเอาชายฉกรรจ์ที่แบกกล่องของหมั้นถึงกับชะงักฝีเท้าโดยสัญชาตญาณ

“นังเด็กไร้สกุล! กล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” หวังชุนเจียวตวาดแหว ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำด้วยความโกรธ นางก้าวขึ้นหน้าพลางชี้นิ้วด่าทอ “ผู้ใหญ่บ้านและแม่สื่อหลี่อุตส่าห์เมตตาหาบุรุษที่ดีพร้อมมาให้ เจ้ายังมีหน้ามาถือจอบถือเสียมข่มขู่ผู้หลักผู้ใหญ่ หากวันนี้เจ้าไม่ยอมขึ้นเกี้ยวไปแต่โดยดี ข้าในฐานะป้าสะใภ้ใหญ่จะสั่งสอนเจ้าให้รู้จักคำว่ากตัญญูเอง!”

แม่สื่อหน้าขาววอกรีบสะบัดผ้าเช็ดหน้าสีแดงส่งกลิ่นฉุนกึกพลางเสริมขึ้น “โธ่ แม่นางหลินซิน บุรุษผู้นี้แม้จะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบิดาเจ้า ทว่าเขามีที่นาถึงสิบหมู่เชียวนะ ไปเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ของเขาก็ถือว่าตกถังข้าวสารแล้ว เจ้าจะมัวเล่นตัวไปไย!”

ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าลูบเคราหรอมแหรมของตน ยืดอกวางท่าภูมิฐาน “หลินซินเอ๋ย ในเมื่อตระกูลหลักของเจ้าจัดการเรื่องนี้ให้ ย่อมเป็นเจตนาดี เจ้าจงวางอาวุธลงแล้วรับของหมั้นไปเสียเถิด อย่าให้เป็นที่ขบขันของชาวบ้านเลย”

“เจตนาดีอย่างนั้นหรือ?” หลินซินหัวเราะเสียงเย็น แววตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทีละคน ดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโง่เขลา “เจตนาดีที่ว่า คือการรับเงินสินสอดสามสิบตำลึงเข้ากระเป๋าตนเอง แล้วส่งหลานสาวไปเป็นทาสรับใช้อย่างนั้นสิ? น่าเสียดายนัก... ที่วันมงคลของพวกท่าน คงไม่อาจเกิดขึ้นได้”

สิ้นคำกล่าวของดรุณี เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังขรมมาจากท้ายหมู่บ้าน หวังชุนเจียวและผู้ใหญ่บ้านหันขวับไปมอง ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เมื่อเห็นผู้อาวุโสจากตระกูลหลินสายรองถึงสามท่าน เดินนำหน้าชาวบ้านนับสิบคนตรงเข้ามาที่ลานหน้าบ้านไร่ชิงสุ่ย

หลินซินประสานมือคารวะผู้อาวุโสทั้งสามด้วยท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ ก่อนหน้านี้ตอนที่นางเห็นอันเอ้อมาป้วนเปี้ยนแถวหน้าบ้าน นางก็ได้ให้โจวเสี่ยวเหมียวแอบวิ่งไปแจ้งข่าวแก่ผู้อาวุโสในตระกูลรองไว้แล้ว ว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์และที่ดินของตระกูลจะเปิดเผย

“พวกท่านมาทำอันใดที่นี่!” หวังชุนเจียวเสียงสั่น หน้าเริ่มถอดสี

หลินซินไม่ปล่อยให้ป้าสะใภ้ได้ตั้งตัว นางล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ทว่าแท้จริงแล้วเป็นการดึงของบางอย่างออกมาจากมิติลับ สมุดบันทึกปกสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยด่างดำปรากฏขึ้นในมือนาง นางชูมันขึ้นสูงเพื่อให้ทุกคนได้เห็นประจักษ์แก่สายตา

“เรียนผู้อาวุโสทุกท่าน เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่ข้ากำลังรื้อซ่อมแซมกำแพงดินที่ผุพังในบ้าน บังเอิญขุดพบหีบเหล็กใบเล็กที่ถูกฝังซ่อนไว้ ด้านในคือสิ่งนี้เจ้าค่ะ... ‘บัญชีลับ’ ของตระกูลหลินสายหลัก!”

คำว่าบัญชีลับทำเอาหวังชุนเจียวแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาของนางเบิกโพลงราวกับเห็นผี ในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าก็หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด

เสียงของสติปัญญาประดิษฐ์ในหัวดังกังวานขึ้น *[นายหญิง ท่านช่างร้ายกาจนัก! บัญชีเล่มนี้ข้าใช้ระบบสแกนตรวจสอบลายมือแล้ว ตรงกับลายมือของป้าสะใภ้ใหญ่ทุกประการ รับรองว่าดิ้นไม่หลุดแน่!]*

หลินซินเปิดหน้ากระดาษที่กรอบเหลืองและเริ่มอ่านด้วยน้ำเสียงฉะฉานดังกังวาน “ปีที่สี่เดือนห้า ยักยอกเงินกองกลางของตระกูลหลินจำนวนห้าสิบตำลึงเพื่อซื้อเครื่องประดับทองคำ... ปีที่หกเดือนแปด แอบนำโฉนดที่ดินบรรพบุรุษฝั่งตะวันออกไปจำนองแลกเงินร้อยตำลึง... และนี่... ปีที่เจ็ดเดือนเก้า จ่ายสินบนจำนวนยี่สิบตำลึงให้แก่ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ช่วยปิดบังการยึดครองที่ดินของครอบครัวข้าอย่างผิดกฎหมาย!”

“เจ้า... เจ้าพูดปด! นังเด็กเหลือขอ เจ้าเอาของปลอมมาใส่ร้ายข้า!” หวังชุนเจียวกระโจนเข้ามาหมายจะแย่งชิงสมุดบัญชี ทว่าหลินซินเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ส่งผลให้ร่างอวบอ้วนล้มหน้าคะมำลงไปคลุกฝุ่นอย่างหมดสภาพ

ผู้อาวุโสรองของตระกูลหลินก้าวออกมา แววตาเต็มไปด้วยความเดือดดาล เขารับสมุดบัญชีจากมือหลินซินไปพิจารณา เพียงครู่เดียวมือที่เหี่ยวย่นก็สั่นเทา “ลายมือของเจ้าจริงๆ หวังชุนเจียว! นังงูพิษ! เจ้ากล้ายักยอกสมบัติของตระกูลหลินไปปรนเปรอตัวเองเชียวหรือ!”

สถานการณ์พลิกผันอย่างกะทันหัน ชาวบ้านที่มารวมตัวกันเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ สายตาทุกคู่ตวัดไปมองผู้ใหญ่บ้านเฒ่าด้วยความรังเกียจ

“ที่แท้ผู้ใหญ่บ้านก็รับสินบน! มิน่าเล่าถึงคอยเข้าข้างหวังชุนเจียวมาตลอด!”

“คนหน้าไม่อาย! ไม่คู่ควรเป็นผู้นำหมู่บ้านชิงสุ่ยอีกต่อไป!”

เสียงก่นด่าประณามสาดซัดเข้าใส่ผู้ใหญ่บ้านราวกับพายุ ชายชราไม่อาจทนรับความอับอายได้ เขายกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเตลิดออกจากลานบ้านไปราวกับสุนัขจนตรอก ทิ้งให้หวังชุนเจียวต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

หลินซินก้มมองป้าสะใภ้ที่หมอบสั่นงันงกอยู่แทบเท้าด้วยสายตาเย็นเยียบไร้ความปรานี “ตามกฎหมายของแคว้น โทษฐานยักยอกสมบัติประจำตระกูลและติดสินบนเจ้าพนักงาน ต้องรับโทษโบยห้าสิบไม้และถูกเนรเทศไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดน... ป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านคิดว่าร่างกายอวบอ้วนของท่านจะทนรับไม้พลองได้สักกี่ทีกัน?”

หวังชุนเจียวเงยหน้าขึ้น น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยชาด “หลินซิน... หลานรัก ป้าผิดไปแล้ว ป้าหน้ามืดตามัว เจ้าอย่าส่งตัวป้าให้ทางการเลยนะ ข้าขอร้อง!”

หลินซินเหยียดยิ้ม นางดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่เตรียมไว้ออกมาจากแขนเสื้อ พร้อมด้วยพู่กันและตลับตลับชาดสีแดงสด “ข้าเป็นคนมีเมตตาเสมอ... หากท่านไม่อยากไปจบชีวิตที่คุกหลวง ก็จงประทับรอยนิ้วมือลงบน ‘หนังสือตัดขาดตระกูล’ ฉบับนี้เสีย นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าหลินซิน และน้องชายหลินอวี่ จะแยกบ้านออกจากตระกูลหลินสายหลักอย่างเป็นทางการ ไม่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันอันใดต่อกันอีก แม้นตายก็ไม่ขอเผาผี!”

ความเงียบเข้าปกคลุมลานบ้าน หวังชุนเจียวไม่มีทางเลือกอื่นใด นางรู้ดีว่าหากไม่ยอมเซ็น ผู้อาวุโสในตระกูลย่อมต้องจับนางส่งทางการเป็นแน่ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะชาดสีแดง ก่อนจะประทับรอยนิ้วมือลงบนกระดาษอย่างจำนน

ผู้อาวุโสทั้งสามลงนามเป็นพยานอย่างเป็นทางการ หนังสือตัดขาดถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

หลินอวี่ที่แอบดูอยู่หลังประตูวิ่งโผเข้ามากอดเอวพี่สาวแน่น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบแก้ม “พี่ใหญ่... พวกเราเป็นอิสระแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?”

หลินซินลูบศีรษะน้องชายอย่างอ่อนโยน พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ใช่แล้วอาอวี่ ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารังแกพวกเราได้อีก”

นางตวัดสายตามองหวังชุนเจียวและแม่สื่อที่กำลังประคองกันลุกขึ้น “ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า แล้วอย่าได้เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้าอีก หาไม่แล้ว ข้าจะนำบัญชีเล่มนี้ไปส่งให้ถึงมือนายอำเภอด้วยตัวข้าเอง!”

พวกที่หมายจะมารังแกต่างพากันวิ่งหนีหางจุกตูดออกไปจากลานบ้าน ชาวบ้านและผู้อาวุโสต่างแยกย้ายกันกลับไปพร้อมกับเรื่องซุบซิบที่จะเป็นที่กล่าวขานไปอีกนาน ทิ้งให้สองพี่น้องยืนอยู่ท่ามกลางลานบ้านอันเงียบสงบ ความรู้สึกแห่งอิสรภาพอันหอมหวานโอบล้อมพวกเขาไว้

ทว่าในจังหวะที่หลินซินกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกนั้นเอง...

*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ! โครงสร้างหลังคาบ้านรับน้ำหนักและความชื้นสะสมไม่ไหวแล้ว อัตราการพังทลายอยู่ที่ร้อยละเก้าสิบเก้า จุดศูนย์กลางการถล่มคือตำแหน่งที่ท่านยืนอยู่!]*

ยังไม่ทันที่หลินซินจะเอ่ยปาก เสียงปริแตกของไม้ท่อนใหญ่ก็ดังลั่นขึ้นเหนือศีรษะ *กรอบ! เปรี้ยง!* คานไม้หลักของบ้านที่ผุพังมานานต้านทานพายุอารมณ์และแรงสั่นสะเทือนจากการวิวาทไม่ไหว ทรุดฮวบลงมาพร้อมกับกองฟางและเศษดินเหนียวจำนวนมหาศาลร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝน!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ซ่อมแซมบ้านไร่อย่างเต็มรูปแบบ]**