ตอนที่ 19
***บทที่ 19: แผนร้ายของป้าสะใภ้***
รอยยิ้มเยือกเย็นดุจมัจจุราชสาวที่ประดับอยู่บนมุมปากของหลินซินค่อยๆ เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงแววตาที่สงบนิ่งทว่าลึกล้ำดุจห้วงน้ำไร้ก้นบึ้ง นางเก็บงำรังสีอำมหิตไว้จนมิดชิด ก้าวเท้าเดินกลับสู่หมู่บ้านชิงสุ่ยด้วยท่วงท่าปกติราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ข้อมูลทุกอย่างที่ได้รับแจ้งเตือนถูกบันทึกลงในสมองอย่างเป็นระบบ
เมื่อถึงบ้านไร่ซอมซ่อ นางเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าฝ้ายหยาบสีซีด คว้าจอบเหล็กคู่ใจลงแปลงดินหลังบ้านทันที เสียงสับดินดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นดินชื้นสบจมูก ทว่าในหัวของนางกลับกำลังประมวลผลข้อมูลหาหนทางตอบโต้อย่างรวดเร็ว
*[ติ๊ด! ดินแปลงนี้มีความชื้นและแร่ธาตุเหมาะสมร้อยละเจ็ดสิบเอ็ด โฮสต์... ท่านจะมัวใจเย็นพรวนดินอยู่ทำไม! ยัยป้าหน้าเลือดนั่นกำลังจะขายนายท่านกินแล้วนะ!]* เสียงแหลมเล็กของเสี่ยวจือดังขึ้นในโสตประสาท บ่งบอกถึงความร้อนรนแทนผู้เป็นนาย
*ใจเย็นก่อนเสี่ยวจือ ปล่อยให้พวกมันขุดหลุมฝังตัวเองให้ลึกกว่านี้เถิด* หลินซินตอบกลับในใจ พลางนึกถึง ‘สมุดบัญชีลับ’ ปกสีน้ำเงินเข้มที่นางบังเอิญขุดพบใต้แผ่นไม้ผุพังตอนรื้อซ่อมแซมห้องครัวเมื่อหลายวันก่อน มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวหวังชุนเจียวว่าแอบยักยอกเงินกองกลางของสกุลหลินไปเป็นสินเดิมให้บุตรสาวตนเอง ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะใช้ไม้แข็ง นางก็จะใช้สมุดเล่มนี้ฟาดหน้าให้หงายหลัง
ขณะที่จอบกำลังสับลงบนผืนดินร่วนซุย เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าดงหญ้าสูงชันมาจากทางตีนเขาหมอกซ่อน ร่างบอบบางของเด็กสาววัยไล่เลี่ยกันพุ่งพรวดเข้ามาที่ริมรั้วตะกั่ว
“พี่ซิน... พี่ซิน! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
หลินซินชะงักมือ วางจอบลงแล้วเดินไปที่รั้วไม้ไผ่ ผู้ที่มาคือ ‘โจวเสี่ยวเหมียว’ บุตรสาวของท่านลุงโจวเพื่อนบ้านที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ใบหน้ามอมแมมของเด็กสาวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและเศษใบไม้แห้งติดอยู่บนผมเปีย สองมือสั่นเทากำตะกร้าสะพายหลังที่เต็มไปด้วยฟืนไม้ไว้แน่น หอบหายใจจนตัวโยนราวกับเพิ่งวิ่งหนีสัตว์ร้ายมา
“เสี่ยวเหมียว ค่อยๆ พูด ดื่มน้ำก่อน” หลินซินหยิบกระบอกน้ำไม้ไผ่ที่ผสมน้ำพุวิญญาณเจือจางส่งให้อีกฝ่าย
โจวเสี่ยวเหมียวรับไปดื่มอึกใหญ่ ความสดชื่นจากน้ำพุวิญญาณช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าไปได้มาก ก่อนที่นางจะละล่ำละลักเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกปนหวาดกลัว “เมื่อครู่ข้าขึ้นเขาไปเก็บฟืน ขากลับเดินลัดผ่านหลังบ้านผู้ใหญ่บ้าน... ข้า... ข้าแอบได้ยินป้าสะใภ้ใหญ่ของท่านกำลังคุยกับผู้ใหญ่บ้านและแม่สื่อสวีเจ้าค่ะ!”
แววตาของหลินซินวูบไหวเล็กน้อย แสร้งทำเป็นประหลาดใจเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต “พวกเขาสนทนาเรื่องอันใดกัน หรือว่าป้าสะใภ้จะหาคู่ครองให้ญาติผู้พี่?”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ! พวกเขากำลังพูดถึงท่าน!” โจวเสี่ยวเหมียวเขย่าแขนเสื้อหลินซินแรงๆ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจ “ป้าสะใภ้ใหญ่สืบรู้มาว่าช่วงนี้ท่านขายชาสมุนไพรและผักสดให้ร้านยาในอำเภอได้เงินเป็นกอบเป็นกำ นางอิจฉาตาร้อนจนแทบคลั่ง จึงเอาเงินก้อนหนึ่งไปยัดใส่มือผู้ใหญ่บ้าน ให้เขาร่วมมือเป็นพยาน บีบบังคับให้ท่านออกเรือน!”
เด็กสาวสูดลมหายใจลึก เล่ารายละเอียดที่ได้ยินมาจนหมดเปลือก “พวกเขากำลังเตรียมสัญญาหมั้นหมาย จะจับท่านยัดใส่เกี้ยวส่งไปเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ของ ‘เถ้าแก่เฉียน’ พ่อม่ายเฒ่าตัณหากลับที่หมู่บ้านข้างเคียงเจ้าค่ะ! ป้าสะใภ้ใหญ่บอกว่าเมื่อท่านแต่งออกไปแล้ว บ้านไร่ผืนนี้รวมถึงสูตรต้มชาสมุนไพรทั้งหมดจะต้องตกเป็นสมบัติของตระกูลหลักในฐานะสินสอด... พวกมันกะจะขูดรีดฮุบทุกอย่างไปจากท่านและน้องชาย!”
บรรยากาศรอบกายหลินซินพลันเย็นเยียบลงหลายส่วน แม้แต่โจวเสี่ยวเหมียวยังอดไม่ได้ที่จะลูบแขนตนเองด้วยความหนาวสั่นที่ไร้สาเหตุ
นี่คือการยกระดับความขัดแย้งอย่างแท้จริง หวังชุนเจียวมิใช่แค่ด่าทอหรือรังแกแย่งชิงอาหารเหมือนในอดีต แต่นางกำลังใช้อำนาจมืดในหมู่บ้านและข้ออ้างเรื่องความกตัญญูจอมปลอมมาตัดอนาคต ทำลายอิสรภาพ และปล้นชิงความสำเร็จที่หลินซินเพิ่งจะสร้างขึ้นมากับมือ
“พี่ซิน ท่านรีบหนีไปเถิด! หนีไปขอความช่วยเหลือที่ค่ายสมุนไพรสกุลหยางในอำเภอผิงอันก็ได้ ข้าได้ยินว่าที่นั่นมีระเบียบเข้มงวด ผู้ใหญ่บ้านไม่มีทางกล้าเข้าไปวุ่นวายแน่!” โจวเสี่ยวเหมียวเสนอทางออกด้วยความร้อนใจ
ทว่าหลินซินกลับคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดดุดันแบบที่อดีตคุณหนูผู้อ่อนแอไม่เคยมี มือเรียวยกขึ้นลูบศีรษะเสี่ยวเหมียวอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลม
“เด็กโง่ หากข้าหนี บ้านไร่ที่ข้าทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายพลิกฟื้นขึ้นมาแห่งนี้จะทำเช่นไรเล่า? น้องชายของข้ามิถูกพวกเดรัจฉานนั่นรังแกจนตายหรอกหรือ?” นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายคมปลาบดุจมีดหมอผ่าตัดที่พร้อมชำแหละเนื้อร้าย “ในเมื่อพวกมันกล้าวางแผนชั่วช้าหมายจะเหยียบย่ำข้า ข้าก็จะยืนรอรับการมาเยือนของพวกมันอยู่ที่นี่... ดูซิว่าใครกันแน่ที่จะต้องถูกถลกหนังหัว!”
เสี่ยวจือในหัวหลินซินหัวเราะร่า *[โฮสต์ของข้าเท่ที่สุด! ระบบได้เตรียมเปิดโหมดบันทึกภาพและเสียงไว้พร้อมแล้ว ขอเตรียมเมล็ดแตงโมคั่วไว้รอชมงิ้วฉากใหญ่เลยแล้วกัน!]*
หลินซินเพิ่งจะเอ่ยขอบใจและดันหลังส่งโจวเสี่ยวเหมียวให้รีบกลับไปซ่อนตัวที่บ้านได้ไม่ทันไร เสียงแหบพร่าและแหลมสูงอันคุ้นเคยก็แผดกร้าวข้ามรั้วไม้ไผ่เข้ามา ทำลายความสงบเงียบของยามบ่ายจนหมดสิ้น
“นังเด็กเนรคุณหลินซิน! รีบไสหัวออกมาต้อนรับผู้ใหญ่บ้านและแม่สื่อเดี๋ยวนี้! วันนี้ถือเป็นวันมงคลของเจ้าที่ตระกูลหลักเมตตาหาคู่ครองที่ดีงามให้ มัวมุดหัวอยู่ทำไม นำน้ำชามารับรองแขกผู้ใหญ่สิ!”
เมื่อมองออกไปที่หน้าลานบ้าน ปรากฏร่างอวบอ้วนของหวังชุนเจียวที่แต่งกายด้วยผ้าไหมสีฉูดฉาด เดินนำหน้าผู้ใหญ่บ้านเฒ่าที่มีสีหน้าเจ้าเล่ห์และแม่สื่อหน้าขาววอกที่ถือผ้าเช็ดหน้าสีแดงโบกไปมา ด้านหลังยังมีชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านอีกสองสามคนที่ถูกจ้างมาถือกล่องไม้ทาสีแดงที่ดูเหมือนของหมั้นราคาถูกๆ พวกเขายืนกร่างอยู่หน้าประตูรั้วราวกับเป็นเจ้าของสถานที่เสียเอง
หลินซินค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า มือขวากระชับด้ามจอบเหล็กแน่น รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม สายลมพัดผ่านชายเสื้อผ้าฝ้ายให้ปลิวไสว ท่ามกลางความเงียบงันที่แฝงไปด้วยรังสีสังหารเจือจาง บัญชีแค้นครั้งใหญ่กำลังจะถูกชำระล้างอย่างถอนรากถอนโคนแล้ว!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สัญญาแยกบ้านอย่างเป็นทางการ]**