ตอนที่ 18

***บทที่ 18: ลูกค้าวีไอพีคนแรก***

แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าก้าวเข้าสู่ยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.) ตลาดสดในอำเภอผิงอันเริ่มคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย หลินซินจัดแจงตั้งแผงไม้ของตนในมุมเดิม วันนี้บนแผงไม่ได้มีเพียงหม้อต้มชาสมุนไพรล้างพิษที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายเท่านั้น แต่ด้านข้างยังวางตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ ภายในบรรจุ ‘ผักกาดขาววิญญาณ’ จำนวนห้าหัวที่นางเพิ่งเก็บเกี่ยวออกมาจากมิติลับสวนโอสถเร้นลับเมื่อรุ่งสาง

ผักกาดขาวเหล่านั้นมิใช่ผักธรรมดาสามัญ ใบของมันมีสีเขียวสดใสดุจมรกตน้ำงาม ก้านอวบหนาสีขาวอมเขียวอ่อนเปล่งประกายราวกับหยกสลัก เพียงแค่วางไว้เฉยๆ ก็แผ่กลิ่นอายความสดชื่นบริสุทธิ์ที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกปลอดโปร่งไปทั้งปราณและจิตวิญญาณ นี่คือผลผลิตที่เติบโตบนดินวิเศษและรดด้วยน้ำพุวิญญาณอย่างพิถีพิถัน

[โฮสต์ ผักกาดขาวระดับพรีเมียมที่อัดแน่นไปด้วยปราณวิญญาณบริสุทธิ์ขนาดนี้ ท่านคงมิได้คิดจะชั่งกิโลขายในราคากะหล่ำปลีเหี่ยวๆ หรอกนะ!] เสียงของ ‘เสี่ยวจือ’ ดังขึ้นในโสตประสาท น้ำเสียงของมันแฝงความเสียดายล่วงหน้า

“หุบปากเถอะน่าเสี่ยวจือ ข้าย่อมรู้คุณค่าของสิ่งที่ข้าปลูกดี ผักพวกนี้ข้าตั้งใจนำมาล่อ ‘ปลาตัวใหญ่’ ต่างหาก” หลินซินตอบกลับในใจ พลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

ไม่ทันขาดคำ ฝูงชนที่เดินพลุกพล่านพลันแหวกออกเป็นทาง ร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ในชุดรัดกุมสีดำสนิทก้าวเดินตรงเข้ามาหาแผงของนางอย่างเจาะจง เขาก็คือชายคนเดียวกับที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ใต้ต้นหลิวเมื่อวานนี้

หลินซินหรี่ดวงตากลมโตลงเล็กน้อย สัญชาตญาณแพทย์ทหารหน่วยรบพิเศษจากชาติก่อนถูกปลุกให้ทำงานโดยอัตโนมัติ นางลอบสังเกตชายตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า

‘การก้าวเดินมั่นคงสม่ำเสมอ ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ทิ้งน้ำหนักตัวอย่างมีแบบแผนไร้ช่องโหว่... ไม่ใช่ท่าเดินของนักเลงหรือผู้คุ้มกันทั่วไป’ สายตาของนางเลื่อนไปที่มือของเขาที่ประสานอยู่ด้านหน้า ‘ข้อนิ้วหนาเตอะมีรอยด้านจากการจับอาวุธมายาวนาน ซ้ำยังมีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านหลังมือ เป็นรอยแผลที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงและมีระเบียบวินัยขั้นสูง... คนของกองคาราวานสกุลหยางกลุ่มนี้ มิใช่แค่พ่อค้าธรรมดาแน่ พวกเขามีการจัดตั้งและฝึกฝนดุจกองกำลังพิทักษ์ส่วนตัวที่แข็งแกร่ง’

แม้ในใจจะประเมินอีกฝ่ายทะลุปรุโปร่ง ทว่าใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวกลับประดับไปด้วยรอยยิ้มการค้าที่ใสซื่อบริสุทธิ์

หยางสือหยุดยืนหน้าแผงชา นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวมองสำรวจใบหน้าของแม่ค้าตัวน้อยเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น “แม่นางน้อย ชาต้มในหม้อของเจ้าวันนี้ ข้าขอเหมาทั้งหมด”

หลินซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นประหลาดใจ “นายท่าน ท่านจะเหมาหมดเลยหรือเจ้าคะ? ชาหม้อนี้ต้มได้กว่าห้าสิบชามเชียวนะเจ้าคะ”

“ถูกต้อง ข้าต้องการทั้งหมด” หยางสือพยักหน้า ก่อนจะอธิบายเพิ่มด้วยท่าทีที่อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเจ้านายของตน “เจ้านายของข้า... นายน้อยแห่งกองคาราวานสกุลหยาง มีอาการเบื่ออาหารอย่างหนักมาพักใหญ่ ร่างกายปฏิเสธอาหารทุกชนิดจนเส้นลมปราณปั่นป่วน ทว่าเมื่อวานข้าได้นำชาของเจ้ากลับไปให้ลองจิบ ปรากฏว่านายน้อยไม่เพียงดื่มได้จนหมดชาม แต่ยังกล่าวว่ารู้สึกสบายตัวขึ้น ลมปราณที่ติดขัดก็ไหลเวียนคล่องตัว ชาของเจ้านับว่ามีสรรพคุณล้ำเลิศนัก”

หลินซินพยักหน้ารับรู้อย่างสงบ “ชาของข้าใช้สมุนไพรที่เก็บเกี่ยวจากส่วนลึกของเขาหมอกซ่อน ผ่านการคั่วและต้มด้วยอุณหภูมิที่แม่นยำเพื่อดึงสรรพคุณทางยาออกมาให้ได้มากที่สุด หากนายน้อยของท่านดื่มแล้วอาการดีขึ้น ข้าก็ยินดีด้วยเจ้าค่ะ”

ขณะที่หยางสือกำลังส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคนที่ตามมาห่างๆ เข้ามายกหม้อชา จมูกที่ไวต่อสัมผัสของเขาก็พลันได้กลิ่นหอมสดชื่นบางอย่างที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่ากลิ่นชา สายตาของเขากวาดมองไปด้านข้าง ก่อนจะหยุดชะงักอยู่ที่ตะกร้าไม้ไผ่สาน

ดวงตาของหยางสือเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “นั่นมัน... ผักกาดขาวหรือ?”

เขาไม่อาจซ่อนความตกตะลึงไว้ได้ ผักกาดขาวตรงหน้าเปล่งประกายอุดมสมบูรณ์จนผิดมนุษย์มนา กลิ่นอายปราณวิญญาณที่แผ่ออกมานั้น บริสุทธิ์เสียยิ่งกว่าโสมป่าอายุนับสิบปีเสียอีก หากนำไปปรุงเป็นอาหารบำรุง ย่อมต้องช่วยฟื้นฟูอาการเบื่ออาหารและบำรุงกำลังให้นายน้อยของเขาได้อย่างมหาศาลแน่!

“ผักกาดขาวเหล่านี้... เจ้าขายอย่างไร?” หยางสือชี้ไปที่ตะกร้า น้ำเสียงเจือความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด

หลินซินยิ้มกว้างขึ้น รู้อยู่แล้วว่าปลาตัวนี้ต้องฮุบเหยื่อ “นายท่านตาแหลมคมยิ่งนัก นี่คือ ‘ผักกาดขาววิญญาณ’ ที่ข้าปลูกด้วยเคล็ดวิชาลับประจำตระกูล ใช้น้ำพุบนยอดเขาบริสุทธิ์รดน้ำทุกเช้าค่ำ สรรพคุณของมันนอกจากจะกรอบหวานไร้เสี้ยนแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ขับพิษร้อน และกระตุ้นความอยากอาหารได้ชะงัดนัก... เนื่องจากปลูกยากยิ่งนัก ข้าจึงขายในราคาหัวละหนึ่งร้อยอีแปะเจ้าค่ะ”

ราคาหัวละหนึ่งร้อยอีแปะสำหรับผักกาดขาวนั้นนับว่าแพงหูฉี่เทียบเท่าเนื้อหมูชั้นดีหลายชั่ง ทว่าหยางสือกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าของล้ำค่าที่แฝงปราณวิญญาณเช่นนี้ ต่อให้มีเงินทองกองเท่าภูเขาก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป

“ข้าเหมาหมดทั้งห้าหัว!” หยางสือล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ก่อนจะวางก้อนเงินแวววาวน้ำหนักหนึ่งตำลึงลงบนโต๊ะไม้อย่างหนักแน่น “นี่คือค่าชาและผักกาดขาวทั้งหมด ไม่ต้องทอน”

ดวงตาของหลินซินเป็นประกาย นางกวาดเงินก้อนนั้นลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล “ขอบพระคุณนายท่านที่อุดหนุน! ในเมื่อนายน้อยของท่านชื่นชอบผลผลิตของข้า เช่นนั้นข้ายินดีเป็นผู้จัดหา ส่งผักสมุนไพรและชาต้มให้กองคาราวานสกุลหยางเป็นประจำ ท่านเห็นเป็นเช่นไรเจ้าคะ?”

หยางสือพยักหน้าอย่างพึงพอใจ การมีแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงถึงค่ายคาราวานย่อมเป็นผลดีต่อการรักษาอาการของนายน้อยหยางเฟย “ตกลงตามนี้ หากเจ้ามีผักหรือสมุนไพรคุณภาพดีเช่นนี้อีก ให้นำไปส่งที่ค่ายคาราวานสกุลหยางทางทิศใต้ของอำเภอ บอกคนเฝ้าประตูว่ามาส่งของให้ ‘หยางสือ’ พวกเขาจะให้เจ้าผ่านเข้าไป”

“ตกลงตามนั้นเจ้าค่ะ!” หลินซินรับคำด้วยรอยยิ้มสดใส

หลังจากการซื้อขายครั้งแรกกับลูกค้าระดับวีไอพีสำเร็จลุล่วง หยางสือก็สั่งให้ลูกน้องขนของทั้งหมดกลับค่ายอย่างระมัดระวัง ทิ้งให้หลินซินยืนมองตามด้วยความพึงพอใจ ทุนรอนก้อนใหญ่ก้อนแรกสำหรับการปฏิวัติชีวิตชาวไร่ตกอับมาอยู่ในมือนางแล้ว ข้อมูลเรื่องระเบียบวินัยของคนสกุลหยางนางก็จดจำไว้ในสมองอย่างละเอียด กองคาราวานนี้คือขุมทรัพย์และเกราะกำบังชั้นดีที่นางต้องเกาะติดไว้ให้มั่น

เด็กสาวเก็บข้าวของที่เหลือเตรียมตัวกลับหมู่บ้านชิงสุ่ย ในหัวเริ่มคำนวณการซื้ออิฐ ซื้อกระเบื้อง และจ้างช่างมาซ่อมแซมบ้านไร่ซอมซ่อของนาง ทว่าในขณะที่สองเท้ากำลังก้าวพ้นเขตตลาดอำเภอผิงอัน เสียงเตือนสีแดงฉานจากระบบในหัวก็แผดเสียงดังลั่น

[ติ๊ด! ติ๊ด! แจ้งเตือนภัยคุกคามระดับสีแดง! โฮสต์โปรดระวังตัว! เรดาร์ของระบบตรวจพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบริเวณรั้วบ้านไร่ชิงสุ่ยของท่าน!]

ดวงตาของหลินซินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ฝีเท้าชะงักงัน “เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวจือ?”

[ระบบได้ทำการดักฟังเสียงสนทนาจากระยะไกล ยืนยันตัวบุคคลคือ 'หวังชุนเจียว' ป้าสะใภ้ตัวดีของท่าน และผู้ใหญ่บ้านเฒ่าที่รับสินบน พวกเขากำลังซุบซิบวางแผนเตรียมแม่สื่อและ 'สัญญาแต่งงาน' เพื่อบังคับจับท่านใส่ตะกร้าล้างน้ำ ส่งตัวไปเป็นอนุภรรยาของพ่อม่ายเฒ่าเศรษฐีในหมู่บ้านข้างเคียง! เป้าหมายหลักของพวกมันคือการฮุบเอาบ้านไร่ และแย่งชิง 'สูตรชาสมุนไพร' ที่ท่านเพิ่งทำเงินไป!]

มือเรียวเล็กของหลินซินที่ซุกอยู่ในแขนเสื้อค่อยๆ กำหมัดแน่นจนข้อขาว รังสีอำมหิตที่กดข่มไว้มิดชิดบัดนี้เริ่มแผ่ซ่านออกมาบางเบา รอยยิ้มเยือกเย็นดุจมัจจุราชสาวปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม

“คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกฮุบสมบัติและจับข้าขายกินอย่างนั้นรึ...” หลินซินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ในเมื่อป้าสะใภ้รนหาที่ตายถึงหน้าประตูบ้าน ข้าก็จะสงเคราะห์ ส่งนางลงนรกไปพร้อมกับผู้ใหญ่บ้านโง่เขลานั่นเอง!”

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แผนร้ายของป้าสะใภ้]**