ตอนที่ 10

บทที่ 10: หางตก "เฉียวอวี่ ต่อไปนี้จงอยู่ห่างจากซูฉีผู้นั้นเสียหน่อย นางมีปากเป็นกรรไกร เจ้ามิอาจต่อกรนางได้ดอก" คำพูดของเฟิงไข่ มิได้ช่วยปลอบประโลมใจเฉียวอวี่เลย กลับยิ่งทำให้นางโกรธเคือง

นี่เขากำลังบอกว่านางสู้หญิงแพศยานั่นไม่ได้หรือ?

ทางด้านหัวหน้าหมู่บ้านก็มิได้ปล่อยปละละเลยครอบครัวเซียวต้าเหนียง

"ข้าถามหน่อย พวกเจ้าเป็นอะไรกันไป? อยู่ดีๆ ก็ก่อเรื่องอะไรกันขึ้น?"

เซียวต้าเหนียง: "นางอกตัญญู ข้าให้ลูกชายคนรองหย่ากับนางแล้วผิดตรงไหน?"

"พอได้แล้ว อย่ามาทำตัวเป็นตัวกวนน้ำให้ขุ่นเลย ซูจือชิงกับเซียวเป่ยเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามทำนองคลองธรรม นอกจากพวกเขาทั้งสองจะยินยอมเองแล้ว ใครก็ไม่อาจให้พวกเขาหย่ากันได้ เมื่อพวกเจ้าแยกบ้านกันไปแล้ว ก็จงเลิกก่อเรื่องเสียที ต่างคนต่างอยู่เถิด"

เซียวต้าเหนียงย่อมไม่พอใจคำพูดนี้เป็นธรรมดา

กำลังจะเอ่ยอะไรออกไป เซียวเป่ยก็จูงมือเสี่ยวโต้วจื่อเดินเข้ามา

เขาเอ่ยทีละคำ "เสี่ยวโต้วจื่อมิได้ถูกภรรยาข้าผลัก นางยังช่วยชีวิตเสี่ยวโต้วจื่อไว้ด้วย ตราบใดที่นางมิอยากหย่า ข้าก็จักมิหย่า"

เสี่ยวโต้วจื่อก็รีบกล่าวตาม "ข้าต้องการท่านแม่ ท่านแม่มิได้ผลักข้า"

การที่เขายืนอยู่ตรงนี้ก็เป็นการพิสูจน์ที่ดีที่สุดแล้ว

หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าเด็กน้อยปลอดภัยดี ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

"พวกเจ้ารีบไปทำงานกันได้แล้วไป๊?" คำพูดนี้ตะคอกใส่คนในครอบครัวเซียว

แม้เซียวต้าเหนียงและพวกจักไม่พอใจ ก็ทำได้เพียงจากไปด้วยอาการหางตก

หัวหน้าหมู่บ้านมองซูฉี เซียวเป่ย และครอบครัวสามคนนี้แวบหนึ่ง ก็มิได้กล่าวอะไรอีก ก่อนจะจากไป

สายตาของเซียวเป่ยสบเข้ากับซูฉี

ทั้งสองมิรู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด

ในเวลานั้นเอง เสี่ยวโต้วจื่อก็วิ่งไปหาซูฉีอย่างคล่องแคล่ว แล้วจับมือนางทันที "ท่านแม่ พวกเรากลับบ้านกัน"

ซูฉีได้แต่เคี้ยวคำว่า "กลับบ้าน" อยู่ในปาก เวลานี้ นางช่างไร้ที่พึ่งพิงเสียจริง

ครอบครัวสามคนจึงเดินไปยังบ้านเก่าผุพัง

สองแม่ลูกเดินนำหน้า ส่วนเซียวเป่ยเดินตามหลังมาอย่างทุลักทุเล

สายตาของเขามักจะเหลือบมองไปยังแผ่นหลังอันบอบบางนั้นอยู่เสมอ

ทันทีที่กลับถึงบ้าน เซียวเป่ยก็เอ่ยขึ้น "ข้าไปทำงานก่อน เจ้าอยู่บ้านดูแลเสี่ยวโต้วจื่อด้วย"

เขามิรอให้ซูฉีตอบรับ ก็หันหลังเดินออกจากบ้านไป

"ท่านแม่ พวกเขาเป็นคนไม่ดี ท่านแม่อย่าโกรธเลยนะ" เด็กชายเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตดำขลับจ้องมองนาง

แววตาเช่นนี้ทำให้ซูฉีใจอ่อนอย่างบอกไม่ถูก

"ข้ามิได้โกรธ ดีแล้ว เจ้าไปนอนพักก่อนเถอะ รอให้หายป่วยก่อน แล้วค่อยปกป้อง...ท่านแม่!"

เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา ซูฉีก็รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเสี่ยวโต้วจื่อได้ยินประโยคหลัง เขาก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที "ท่านแม่ ข้าจักปกป้องท่านแม่ให้ดี ข้าจักไปนอนพักเดี๋ยวนี้!" จากนั้นก็วิ่งดุ๊กๆ เข้าไปในบ้าน

ซูฉี: ...

รู้สึกว่าน่ารักขึ้นมาอย่างประหลาด

เอาล่ะ! ในเมื่อกลับไปไม่ได้แล้ว นางก็คงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปก่อน

ว่าไปแล้ว...อย่างน้อยชีวิตของนางก็ถือว่าได้เดินอยู่ในเกมระดับสูง เพราะเรื่องทะลุมิติเช่นนี้ มิใช่ว่าใครๆ ก็มีได้ แถมยังมีมิติส่วนตัวอีกด้วย

เมื่อนึกถึงมิติ ซูฉีก็เดินไปยังมุมกำแพงบ้าน หยิบพริกที่ตากแห้งแล้วมาสองสามเม็ด

นึกอะไรขึ้นมาได้ นางก็ไปยังมุมห้องครัว หยิบมันฝรั่งสองหัวกับมันเทศอีกหนึ่งหัว

มิใช่ว่านางไม่อยากหยิบมาเยอะๆ แต่ของที่กองอยู่บนพื้นนั้นมีน้อยเสียเหลือเกิน

เมื่อกลับมาถึงห้องของตนเอง นางก็ใส่กลอนประตู แล้ววูบหายเข้าไปในมิติ

แม้ว่าเมื่อก่อนนางจะใช้ชีวิตอย่างหรูหรา แต่ถึงจะไม่เคยเห็นหมูเดิน ก็คงเคยกินเนื้อหมูบ้างกระมัง?

อย่างน้อยบ้านของคุณตาของนางก็ยังปลูกสมุนไพรเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ซูฉีจึงนำมันฝรั่งและมันเทศเหล่านี้ไปฝังลงในดินโดยตรง

นอกจากนี้ นางยังขุดเอาเมล็ดพริกออกมา หว่านลงบนดินสีดำ

เมื่อมองดูสิ่งเหล่านี้ นางก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาอย่างมาก