บุรุษลึกลับนามลู่หาน
ภายหลังการเผชิญหน้าอันดุเดือดซึ่งจบลงด้วยการแยกบ้านอย่างเป็นทางการ บรรยากาศรอบกายของเสิ่นอวิ๋นซูก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าในใจของนางกลับคล้ายมีระลอกคลื่นที่ยังไม่สงบนิ่ง สายตาอาฆาตของกู้ต้าไห่ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ เป็นดั่งหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงเตือนใจว่าพายุลูกใหญ่อาจโหมกระหน่ำเข้ามาได้ทุกเมื่อ
"พี่สะใภ้ ท่านพักก่อนเถิด" กู้จือชิวเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง นางมองใบหน้าขาวซีดของเสิ่นอวิ๋นซูแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
เสิ่นอวิ๋นซูส่ายหน้าเบาๆ พลางกวาดตามองถังน้ำไม้ใบใหญ่ที่ว่างเปล่าอยู่มุมหนึ่ง "น้ำในถังจะหมดแล้ว ข้าจะไปตักน้ำที่ชายป่าเสียหน่อย พวกเจ้าสองคนรออยู่ที่นี่ อย่าไปไหนไกลเล่า"
"ข้าไปด้วย!" กู้ชิงหยวนรีบกล่าวขึ้นมาทันที ดวงตาใสแจ๋วของเด็กน้อยมองมารดาอย่างไม่ยอมละไปไหน
"ท่านแม่ให้ข้าไปแทนเถิดเจ้าค่ะ" กู้จือชิวรีบเสนอตัว นางรู้ดีว่าพี่สะใภ้เพิ่งใช้พลังงานไปมหาศาล
เสิ่นอวิ๋นซูปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางเบา "ไม่ต้องหรอก จือชิว เจ้าอยู่ดูแลชิงหยวนที่นี่แหละดีที่สุด ข้าไปคนเดียวไวยิ่งกว่า" นางกล่าวพลางลูบศีรษะเด็กทั้งสองเบาๆ การเดินทางไปตักน้ำตามลำพังอาจอันตราย แต่การพาเด็กๆ ไปด้วยนั้นอันตรายยิ่งกว่า ในยุคสมัยที่ผู้คนอดอยากจนตาขวางเช่นนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
นางหยิบถังไม้ขึ้นมาแล้วเดินออกจากที่พักชั่วคราว มุ่งหน้าไปยังชายป่าซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำตื้นๆ ที่ผู้อพยพใช้ร่วมกัน แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องเป็นสีส้มปนแดงฉาน ทอดยาวลงบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินแห้งแล้ง ม่านรัตติกาลเริ่มโรยตัวลงช้าๆ นำพาความหนาวเย็นและความมืดมิดเข้ามาแทนที่
ผืนป่าใกล้ค่ายผู้อพยพในยามพลบค่ำช่างวังเวงยิ่งนัก เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านยอดไม้แห้งกรอบราวเสียงคร่ำครวญของผู้คนที่สิ้นหวัง เสิ่นอวิ๋นซูกระชับถังไม้ในมือ ก้าวเดินอย่างระมัดระวัง สัญชาตญาณแพทย์ฉุกเฉินจากชาติก่อนทำให้ประสาทสัมผัสของนางตื่นตัวอยู่เสมอ
เมื่อเดินลึกเข้ามาจนเกือบถึงลำธารเล็กๆ ที่น้ำไหลเอื่อยเกือบจะแห้งขอด เงาร่างตะคุ่มสองสายก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางอย่างรวดเร็ว ปิดล้อมนางไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" เสียงห้าวแหบพร่าดังขึ้นจากบุรุษร่างผอมเกร็งที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่ง ดวงตาจ้องเขม็งมาที่ถังไม้ในมือของนาง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสำรวจร่างของนางด้วยแววตาหิวกระหายราวกับสุนัขป่าที่อดโซมานานวัน
"ส่งเสบียงที่เจ้าซ่อนไว้มาให้หมด! แล้วก็ถังน้ำนั่นด้วย!" ชายอีกคนที่ปิดทางด้านหลังตวาดเสริม มันมีรูปร่างใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่สภาพก็ดูไม่ต่างกันนัก
เสิ่นอวิ๋นซูหยุดนิ่ง ดวงตาของนางเย็นเยียบลงในบัดดล นางเคยเผชิญสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน อันธพาลข้างถนนเพียงสองคนยังไม่ทำให้แพทย์ทหารมือหนึ่งเช่นนางตื่นกลัวได้
"ข้าไม่มีเสบียง มีเพียงถังเปล่าใบนี้เท่านั้น หากพวกท่านอยากได้น้ำ ก็เชิญไปตักเองที่ลำธารเถิด" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความหวาดหวั่นออกมาแม้แต่น้อย
"หึ! แม่นางน้อยผู้นี้ยังปากกล้าอีกนะ!" ชายร่างผอมแค่นเสียงหัวเราะชั่วร้าย "ในเมื่อไม่ยอมส่งมาดีๆ เช่นนั้นพวกข้าคงต้องลงมือค้นเองแล้ว!"
กล่าวจบมันก็ก้าวเข้ามาหาอย่างคุกคาม กลิ่นเหม็นสาบโชยมาปะทะจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน เสิ่นอวิ๋นซูถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือข้างหนึ่งยังคงถือถังไม้ไว้มั่นคง ขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ ลดลงข้างลำตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
ในห้วงความคิดของนาง จิตได้เชื่อมต่อกับมิติฟาร์มอัจฉริยะเรียบร้อยแล้ว นางเพียงแค่ต้องขยับปลายนิ้ว เข็มเงินเคลือบพิษอสรพิษที่ซ่อนอยู่ในชั้นวางอุปกรณ์การแพทย์ก็จะปรากฏในฝ่ามือทันที พิษชนิดนี้แม้จะไม่ถึงตายในทันที แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนตัวโตๆ ล้มลงชักกระตุกอย่างทุกข์ทรมานได้ภายในสามลมหายใจ
ขณะที่อันธพาลร่างผอมกำลังจะเอื้อมมือมาคว้าแขนของนาง และเสิ่นอวิ๋นซูกำลังจะตัดสินใจลงมือ...
ฟุ่บ!
เงาร่างหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากความมืดสลัวของพงไพรอย่างเงียบเชียบ รวดเร็วดุจภูตพราย!
เกิดเสียงตุบหนักๆ สองคราติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ร่างของอันธพาลทั้งสองก็กองอยู่บนพื้น ร้องโอดโอยออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะพากันพยุงร่างที่สะบักสะบอมลุกขึ้นวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่ค่อยๆ จางหายไปในความมืด
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว!
เสิ่นอวิ๋นซูชะงักไปเล็กน้อย นางลดมือลงข้างลำตัวตามเดิม พลางหรี่ตามองบุรุษที่ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน
เบื้องหน้าของนางคือบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำผู้หนึ่ง เขาสวมชุดพรานป่าสีมอซอที่เก่าแต่สะอาดสะอ้าน บนแผ่นหลังสะพายคันธนูยาวและกระบอกใส่ลูกธนู ร่างกายทุกส่วนของเขาแผ่กลิ่นอายของความแข็งแกร่งและอันตรายที่น่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยเย็นชา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวกำลังจ้องมองมาที่นางอย่างประเมิน
เสิ่นอวิ๋นซูไม่เอ่ยคำใด นางเพียงพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยเป็นการขอบคุณเงียบๆ ขณะที่ในใจกำลังประเมินสถานการณ์ บุรุษผู้นี้...แข็งแกร่งอย่างน่ากลัว การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ทั้งรวดเร็วและเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเล
ลู่หานยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาคมกริบของเขาเหลือบมองสตรีตรงหน้าซึ่งยืนนิ่งไม่ไหวติง เมื่อครู่ตอนที่เขาซุ่มดูอยู่ เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่านางไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาเลยแม้แต่น้อย...นางไม่กรีดร้อง ไม่วิงวอนขอความช่วยเหลือ มีเพียงแววตาเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะสู้จนตัวตายปรากฏขึ้นชั่ววูบ สตรีเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในหมู่ผู้อพยพที่สิ้นหวัง
หลังจากความเงียบเข้าครอบงำอยู่ชั่วอึดใจ เสิ่นอวิ๋นซูก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงก่อน "ขอบคุณท่านพี่ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ"
ลู่หานไม่ตอบคำ เขาเพียงพยักหน้ารับน้อยๆ แล้วหันหลังเตรียมจะจากไปราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ
"เดี๋ยวก่อน!" เสิ่นอวิ๋นซูร้องเรียกไว้
บุรุษร่างสูงหยุดชะงัก แต่ไม่ได้หันกลับมา
นางล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ทำทีเป็นหยิบของที่ซ่อนไว้ แต่แท้จริงแล้วนางได้นำแผ่นแป้งข้าวโพดร้อนๆ สองแผ่นออกมาจากมิติแล้วห่อด้วยผ้าสะอาดอย่างรวดเร็ว "ข้าไม่มีของมีค่าอะไรจะตอบแทนท่านได้ มีเพียงแผ่นแป้งเล็กน้อยนี้ หวังว่าท่านพี่คงไม่รังเกียจ"
ในยุคสมัยที่อาหารหายากยิ่งกว่าทองคำเช่นนี้ แผ่นแป้งสองแผ่นถือเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง
ลู่หานหันกลับมามอง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังห่อผ้าในมือของนาง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับนางอีกครั้ง แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เขาลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเข้ามารับห่อผ้านั้นไปเงียบๆ สัมผัสอุ่นๆ ที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้เขารู้ว่ามันเพิ่งถูกทำขึ้นมาใหม่
"ข้าชื่อลู่หาน" เขาเอ่ยชื่อของตนเองออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะหันหลังแล้วเดินหายลับเข้าไปในเงามืดของพงไพรอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงชื่อและเงาร่างสูงใหญ่ที่ประทับอยู่ในความทรงจำของเสิ่นอวิ๋นซู
เสิ่นอวิ๋นซูมองตามร่างของเขาไปจนลับสายตา ก่อนจะก้มลงตักน้ำใส่ถังไม้จนเต็มแล้วรีบเดินทางกลับที่พัก ในใจของนางกำลังครุ่นคิดถึงบุรุษลึกลับนามลู่หานผู้นั้น...เขาเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่?
ทว่าขณะที่นางกำลังจะก้าวออกจากชายป่า หางตาของนางพลันรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาจากเงามืดอีกฟากหนึ่งของพงไพร มันไม่ใช่สายตาที่คุกคามอย่างเปิดเผยเหมือนอันธพาลเมื่อครู่ และก็ไม่ใช่สายตาที่สงบนิ่งเฉียบคมของลู่หาน
แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้น...เย็นเยียบราวกับอสรพิษที่ซ่อนตัวรอคอยเวลาที่จะฉกกัด