เกิดใหม่ในร่างที่ใกล้ตาย
ความหนาวเหน็บเสียดแทงลึกถึงกระดูก ราวกับถูกแช่แข็งในบ่อน้ำแข็งพันปี
เสิ่นอวี่ซี แพทย์หญิงอัจฉริยะแห่งยุค ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลนลอยเตะจมูก เธอพยายามขยับตัว ทว่าร่างกายกลับหนักอึ้งไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจรวยรินราวกับตะเกียงที่ใกล้ดับ
‘นี่ฉันยังไม่ตายงั้นหรือ?’
ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งไหลบ่าเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ภาพของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีผู้มีชื่อเดียวกันผุดขึ้นมา ร่างเดิมนี้ไม่ใช่คนป่วยธรรมดา แต่เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกญาติหน้าหนาหลอกใช้จนตาย!
ลุงใหญ่เสิ่นจื้อเฉียงและป้าสะใภ้จ้าวชุนฮวา ฮุบสมบัติและเงินชดเชยของพ่อแม่เธอไปจนหมดสิ้น นำไปซื้อจักรยานและนาฬิกาให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างเสิ่นเทียนเป่า ซ้ำยังใช้เล่ห์เหลี่ยมและคำหวาน บีบบังคับให้ร่างเดิมลงชื่อเป็น 'ยุวปัญญาชน' เดินทางมาตกระกำลำบากที่หมู่บ้านชนบทอันห่างไกลแทนลูกชายของตน ร่างเดิมต้องทำงานหนัก ขาดสารอาหาร ท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูหนาวในหมู่บ้านไป๋เฮ่อจนสิ้นลมหายใจ โดยที่ญาติสารเลวเหล่านั้นไม่เคยส่งคูปองอาหารหรือเสื้อผ้ากันหนาวมาให้แม้แต่ชิ้นเดียว
"ช่างหน้าด้านไร้ความละอายนัก..." เสิ่นอวี่ซีแค่นเสียงรอดไรฟัน แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ในเมื่อฉันเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว หนี้แค้นทั้งหมด ฉันจะทวงคืนให้สิ้น!"
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นข้างเตียงเตา เสิ่นอวี่ซีรีบหลับตาลงแสร้งทำเป็นหมดสติ
"ในเมื่อหล่อนกำลังจะตาย ผ้าห่มผืนนี้ก็ยกให้ฉันเถอะนะ ถือว่าทำบุญก่อนลงโลงก็แล้วกัน" เสียงแหลมเล็กของ 'ไป๋มู่หลาน' ยุวปัญญาชนหญิงร่วมบ้านพักดังขึ้น
มือหยาบกร้านเอื้อมมาดึงผ้าห่มผืนบางที่คลุมร่างของเสิ่นอวี่ซีออกไปอย่างโหดร้าย ความหนาวเย็นยะเยือกทะลวงเข้าสู่ผิวหนังทันที
เสิ่นอวี่ซีเบิกตาโพลง มือเรียวที่สั่นเทาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น
"ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!" ไป๋มู่หลานตกใจจนหน้าถอดสี ถอยผงะไปครึ่งก้าว "นังผีป่วย แกยังไม่ตายอีกหรือ!"
เสิ่นอวี่ซีร่างกายอ่อนแอเกินไป เรี่ยวแรงที่จะบีบข้อมือศัตรูยังแทบไม่มี หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเธอต้องถูกแย่งผ้าห่มและหนาวตายซ้ำสองเป็นแน่
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย จิตวิญญาณของเธอสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง... 'มิติลับโอสถสวรรค์' ที่ติดตามเธอมาจากชีวิตก่อน!
เธอไม่มีเวลาเข้าไปสำรวจคลังยา เพียงเพ่งจิตดึงเอาน้ำพุวิเศษจากแปลงดินสีดำในมิติหยดหนึ่งเข้ามาใต้ลิ้นโดยตรง ความหวานล้ำซึมซาบเข้าสู่ลำคอ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลเวียนไปทั่วเส้นชีพจร ฟื้นฟูพละกำลังเฮือกสุดท้ายให้กลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อเรี่ยวแรงกลับคืน เสิ่นอวี่ซีไม่รอช้า เธอพลิกข้อมือ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมืออีกข้าง กดกระแทกเข้าที่ 'จุดม๋าปี้' บริเวณท่อนแขนของไป๋มู่หลานอย่างแม่นยำและรุนแรง!
"โอ๊ย!" ไป๋มู่หลานกรีดร้องลั่น แขนขวาชาหนึบไร้ความรู้สึกไปในพริบตา ก่อนจะถูกเสิ่นอวี่ซีออกแรงผลักเพียงเล็กน้อย ร่างของเธอก็กระเด็นล้มก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้นดินแข็งกระด้าง
"เสิ่นอวี่ซี! นังบ้า แกกล้าทำร้ายฉันงั้นหรือ!" ไป๋มู่หลานกุมแขนที่ห้อยต่องแต่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหวาดกลัว
เสิ่นอวี่ซียันตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนังเตียงเตา ดึงผ้าห่มกลับมาคลุมกาย แววตาคมกริบดุจใบมีดจ้องมองอีกฝ่าย "ไป๋มู่หลาน ฉันยังหายใจอยู่ เธอก็คิดจะปล้นทรัพย์สินส่วนตัวของยุวปัญญาชนแล้วหรือ?"
"ปล้นอะไรกัน! ฉัน... ฉันแค่เห็นว่าแกกำลังจะตาย ผ้าห่มนี่ปล่อยทิ้งไว้ก็เสียของ!" อีกฝ่ายเถียงข้างๆ คูๆ พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น
"เสียของ?" เสิ่นอวี่ซีแค่นหัวเราะเย็นชา เสียงของเธอหนักแน่นไม่มีแววของคนป่วยหนัก "หากฉันตะโกนเรียกหัวหน้าหมู่บ้านมาเดี๋ยวนี้ แล้วแจ้งข้อหาว่าเธอจงใจขัดเกลาเจตนารมณ์ของสหาย ทำลายความสามัคคี และขโมยทรัพย์สินส่วนรวม... เธอคิดว่าโทษของการกระทำเหล่านี้ จะทำให้เธอถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในเหมืองถ่านหินหรือไม่?"
คำขู่ที่อ้างอิงถึงกฎเหล็กของยุคสมัยทำเอาไป๋มู่หลานหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก "แก... แกอย่ามาใส่ร้ายฉัน! ฉันหวังดีต่างหาก!"
"หวังดีงั้นหรือ? งั้นเราไปคุยความหวังดีนี้ที่คณะกรรมการหมู่บ้านกัน!" เสิ่นอวี่ซีกระแทกเสียง ขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น "ไสหัวไป! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน แล้วส่งเธอไปนอนในคุกแทนบ้านพักยุวปัญญาชน!"
ไป๋มู่หลานหวาดกลัวแววตาอำมหิตของเด็กสาวที่เคยหัวอ่อนจนตัวสั่น แขนขวายังคงชาหนึบจนขยับไม่ได้ เธอรีบถอยกรูดไปที่ประตู "ฝากไว้ก่อนเถอะนังผีป่วย!"
เมื่อประตูห้องปิดลง ร่างของเสิ่นอวี่ซีก็ทรุดฮวบลงกับเตียงเตาทันที ฤทธิ์ของน้ำพุวิเศษหนึ่งหยดเพียงพอแค่ให้เธอใช้พละกำลังชั่วครู่เพื่อขับไล่ศัตรูเท่านั้น ตอนนี้ไข้สูงเริ่มกลับมาเล่นงานอีกครั้ง หน้าผากของเธอชื้นไปด้วยเหงื่อเย็น
'ฉันต้องเข้าไปในคลังยาของมิติลับ...' เสิ่นอวี่ซีคิดในใจ พยายามหลับตาเพื่อดึงจิตวิญญาณเข้าสู่มิติส่วนตัวเพื่อหายาปฏิชีวนะมารักษาไข้
ทว่า... ยังไม่ทันที่จิตของเธอจะหลุดเข้าไปในมิติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนก็หยุดลงที่หน้าประตูห้องพัก ก่อนที่เสียงปลดกลอนประตูจะดัง 'แกร๊ก' อย่างชัดเจน!
ดึกดื่นป่านนี้... ใครกันที่บุกเข้ามาในห้องของเธอ!