ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้าย
ศีรษะของซูม่านหนิงปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำอันยุ่งเหยิงหลั่งไหลเข้ามาในห้วงสำนึกดุจกระแสน้ำเชี่ยวกราก นางกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสลัวภายในห้องดินเผาที่ทั้งเก่าและโทรม กลิ่นอับชื้นของดินและฟางแห้งลอยมากระทบจมูก ชัดเจนจนน่าเวียนหัว
นี่มันที่ไหนกัน? นางจำได้ว่าตนเองเป็นประธานบริษัทที่ประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด กำลังจะเดินทางไปเจรจาธุรกิจสำคัญ แต่แล้วเครื่องบินก็ประสบอุบัติเหตุ...
"พี่หญิง ท่านฟื้นแล้วรึ? ยอดไปเลย! ข้ากำลังรออยู่พอดี รีบเอาของมาให้ข้าเร็วเข้า!"
เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างเตียง ซูม่านหนิงหันขวับไปมอง ภาพของเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดทว่าแววตากลับฉายความโลภไม่ปิดบังปรากฏแก่สายตา สวมเสื้อผ้าปะชุนที่ดูใหม่กว่าของนางอยู่หลายส่วน ความทรงจำที่มิใช่ของตนเองพลันผุดวาบขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
ซูม่านหนิงแห่งยุค 70... ภรรยาของเจียงจวินเหยียน ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชา นางถูกครอบครัวเดิมกดขี่ข่มเหงมาตั้งแต่เด็ก พอแต่งงานออกมาก็ยังไม่วายถูกมารดาและน้องชายตามราวี รีดไถเงินทองและเสบียงอาหารไม่หยุดหย่อน จนชื่อเสียงของนางในหมู่บ้านย่ำแย่ ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงแพศยาที่สูบเลือดสูบเนื้อสามี
ส่วนเด็กหนุ่มตรงหน้านี้คือ ซูจื่อหาว น้องชายตัวดีของร่างเดิมนั่นเอง!
ความทรงจำสุดท้ายของร่างนี้คือ นางแอบค้นหาเสบียงในบ้านตอนที่สามีออกไปทำงาน หวังจะขโมยข้าวสารและมันเทศแห้งที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปให้น้องชาย แต่กลับพลาดท่าสะดุดล้มหัวฟาดพื้นจนสิ้นใจ และกลายเป็นนาง...ซูม่านหนิงจากอนาคตที่เข้ามาแทนที่
"พี่หญิง มัวเหม่ออะไรอยู่? เร็วเข้าสิ เดี๋ยวพี่เขยก็กลับมาหรอก!" ซูจื่อหาวเร่งเร้าอย่างไม่สบอารมณ์ สายตาของเขามองข้ามศีรษะของนางไปยังกระสอบผ้าใบเก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้อง
ซูม่านหนิงกวาดตามองไปรอบๆ บ้านดินที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบัติไม่มีสี่ชิ้น บนโต๊ะไม้ผุพังมีเพียงถ้วยบิ่นๆ สองสามใบ ในยุ้งฉางเล็กๆ ข้างครัวก็ว่างเปล่า มีเพียงข้าวโพดป่นและมันเทศแห้งจำนวนไม่มากที่ซุกซ่อนไว้ นี่คือเสบียงประทังชีวิตของคนสองคนไปจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวครั้งหน้า
แล้วดูสิ่งที่ร่างเดิมกำลังจะทำสิ! ขโมยอาหารคำสุดท้ายของสามีไปให้ครอบครัวปลิงดูดเลือดพวกนั้น!
โทสะสายหนึ่งพลุ่งพล่านขึ้นในใจของซูม่านหนิงคนใหม่ นางเหลือบมองน้องชายในนามด้วยสายตาเย็นชา "ไม่มี"
"หา? ไม่มีอะไร?" ซูจื่อหาวขมวดคิ้ว "พี่พูดอะไรของพี่ ข้าเห็นอยู่ว่าพี่รวบรวมของใส่กระสอบไว้แล้ว อย่ามาเล่นลิ้นหน่อยเลยน่า!"
เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับสาวเท้าตรงไปยังมุมห้องหมายจะคว้ากระสอบผ้าใบนั้นมาเป็นของตน
"ข้าบอกว่าไม่มี!" ซูม่านหนิงตวาดลั่น นางลุกพรวดพราดจากเตียงไม้เก่าๆ แล้วปรี่เข้าไปขวางหน้าเขาไว้ ร่างกายนี้อาจจะอ่อนแอไปบ้าง แต่แววตาของนางกลับแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ของในบ้านนี้ทุกชิ้นเป็นของตระกูลเจียง เจ้าไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!"
ซูจื่อหาวชะงักงันไปชั่วขณะ จ้องมองพี่สาวของตนด้วยความตกตะลึง ปกติแล้วนางไม่เคยกล้าขัดใจเขาแม้แต่ครึ่งคำ วันนี้เกิดวิปลาสอันใดขึ้นมา?
"พี่หญิง! ท่านเสียสติไปแล้วรึไง?" เขาตวาดกลับ "ท่านก็รู้ว่าที่บ้านเราไม่มีอะไรจะกินแล้ว แม่สั่งให้ข้ามาเอาของ ถ้าข้ากลับไปมือเปล่า ท่านนั่นแหละจะเดือดร้อน! ท่านอยากให้แม่มาอาละวาดที่นี่หรือไง!"
"ก็ให้มาสิ!" ซูม่านหนิงเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาหงส์ที่เคยอ่อนแอ บัดนี้กลับทอประกายเฉียบคม "ข้าแต่งเข้าบ้านเจียงแล้ว ก็ถือเป็นคนของบ้านเจียง ครอบครัวซูจะอดอยากปากแห้งอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับข้าอีกต่อไป กลับไปบอกหวังจินฮวาด้วยว่า ต่อไปนี้อย่าได้คิดจะมาเอาอะไรจากบ้านนี้อีก แม้แต่เมล็ดข้าวสารเดียวก็อย่าหวัง!"
คำประกาศิตของนางทำให้ซูจื่อหาวหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ "ซูม่านหนิง! เจ้า...เจ้ากล้าดียังไง! พ่อแม่เลี้ยงเจ้ามาจนโต พอมีผัวแล้วก็ลืมหัวนอนปลายเท้าเลยรึ! นังลูกอกตัญญู!"
สิ้นคำด่าทอ เขาก็กระโจนเข้าใส่ หมายจะผลักนางให้พ้นทางแล้วคว้ากระสอบเสบียงให้ได้
แต่ซูม่านหนิงในร่างนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว! สัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีจากชาติก่อนทำงานฉับไว นางเอี้ยวตัวหลบการจู่โจมของเขาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับใช้จังหวะที่ซูจื่อหาวเสียหลักตวัดฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างจัง!
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังลั่นสะท้านไปทั่วห้องแคบๆ ซูจื่อหาวเซถลาไปสองสามก้าว ยกมือกุมแก้มที่แดงเถือกด้วยความเจ็บและไม่อยากจะเชื่อสายตา เขา...เขาถูกพี่สาวที่เคยยอมทุกอย่างมาตลอดตบหน้า!
"เจ้า...เจ้ากล้าตบข้า!"
"ตบแล้วจะทำไม?" ซูม่านหนิงก้าวเข้าไปประชิดตัว น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "นี่เป็นแค่การสั่งสอนที่เจ้าควรจะได้รับมานานแล้ว ซูจื่อหาว ฟังให้ดีนะ...ข้าไม่ใช่ซูม่านหนิงคนเดิมที่จะยอมให้พวกเจ้าข่มเหงรังแกอีกต่อไป ไสหัวของเจ้าออกไปจากบ้านข้าบัดเดี๋ยวนี้! แล้วจำไว้ อย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้ามาเหยียบที่นี่อีก!"
นางชี้นิ้วไปยังประตูบ้านที่ทำจากไม้ระแนงเก่าๆ แววตาเด็ดเดี่ยวและน่าเกรงขามจนซูจื่อหาวที่กำลังจะอ้าปากเถียงต้องกลืนคำพูดลงคอไป เขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า ไม่ใช่พี่สาวโง่เง่าคนเดิมอีกต่อไป
ด้วยความเจ็บแค้นและหวาดกลัวปะปนกัน ซูจื่อหาวกระทืบเท้าอย่างแรง ชี้หน้าคาดโทษนาง "ดี! ดีมาก! เจ้าทำกับข้าแบบนี้ ได้! แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ!"
พูดจบเขาก็หันหลังวิ่งกระแทกประตูออกไปจากบ้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบและฝุ่นที่คลุ้งตลบ
ซูม่านหนิงถอนหายใจยาว พลังที่ใช้ไปเมื่อครู่ทำให้นางรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งร่าง แต่ในใจกลับรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาด ในที่สุดก็ได้ตัดขาดจากพวกปลิงดูดเลือดเสียที แต่นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ปัญหาใหญ่ที่แท้จริงคือสามีของนาง...เจียงจวินเหยียน
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดถึงวิธีที่จะเผชิญหน้ากับชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน บานประตูที่เพิ่งถูกกระแทกปิดไปก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
ร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่ธรณีประตู บดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนเกิดเป็นเงาทะมึนทาบทับร่างของนาง เรือนกายกำยำในชุดทำงานสีเทาเข้มเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศที่แข็งแกร่ง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาติดจะเย็นชาอยู่เป็นนิจ ดวงตาเรียวคมดุจเหยี่ยวกำลังจ้องมองมาที่นางนิ่งงัน
เจียงจวินเหยียน...เขากลับมาแล้ว!
เขาต้องเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างแน่นอน แววตาคมกริบคู่นั้นฉายแววประหลาดใจระคนสงสัยจับจ้องมาที่นาง... ไม่มีความอบอุ่นใดๆ เจือปน มีเพียงความเย็นชาและระแวดระวังที่คุ้นเคย ราวกับกำลังมองดูคนแปลกหน้าที่สวมหน้ากากภรรยาของตนเองอยู่