ระบบห้างสรรพสินค้าขั้นที่ 1
ความเงียบที่หนักอึ้งกดทับลงมาในกระท่อมดินเก่าซอมซ่อทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของเจียงจวินเหยียนปรากฏกายขึ้น เขายืนนิ่งอยู่ที่ธรณีประตู เงาของเขาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดครึ้ม แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องมาที่ซูม่านหนิงอย่างเย็นชาและประเมินผล ราวกับกำลังพิจารณาสิ่งแปลกปลอมที่บังอาจเข้ามาในอาณาเขตของตน
ซูม่านหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความประหม่าที่ก่อตัวขึ้นในใจ นี่คือสามีในนามของนาง ชายผู้ที่ซูม่านหนิงคนเดิมทั้งรักทั้งกลัว แต่สำหรับนางแล้ว เขาคือคนแปลกหน้าผู้กุมชะตาชีวิตของนางไว้
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่มองไม่เห็น
"ซูจื่อหาวมาขอข้าวสาร" ซูม่านหนิงตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่งที่สุด "ข้าปฏิเสธไปแล้ว"
คิ้วกระบี่ของเจียงจวินเหยียนขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา มีครั้งใดบ้างที่นางปฏิเสธคำขอของครอบครัวเดิม มีแต่จะลอบขนเสบียงในบ้านไปให้จนแทบจะหมดสิ้น
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่ว่างเปล่า ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าของนางอีกครั้ง "เจ้า...ปฏิเสธ?"
"ใช่" นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย สบตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "ของในบ้านนี้เป็นของตระกูลเจียง นับจากนี้ไป ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาเอาไปแม้แต่เมล็ดข้าวเดียว"
คำประกาศกร้าวของนางทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก เจียงจวินเหยียนไม่ได้แสดงท่าทีดีใจหรือพอใจ กลับกัน ความระแวงในแววตาของเขายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เขาก้าวเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวหนักแน่นราวกับจะเหยียบย่ำความเชื่อมั่นของนางให้แหลกสลาย
"เจ้าวางแผนอะไรอยู่กันแน่ ซูม่านหนิง"
ขณะที่ซูม่านหนิงกำลังจะอ้าปากตอบโต้ เสียงไอแหบแห้งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเจียงจวินเหยียน
"แค่ก...แค่ก...จวินเหยียน เจ้ากลับมาแล้วรึ"
ชายชราร่างกายซูบผอมในเสื้อผ้าเก่าขาดเดินออกมาจากห้องด้านใน เขาคือเจียงไห่ บิดาของเจียงจวินเหยียน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเหนื่อยยาก แต่ดวงตายังคงมีความเมตตาเจืออยู่
"ท่านพ่อ" เจียงจวินเหยียนหันไปพยุงร่างบิดา สีหน้าเย็นชาคลายลงเล็กน้อย "ท่านยังไม่หายดี ใยจึงลุกออกมา"
"ข้าได้ยินเสียงดัง...เลยออกมาดู" เจียงไห่มองเลยไปที่ซูม่านหนิง แววตาฉายความอ่อนใจเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาหาบุตรชาย "ช่างเถอะ หิวหรือไม่ วันนี้ในครัวไม่มีอะไรเลย เกรงว่าคงต้องทนหิวไปอีกมื้อ"
สิ้นคำพูดของเจียงไห่ บรรยากาศก็พลันเงียบลงอีกครั้ง ท้องของซูม่านหนิงเองก็เริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ นางเหลือบมองชายสองพ่อลูกตรงหน้า คนหนึ่งร่างกายกำยำแต่ดูอิดโรยจากงานหนัก อีกคนเจ็บป่วยจนร่างกายผ่ายผอม
ไม่ได้การ! จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้
ความคิดหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัวของนาง ในเมื่อนางมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็ต้องใช้ชีวิตให้ดีที่สุด การเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการมัดใจคนด้วยอาหาร!
แต่...จะเอาวัตถุดิบมาจากที่ไหน?
ทันใดนั้นเอง!
*ติ๊ง!*
เสียงใสราวกระดิ่งแก้วดังขึ้นในหัวของซูม่านหนิง ตามมาด้วยภาพหน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น!
[ยินดีด้วย ท่านได้ปลดล็อก "ระบบห้างสรรพสินค้าขั้นที่ 1: ร้านขายของชำริมทาง"]
[สิทธิพิเศษ: สามารถเบิกสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานได้วันละ 5 กิโลกรัม]
[รายการสินค้า: ข้าวสารหยาบ, แป้งข้าวโพด, เกลือ, ไข่ไก่, ไม้ขีดไฟ...]
ซูม่านหนิงเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะหลุดออกมานอกอก นี่มัน...นี่มันคือของขวัญที่สวรรค์ประทานมาให้ชัดๆ! ความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาด้วย!
นางรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนที่ใครจะทันสังเกตเห็น "ท่านพ่อ ท่านพี่ ในครัวอาจจะพอมีอะไรเหลืออยู่บ้าง เดี๋ยวข้าจะลองไปหาดู"
พูดจบนางก็หมุนตัวเดินเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้เจียงจวินเหยียนได้ซักถามอะไรต่อ ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังของนางไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ขวาง
ภายในครัวที่ทั้งเล็กและมืดทึบ ซูม่านหนิงพิงแผ่นหลังกับผนังดินเย็นเฉียบ พยายามสงบสติอารมณ์ นางหลับตาลงและเพ่งสมาธิไปที่หน้าจอในหัวอีกครั้ง
"ระบบ...เบิกข้าวสารหยาบ 2 กิโลกรัม ไข่ไก่ 10 ฟอง"
สิ้นคำสั่งในใจ วัตถุดิบที่นางต้องการก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า วางอยู่ในตะกร้าสานเก่าๆ ที่มุมห้องอย่างเงียบเชียบ!
ดวงตาของซูม่านหนิงเป็นประกายเจิดจ้า เอาล่ะ! ได้เวลาแสดงฝีมือแล้ว!
นางไม่รอช้า จัดการซาวข้าวสารหยาบอย่างคล่องแคล่ว แม้จะเป็นข้าวคุณภาพต่ำ แต่ด้วยเทคนิคการซาวและหุงของคนยุคใหม่ นางมั่นใจว่าจะทำให้มันนุ่มอร่อยกว่าปกติได้อย่างแน่นอน จากนั้นจึงตั้งกระทะเหล็กเก่าๆ บนเตาดิน ตอกไข่ไก่สดใหม่ลงไป เสียงฉ่าดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของไข่เจียวที่ค่อยๆ ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งบ้าน
ด้านนอก เจียงไห่ที่นั่งพักอยู่ได้กลิ่นหอมของอาหารเป็นคนแรก จมูกของเขาขยับสูดดมอย่างลืมตัว "กลิ่นอะไร...หอมเหลือเกิน"
เจียงจวินเหยียนเองก็ขมวดคิ้วแน่น กลิ่นไข่เจียวหอมกรุ่นปนกับกลิ่นไอร้อนของข้าวสวยที่เพิ่งสุกใหม่ๆ มันช่างยั่วยวนจนท้องของเขาที่ว่างเปล่ามาทั้งวันเริ่มส่งเสียงร้องคำราม ความระแวงในใจต่อสู้กับความหิวโหยอย่างหนัก
ไม่นานนัก ซูม่านหนิงก็เดินออกมาพร้อมกับถาดไม้เก่าๆ ในถาดมีชามข้าวสวยร้อนๆ สองใบใหญ่ และไข่เจียวสีเหลืองทองฟูฟ่องน่ากินอีกหนึ่งจานใหญ่ ไอร้อนหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่ว กระตุ้นต่อมน้ำลายของผู้ที่ได้กลิ่นเป็นอย่างดี
"ท่านพ่อ ท่านพี่ อาหารเสร็จแล้วเจ้าค่ะ" นางวางถาดลงบนโต๊ะเตี้ยๆ กลางบ้าน
เจียงไห่มองอาหารตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ "นี่...นี่เจ้าไปเอามาจากที่ใดกัน สะใภ้"
"ข้าเคยซ่อนเงินไว้เล็กน้อยเจ้าค่ะ วันนี้เลยนำไปแลกไข่กับข้าวสารมา" ซูม่านหนิงตอบด้วยเรื่องโกหกที่เตรียมไว้ สายตาเหลือบมองเจียงจวินเหยียนแวบหนึ่ง
ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่ง แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่จานไข่เจียวราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง เขายังไม่ลืมว่านางเคยพยายามวางยาเขาเพื่อหนีกลับบ้านเดิมเมื่อหลายเดือนก่อน แม้ครั้งนั้นจะไม่สำเร็จ แต่ความไม่ไว้วางใจก็ได้ฝังรากลึกลงไปแล้ว
"ท่านพี่ ไม่กินหรือเจ้าคะ หรือว่า..." ซูม่านหนิงแสร้งทำหน้าเศร้า "ท่านกลัวว่าข้าจะใส่ยาพิษลงไป"
คำพูดของนางแทงใจดำเขาอย่างจัง!
เจียงไห่รีบโบกมือ "โอ้ย! พูดจาเหลวไหลอะไรกัน สะใภ้ตั้งใจทำอาหารให้กิน จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร" ชายชรากล่าวจบก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบไข่เจียวชิ้นใหญ่เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ "อืม! อร่อย! อร่อยมาก! ข้าไม่ได้กินไข่เจียวอร่อยๆ แบบนี้มานานเท่าใดแล้ว"
ความหิวและความซาบซึ้งทำให้เจียงไห่กินอย่างเอร็ดอร่อย ลืมสิ้นถึงความบาดหมางก่อนหน้านี้
เจียงจวินเหยียนยังคงนิ่งเฉย สายตาของเขายังคงจับจ้องที่ซูม่านหนิงไม่วางตา แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของเขา แต่แล้วท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องดัง *โครก* ออกมาอย่างไม่เกรงใจ ทำลายบรรยากาศน่าเกรงขามของตนจนหมดสิ้น
ซูม่านหนิงแอบลอบยิ้มในใจ
ในที่สุด เจียงจวินเหยียนก็ทนความหิวและกลิ่นหอมยั่วยวนไม่ไหว เขาเดินมานั่งลงอย่างแรง หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบไข่เจียวชิ้นหนึ่งเข้าปากอย่างระแวดระวัง
วินาทีที่ไข่สัมผัสลิ้น ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เนื้อไข่นุ่มฟู ไม่กระด้างเหมือนที่เคยกิน ปรุงรสเค็มกำลังดี หอมกลิ่นกระทะไหม้เล็กน้อยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เมื่อกินพร้อมกับข้าวสารหยาบที่หุงได้นุ่มเกินคาด ความอร่อยเรียบง่ายนี้กลับซึมซาบเข้าไปในร่างกายที่เหนื่อยล้า มอบความอบอุ่นและความพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เขาเงยหน้าขึ้นมองภรรยาของตนอีกครั้ง นางนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม มองดูเขากับบิดากินเงียบๆ ท่าทางเช่นนี้...แตกต่างจากซูม่านหนิงคนเดิมราวกับเป็นคนละคน
หลังจากที่อาหารบนโต๊ะหมดลงอย่างรวดเร็ว เจียงไห่ก็ลูบท้องอย่างมีความสุขก่อนจะขอตัวกลับไปพักในห้อง ทิ้งให้ซูม่านหนิงต้องเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่เพียงลำพัง
ซูม่านหนิงลุกขึ้นเก็บชาม แต่ก่อนที่นางจะได้ก้าวเท้าออกจากห้อง ร่างสูงใหญ่ของเจียงจวินเหยียนก็มายืนขวางทางนางไว้เสียก่อน เงาของเขาทาบทับร่างนางจนมิดชิด กลิ่นอายบุรุษที่แข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมากดดันนางจนหายใจติดขัด
ดวงตาคมดุจเหยี่ยวมองลึกลงไปในดวงตาของนาง แฝงไว้ด้วยความเย็นชาและคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
"อาหารมื้อนี้...เจ้าได้มาจากที่ใดกันแน่" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่กลับหนักแน่นจนทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก "และเจ้า...เป็นใครกันแน่"