ตื่นขึ้นมาพร้อมใบหย่าเปื้อนน้ำตา
ความเจ็บปวดที่ราวกับศีรษะจะปริแยกเป็นเสี่ยงๆ ปลุกสติของเฉียวซินหร่วนให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด เปลือกตาของเธอกระพริบถี่ พยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ภาพเบื้องหน้ายังคงพร่าเลือน แต่เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาจนจับขั้วหัวใจกลับดังชัดเจนอยู่ข้างหู
"ตื่นแล้วก็ดี เซ็นซะ"
สิ้นเสียงนั้น กระดาษแผ่นหนึ่งก็ถูกโยนลงมาตรงหน้าเฉียวซินหร่วนพอดิบพอดี ของเหลวเย็นๆ ที่เปรอะเปื้อนอยู่บนนั้นหยดลงบนหลังมือของเธอ เมื่อก้มลงมองจึงพบว่ามันคือหยดน้ำตาที่ยังไม่ทันแห้งเหือด
เฉียวซินหร่วนขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เธอพยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก พลางกวาดสายตามองไปรอบตัว บ้านดินเก่าซอมซ่อหลังนี้มีเพียงโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมตัวหนึ่งกับเก้าอี้ยาวสองตัว บนโต๊ะมีถ้วยชามบิ่นๆ วางอยู่สองสามใบ บ่งบอกถึงฐานะที่ยากจนข้นแค้นของผู้เป็นเจ้าของ
และชายที่ยืนค้ำศีรษะเธออยู่...
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกางเกงขายาวสีเข้ม แม้จะแต่งกายธรรมดา แต่เรือนร่างสูงใหญ่กำยำกับโครงหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นกลับไม่อาจบดบังรัศมีความน่าเกรงขามได้เลยแม้แต่น้อย ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคือแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีที่จ้องมองมายังเธอ ราวกับเธอมิใช่มนุษย์ แต่เป็นเพียงเศษขยะที่น่ารังเกียจ
ทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก!
เฉียวซินหร่วน... เธอมีชื่อเดียวกันกับเจ้าของร่างเดิม หญิงสาวผู้แต่งงานกับลู่จื่อเหยียน หัวหน้ากองคาราวานรถบรรทุกผู้มีอนาคตไกลได้ไม่ถึงปี ทว่าแทนที่จะทำหน้าที่ภรรยาที่ดี เธอกลับขโมยเงินเก็บของสามีไปปรนเปรอครอบครัวเดิมที่เห็นแก่ตัวครั้งแล้วครั้งเล่า และครั้งล่าสุดนี้... เธอแอบนำเงินห้าร้อยหยวนที่ลู่จื่อเหยียนเก็บหอมรอมริบไว้ทั้งชีวิตเพื่อเตรียมสร้างบ้านใหม่ ส่งกลับไปให้ครอบครัวจนหมดสิ้น!
ห้าร้อยหยวน! ในยุค 80 ที่เงินเดือนคนงานในโรงงานรัฐวิสาหกิจยังอยู่แค่สามสิบถึงสี่สิบหยวนต่อเดือน นี่คือเงินจำนวนมหาศาล!
เฉียวซินหร่วนอดีตมหาเศรษฐินีอันดับต้นๆ จากศตวรรษที่ 21 ถึงกับสูดหายใจอย่างหนาวเหน็บ นี่เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงโง่เง่าที่ทำเรื่องเลวร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
"ยังจะนั่งเหม่ออะไรอีก! หรือจะให้ฉันจับมือเธอเซ็น!" เสียงของลู่จื่อเหยียนกระชากสติของเธอกลับมา
เฉียวซินหร่วนก้มลงมองกระดาษบนโต๊ะอีกครั้ง ตัวอักษรสามคำ "ใบหย่าร้าง" (离婚协议书) ทิ่มแทงสายตาจนเจ็บแปลบ ในใจของเธอพลันบังเกิดความรู้สึกขบขันระคนสมเพช เจ้าของร่างเดิมคงร้องไห้ฟูมฟายจนสลบไปเพราะเรื่องนี้สินะ แต่สำหรับเธอแล้ว การหย่ากับผู้ชายที่เกลียดชังตนเองเข้ากระดูกดำเช่นนี้กลับนับเป็นเรื่องดีเสียอีก
แต่... จะหย่าทั้งอย่างนี้ไม่ได้!
หากเธอถูกไล่ออกจากบ้านไปตอนนี้ด้วยข้อหาขโมยเงินสามี ไม่เพียงแต่จะไม่มีที่ซุกหัวนอน ยังจะถูกตราหน้าไปชั่วชีวิต ในยุคสมัยที่ชื่อเสียงสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด การเริ่มต้นใหม่คงเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
ดวงตาที่เคยสับสนของเฉียวซินหร่วนพลันฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาในบัดดล เธอเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าออกอย่างลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลู่จื่อเหยียนอย่างไม่เกรงกลัว
"ฉันยังไม่เซ็น"
น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่งและหนักแน่นผิดกับหญิงขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายในความทรงจำของลู่จื่อเหยียนโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววประหลาดใจระคนดูแคลน
"คิดจะเล่นละครอะไรอีก? เฉียวซินหร่วน ฉันให้โอกาสเธอมามากพอแล้ว ความอดทนของฉันมีขีดจำกัด" วาจาแต่ละคำเฉียบคมราวมีดน้ำแข็ง "เงินห้าร้อยหยวนนั่นคือเงินเก็บทั้งชีวิตของฉัน แต่เธอกลับขโมยมันไปให้พวกปลิงดูดเลือดที่บ้านเดิมของเธอได้อย่างหน้าไม่อาย! เธอยังมีความเป็นคนอยู่บ้างไหม!"
"ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า" เฉียวซินหร่วนสวนกลับทันควัน ทำให้ลู่จื่อเหยียนชะงักไปอีกครั้ง "แต่ไม่ใช่ตอนนี้"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียบเรียงความคิดที่เฉียบคมอย่างรวดเร็ว "สหายลู่จื่อเหยียน คุณลองคิดดูให้ดี ถ้าเราหย่ากันตอนนี้ คุณจะได้อะไร? คุณจะเสียทั้งเงินห้าร้อยหยวน และเสียหน้าที่มีภรรยาขี้ขโมย ชื่อเสียงของคุณในกองคาราวานจะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี คุณจะกลายเป็นตัวตลกให้คนนินทาไปทั่ว"
ลู่จื่อเหยียนขมวดคิ้วแน่น แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำพูดของเธอแทงใจดำเขาอย่างจัง
เฉียวซินหร่วนเห็นปฏิกิริยาของเขาจึงพูดต่อทันที "แต่ถ้าคุณให้เวลาฉัน... ฉันจะไปทวงเงินห้าร้อยหยวนนั่นกลับมาคืนให้คุณทุกบาททุกสตางค์"
"เพ้อเจ้อ!" ลู่จื่อเหยียนแค่นเสียงหยัน "แค่เธอเนี่ยนะ? จะไปทวงเงินจากครอบครัวที่เธอรักนักรักหนานั่นได้? ที่ผ่านมาเธอมีแต่ส่งเงินไปให้พวกเขา ไม่เคยได้คืนมาแม้แต่เฟินเดียว!"
"นั่นมันเมื่อก่อน แต่นี่คือตอนนี้" เฉียวซินหร่วนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาของเธอมุ่งมั่นจริงจังจนน่าตกใจ "ฉันขอเวลาหนึ่งเดือน! ภายในหนึ่งเดือนนี้ ฉันจะหาเงินห้าร้อยหยวนมาคืนคุณให้ได้ ระหว่างนี้เรายังคงสถานะสามีภรรยาไว้ เมื่อครบกำหนดแล้วฉันคืนเงินให้คุณได้ เราจะไปทำเรื่องหย่ากันอย่างสงบ คุณได้ทั้งเงินคืนและรักษาหน้าไว้ได้ ส่วนฉันก็จะไปจากชีวิตคุณอย่างไม่มีอะไรติดค้าง"
เธอยื่นข้อเสนอที่เย้ายวนใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์นี้ "แต่ถ้าฉันทำไม่ได้..." เฉียวซินหร่วนเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ฉันจะเซ็นใบหย่าใบนี้ทันทีและจะไปจากที่นี่โดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในบ้านดินที่คับแคบ ลู่จื่อเหยียนจ้องมองใบหน้าของภรรยาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างพินิจพิเคราะห์ หญิงสาวตรงหน้าไม่มีแววของความอ่อนแอขี้ขลาดหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย่อหยิ่งทระนงและความเด็ดเดี่ยวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ท่าทีเช่นนี้... มันน่าเหลือเชื่อเกินไป
เขาไม่เชื่อว่าเธอจะทำได้ แต่ข้อเสนอของเธอก็มีเหตุผลจนเขาไม่อาจปฏิเสธได้ลงคอจริง ๆ การเสียเงินไปเปล่าๆ พร้อมกับเสียชื่อเสียง คือสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้
"ก็ได้" ในที่สุดเขาก็เค้นเสียงตอบออกมา "หนึ่งเดือนก็หนึ่งเดือน แต่ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้ เฉียวซินหร่วน อย่าคิดเล่นลูกไม้ตื้นๆ กับฉันเด็ดขาด ถ้าครบกำหนดแล้วเธอยังหาเงินมาคืนไม่ได้ ถึงตอนนั้นต่อให้เธอคุกเข่าอ้อนวอน ฉันก็จะลากเธอไปที่อำเภอให้ได้!"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินกระทืบเท้าออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดประตูกระแทกเสียงดังปัง! จนฝุ่นผงบนขื่อคานร่วงกราวลงมา
เมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาหายลับไป เฉียวซินหร่วนก็ทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เรี่ยวแรงที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เธอหยิบใบหย่าที่ยังวางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนจะกำมันไว้ในมือแน่น
หนึ่งเดือน... กับหนี้ก้อนโตห้าร้อยหยวนในยุคที่เงินเดือนคนงานแค่ไม่กี่สิบหยวนต่อเดือน นี่มันภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
เฉียวซินหร่วนหลับตาลง พยายามข่มความรู้สึกสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามา ในหัวมีแต่คำถามว่าเธอจะหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นมาจากที่ไหนและได้อย่างไรในยุคสมัยที่แสนจะอัตคัดขาดแคลนเช่นนี้ แรงกดดันมหาศาลบีบรัดหัวใจของเธอจนแทบหายใจไม่ออก