ตื่นขึ้นกลางทางอพยพ

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กน้อยดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท เจียงหว่านหนิงขมวดคิ้วแน่น ความเจ็บปวดและหิวโหยจู่โจมจนกระเพาะแทบทะลุ นางลืมตาขึ้นมาพบกับท้องฟ้าสีหม่นและฝุ่นทรายคลุ้ง พนักงานสาวออฟฟิศฝีปากกล้าอย่างนาง ทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กสาววัยสิบห้าปีกลางขบวนอพยพหนีภัยแล้งเสียแล้ว!

"เอามาให้ข้านะ! นังเด็กชั้นต่ำ!" เสียงตวาดหยาบคายดังขึ้น

เจียงหว่านหนิงหันขวับไปมอง ห่างออกไปไม่ไกล เจียงจื่อเป่า ลูกพี่ลูกน้องร่างอ้วนท้วนกำลังยื้อแย่งแผ่นแป้งแข็งๆ ชิ้นสุดท้ายไปจากมือของเจียงหว่านชิง น้องสาวคนเล็กวัยหกขวบของนางที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูก

"พี่จื่อเป่า อย่าแย่งข้าเลย ข้าหิว..." เด็กน้อยร้องไห้จ้า น้ำตาอาบแก้มเปื้อนฝุ่นดิน

"ถุย! พวกบ้านรองอย่างพวกเจ้ามีสิทธิ์กินของดีหรือ ส่งมานี่!" เจียงจื่อเป่ากระชากแผ่นแป้งอย่างแรงจนเจียงหว่านชิงเสียหลักล้มกระแทกพื้นดินแตกระแหง

โทสะในอกเจียงหว่านหนิงลุกพรึบ นางพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายนี้กลับอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ปานรูปข้าวสารที่ฝ่ามือขวากลับร้อนผ่าวขึ้นมาเบาๆ พลังจาก 'น้ำพุวิญญาณ' ในมิติลับที่ติดตัวมาด้วย ไหลเวียนเข้าสู่เส้นชีพจรราวกับกระแสน้ำอุ่น ฟื้นฟูกำลังวังชาที่เหือดแห้งของนางให้กลับคืนมาในพริบตา

เมื่อมีเรี่ยวแรง เจียงหว่านหนิงไม่รอช้า นางดีดตัวลุกขึ้นพุ่งตรงเข้าไปหาเจียงจื่อเป่า ขาเรียวตวัดเตะเข้าที่ข้อพับเข่าของเด็กชายร่างอ้วนอย่างจัง!

"โอ๊ย!" เจียงจื่อเป่าร้องลั่น ร่างอ้วนท้วนเสียหลักล้มกลิ้งคลุกฝุ่น แผ่นแป้งในมือกระเด็นตกลงพื้น

เจียงหว่านหนิงรีบคว้าแผ่นแป้งนั้นขึ้นมา ปัดฝุ่นออกแล้วยัดใส่มือน้องสาว "หว่านชิง กินซะ! ใครกล้าแย่งของเจ้าอีก พี่ใหญ่จะตีมันให้ขาหัก!"

"นังเด็กสารเลว! กล้าทำร้ายหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของข้าเชียวรึ!" เสียงแผดจ้าดังแหวกอากาศมา

หม่าชุนฮวา ท่านย่าผู้ลำเอียงแห่งตระกูลเจียงปรี่เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง หญิงชราง้างมือขึ้นสุดแขน หมายจะตบหน้าเจียงหว่านหนิงให้คว่ำไปกับพื้น

*หมับ!*

เจียงหว่านหนิงยกมือขึ้นคว้าข้อมือเหี่ยวย่นของหม่าชุนฮวาไว้แน่นกลางอากาศ สายตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ไม่มีความหวาดกลัวดังเช่นเจียงหว่านหนิงคนเดิมอีกต่อไป

"ท่านย่า! ท่านตาบอดหรือไรถึงไม่เห็นว่าหลานรักของท่านมารังแกน้องสาวข้าก่อน!" เจียงหว่านหนิงสวนกลับเสียงแข็ง

"ปล่อยข้า! นังเด็กอกตัญญู! ของกินทุกอย่างเป็นของตระกูลเจียง จื่อเป่าเป็นหลานชายคนโต เป็นสายเลือดหลัก เขาจะกินอะไรก็ย่อมได้ พวกเจ้าบ้านรองมันก็แค่ปลิงดูดเลือด!" หม่าชุนฮวาด่าทอ พยายามสะบัดมือออกแต่กลับสู้แรงของหลานสาวไม่ได้

เจียงหว่านหนิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ปลิงดูดเลือด? ท่านย่าช่างกล้าพูด! ตลอดทางอพยพ ท่านลุงใหญ่กับครอบครัวเอาแต่นั่งสบายอยู่บนเกวียน ส่วนท่านพ่อท่านแม่ของข้าต้องเดินลากเกวียนจนเท้าพุพอง! ท่านดูสารรูปเจียงจื่อเป่าสิ อ้วนท้วนสมบูรณ์ ในขณะที่พวกข้าผอมจนลมพัดก็ปลิว ใครกันแน่ที่เป็นปลิง!"

คำพูดฉะฉานและมีเหตุผลของนางทำเอาชาวบ้านในขบวนอพยพที่นั่งพักอยู่รอบๆ หันมามองและซุบซิบนินทา หม่าชุนฮวาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นที่ถูกฉีกหน้ากลางจวน

"ท่านแม่... หว่านหนิง... พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย" เจียงต้าฝู บิดาของนางวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซื่อบื้อของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวมารดา

"เจ้าลูกเนรคุณ! หดหัวอยู่ทำไม สั่งสอนลูกสาวตัวดีของเจ้าเดี๋ยวนี้ นังนี่มันปีนเกลียวข้า!" หม่าชุนฮวาหันไปตวาดใส่บุตรชายคนรอง

เจียงต้าฝูตัวสั่นเทา ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา เสิ่นอวี้จู๋ มารดาที่ร่างกายอ่อนแอรีบถลันเข้ามากอดเจียงหว่านชิงและน้องชายคนรองไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม "ท่านแม่... หว่านหนิงเพิ่งฟื้นไข้ สติยังไม่ดีนัก โปรดละเว้นนางเถิดเจ้าค่ะ..."

เจียงหว่านหนิงเห็นความอ่อนแอและโง่งมของบิดามารดาแล้วยิ่งปวดใจ นางสะบัดมือหม่าชุนฮวาทิ้งอย่างแรงจนหญิงชราผงะถอยหลังไปหลายก้าว

"ฟังให้ดี!" เจียงหว่านหนิงประกาศกร้าว เสียงดังฟังชัด "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครอบครัวสายรองของข้าจะไม่ยอมเป็นวัวเป็นม้าให้พวกท่านเหยียบย่ำอีก! ข้าวทุกเม็ดที่พวกข้าหามา พวกข้าจะกินเอง หากใครกล้ายื่นมือมาแย่งชิงหรือรังแกคนของข้า ข้าเจียงหว่านหนิงจะสู้ยิบตา!"

สายตาเด็ดเดี่ยวและท่าทีแข็งกร้าวที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กสาว ทำเอาหม่าชุนฮวาและเจียงจื่อเป่าที่เพิ่งลุกขึ้นมาถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดลงทันตา

ทว่าความเงียบนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่กี่อึดใจ...

"นังเด็กแพศยา! กล้าขู่ท่านแม่เชียวรึ วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!"

เสียงตวาดเหี้ยมเกรียมดังมาจากด้านหลังเกวียน เจียงต้ากุ้ย ท่านลุงใหญ่จอมขี้เกียจที่แอบฟังอยู่นาน ทนเห็นมารดาเสียหน้าไม่ได้ เขากระชากท่อนไม้ตะบองขนาดใหญ่พุ่งทะยานเข้ามา ง้างตะบองสุดแขนฟาดลงมาที่กลางกระหม่อมของเจียงหว่านหนิงอย่างสุดแรงเกิด!