ตื่นขึ้นมากลางกองเลือด

กลิ่นคาวสนิมลอยคลุ้งเตะจมูกพร้อมกับความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากท้ายทอย

ลู่เหยากวงพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าพร่าเลือนก่อนจะค่อยๆ ชัดเจน สติสัมปชัญญะของสัตวแพทย์สาวยุคใหม่หลอมรวมเข้ากับความทรงจำแปลกหน้าในหัวอย่างรวดเร็ว นางพลันตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีว่าตนเองได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาววัยสิบห้าปีผู้มีนามเดียวกัน ท่ามกลางยุคกันดารที่ผู้คนกำลังอพยพหนีภัยแล้ง และร่างนี้เพิ่งสิ้นลมหายใจไปจากการถูกย่าแท้ๆ ทุบตีอย่างทารุณ เพียงเพราะแอบซ่อนหัวมันเผาชิ้นเล็กๆ ไว้ให้น้องชายที่กำลังหิวโซ

"ท่านแม่! ข้าขอร้องล่ะเจ้าค่ะ ท่านตีข้าแทนเถิด อย่าตีเหยากวงอีกเลย นางจะทนไม่ไหวแล้ว!"

เสียงแหบพร่าของเฉินอวี้หลานผู้เป็นมารดาดังขึ้นพร้อมกับร่างผอมบางที่ถลาเข้ามาคุกเข่ากอดร่างของลู่เหยากวงเอาไว้แน่น สองแก้มของสตรีวัยกลางคนอาบไปด้วยน้ำตา

"พี่ใหญ่! พี่ใหญ่อย่าตายนะ!" ลู่จื่อเซวียนวัยสิบขวบและลู่เสี่ยวหว่านวัยห้าขวบร้องไห้จ้า สองพี่น้องพยายามใช้มือเล็กๆ ที่สั่นเทาดึงแขนเสื้อของมารดาและพี่สาวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

"นังตัวดี! กล้าซ่อนของกินงั้นรึ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ตายๆ ไปซะได้ก็ดี จะได้ลดปากท้องในครอบครัวลงเสียบ้าง!" เสียงตวาดแหวสดังมาจากหญิงชราใบหน้าเหี่ยวย่น ซุนกุ้ยฮวายืนเท้าสะเอวหอบหายใจแรง มือเหี่ยวย่นราวกับกิ่งไม้แห้งกำท่อนไม้ชี้หน้าด่าทออย่างไม่แยแสต่อชีวิตของหลานสาวแท้ๆ

ลู่เหยากวงรู้สึกถึงเรี่ยวแรงที่เหือดหาย หากปล่อยไว้เช่นนี้นางคงต้องตายซ้ำสองเป็นแน่ ท่ามกลางวิกฤตนั้น จิตใต้สำนึกของนางพลันสัมผัสได้ถึงห้วงมิติอันคุ้นเคย มิติลับคลินิกรักษาสัตว์ที่นางเคยเป็นเจ้าของในยุคปัจจุบันตามติดวิญญาณมาด้วย! นางไม่รอช้า เพ่งสมาธิไปที่บ่อน้ำพุฟื้นฟูหลังคลินิกในมิติ ชักนำหยดน้ำวิเศษหนึ่งหยดให้ปรากฏขึ้นและไหลซึมลงบนปลายลิ้นของตนเองโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

ทันทีที่หยดน้ำพุวิเศษล่วงล้ำเข้าสู่ลำคอ ความเย็นวาบสายหนึ่งพลันแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดที่ศีรษะทุเลาลงอย่างรวดเร็ว เรี่ยวแรงที่เคยสูญสิ้นเริ่มกลับคืนมา ลู่เหยากวงสูดหายใจลึก แววตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวของเด็กสาวคนเดิมมลายหายไป สิ้นเหลือเพียงความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งแห่งเหมันต์ฤดู

นางค่อยๆ ดันร่างของเฉินอวี้หลานออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนมุมปาก มือเรียวคว้าก้อนหินแหลมคมขนาดเท่ากำปั้นที่ตกอยู่บนพื้นดินแห้งผากขึ้นมาไว้ในมือแน่น

"เจ้า... เจ้ายืนขึ้นทำไม นังเด็กเนรคุณ!" ซุนกุ้ยฮวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของหลานสาว แต่ยังคงเชิดหน้าข่มขู่ "หรือเจ้าอยากโดนตีอีกรอบ!"

ลู่เหยากวงไม่พูดพร่ำทำเพลง นางก้าวฉับๆ เข้าประชิดตัวซุนกุ้ยฮวาด้วยความรวดเร็วผิดจากคนป่วยไข้ ก้อนหินแหลมคมในมือถูกยกขึ้นจ่อห่างจากลำคอเหี่ยวย่นของหญิงชราเพียงไม่กี่ชุ่น

"เข้ามาสิ!" ลู่เหยากวงแค่นเสียงต่ำตวาดกร้าว แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนตรอก "ท่านย่า ท่านอยากตีข้าให้ตายไม่ใช่รึ? เข้ามาเลย! แต่ข้าขอบอกไว้ก่อน สุนัขจนตรอกย่อมแว้งกัด หากวันนี้ท่านฟาดข้าลงมา หินก้อนนี้ก็จะเจาะทะลุหลอดลมของท่านเช่นกัน ข้าตาย ท่านก็ตาย เราไปลงนรกพร้อมกันเลยดีหรือไม่!"

คำขู่ที่มาพร้อมกับไอสังหารเยือกเย็นทำเอาซุนกุ้ยฮวาหน้าซีดเผือด ท่อนไม้ในมือหญิงชราสั่นระริก นางเบิกตากว้างมองหลานสาวที่เคยหัวอ่อนยอมคน บัดนี้กลับกลายเป็นมารร้ายที่พร้อมจะแลกชีวิต หญิงชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความขลาดเขลาแล่นริ้วขึ้นจับขั้วหัวใจ

"นัง... นังปีศาจ! เจ้ามันบ้าไปแล้ว!" ซุนกุ้ยฮวาสบถเสียงหลง รีบโยนท่อนไม้ทิ้งแล้วก้าวถอยหลังกรูดไปหลายก้าว "ฝากไว้ก่อนเถอะ นังตัวซวย!" หญิงชราหมุนตัวเดินหนีกลับไปยังที่พักของบ้านหลักด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง

ลู่เหยากวงลดมือลง ทิ้งก้อนหินเปื้อนฝุ่นลงบนพื้น นางหันกลับมามองมารดาและน้องๆ ที่ยังคงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"ท่านแม่ จื่อเซวียน เสี่ยวหว่าน ลุกขึ้นเถิด ไม่มีใครทำร้ายพวกเราได้แล้ว" ลู่เหยากวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงพลางยื่นมือไปประคองมารดา

เหตุการณ์เบื้องล่างทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่มผู้หนึ่ง บนกิ่งไม้ใหญ่ของต้นไทรแห้งเหี่ยวที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล กู้เยี่ยนโจว นายพรานหนุ่มในชุดผ้าหยาบซอมซ่อ นั่งพิงลำต้นไม้อย่างเงียบเชียบ เขาลดหน้าไม้ในมือลงช้าๆ นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำราวกับสระน้ำไร้ก้นจ้องมองไปยังแผ่นดินบอบบางของลู่เหยากวงด้วยความประหลาดใจระคนนับถือ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญจากดรุณีน้อยที่มักจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมผู้นี้ ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจยิ่งนัก

ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะผ่อนคลายลงนั้นเอง เสียงตะโกนแหบพร่าดังก้องมาจากแนวป่าทึบด้านหลังขบวนอพยพ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนนับสิบที่วิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา

"หนี! ทุกคนหนีเร็วเข้า! พวกโจรภูเขา... โจรภูเขาบุกปล้นเสบียงท้ายขบวนแล้ว!"