น้ำพุวิเศษ กับข่าวลือสกปรก
ถ้อยคำอาบยาพิษของซุนกุ้ยฮวาลอยลมมาปะทะโสตประสาทอย่างจงใจ ฝีเท้าของลู่ซือเยว่ชะงักงันไปเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น แววตาหงส์ที่เคยเรียบเฉยพลันหรี่ลงจนกลายเป็นเส้นบางเฉียบ ฉายประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี
แต่นางหาได้หันกลับไปต่อปากต่อคำไม่
การโต้เถียงกับสตรีปากตลาด ณ ที่แห่งนี้ มีแต่จะลดทอนเกียรติของนางให้ตกต่ำลงไปเสมอกัน ลู่ซือเยว่เพียงกระชับมือน้อยๆ ของเฉียวตงตงให้แน่นขึ้น ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ทรวงอกตั้งตรง แผ่นหลังเหยียดงามสง่าราวพญาหงส์ที่ไม่คิดจะชายตามองสุนัขข้างทางที่เห่าหอน
นางทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังอันเยียบเย็นและสายตาดูแคลนของเหล่าหญิงชาวบ้านที่มองตาม ซุนกุ้ยฮวาเห็นนางไม่ตอบโต้ก็ยิ่งได้ใจ แสยะยิ้มหยันก่อนจะหันไปสานต่อเรื่องราวใส่สีตีไข่กับเหล่าสหายปากหอยปากปูของนางต่อไป
เมื่อกลับถึงห้องพักที่ทั้งเล็กและเก่าซอมซ่อ ลู่ซือเยว่จึงปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมา นางวางสมุดแต้มค่าแรงเล่มใหม่ลงบนโต๊ะไม้เตี้ยๆ อย่างแผ่วเบา ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนขอบเตียงแข็งกระด้าง
ทันใดนั้น เสียงใสราวระฆังแก้วก็ดังขึ้นในห้วงสำนึกของนาง
[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความสะใจพุ่งทะยานถึงขีดสุด! ท่านได้ทำการสั่งสอนตระกูลเฉียวอย่างงดงาม เปิดโปงความหน้าไหว้หลังหลอกของเฉียวต้าเฉียง และแยกบัญชีแต้มค่าแรงสำเร็จ! ระบบทำการอัปเกรดครั้งใหญ่!]
[ปลดล็อกคุณสมบัติใหม่: บ่อน้ำพุวิเศษ!]
[รายละเอียด: บ่อน้ำพุภายในมิติได้ถูกปลดล็อก น้ำจากบ่อมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูพลังกาย ชะล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป]
ดวงตาของลู่ซือเยว่ทอประกายวูบหนึ่ง!
นางหันไปมองเฉียวตงตงที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กน้อยยังคงผอมแห้ง ใบหน้าซีดเซียวอมเหลือง แต่แววตากลับเปี่ยมด้วยความกังวลขณะมองมาที่นาง "ท่านแม่... ท่านป้าใหญ่พูดจาไม่ดี..."
ลู่ซือเยว่ยกยิ้มบางเบา เอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กๆ นั้นอย่างอ่อนโยน "ตงตง ปากของคนอื่นเราห้ามไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่เก็บมันมาใส่ใจได้" นางกล่าวเสียงเรียบ "รอก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะนำของดีมาให้เจ้า"
ว่าแล้วนางก็ใช้ความคิดนำพาร่างของตนเข้าสู่มิติลับในพริบตา
ทิวทัศน์ภายในมิติยังคงงดงามราวแดนเซียน กระท่อมน้อยตั้งอยู่อย่างสงบ แปลงผักเขียวชอุ่มส่งกลิ่นหอมสดชื่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือบริเวณข้างแปลงผักนั้น บัดนี้ปรากฏบ่อน้ำพุขนาดเล็กก่อด้วยหินสีขาวนวลขึ้นมา น้ำในบ่อใสสะอาดจนมองเห็นก้นบ่อ มีไอหมอกจางๆ ลอยอวลอยู่เหนือผิวน้ำ ดูน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
นี่สินะ บ่อน้ำพุวิเศษ!
นางไม่รอช้า ตรงเข้าไปใช้สองมือรองน้ำในบ่อขึ้นมาดื่ม อึกแรกที่น้ำไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกเย็นสดชื่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าจากการต่อกรกับผู้คนมาทั้งวันพลันมลายหายไปสิ้น ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างน่าประหลาด
"วิเศษจริงๆ!" ลู่ซือเยว่อุทานในใจ นางตักน้ำใส่ถ้วยไม้ที่พกเข้ามาด้วยจนเต็ม ก่อนจะนำกลับออกมาจากมิติ
"มา ตงตง ดื่มนี่เสีย" นางยื่นถ้วยไม้ส่งให้เด็กน้อย "มันคือน้ำหวานที่ท่านแม่เก็บไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ"
เฉียวตงตงรับถ้วยมาด้วยสองมือเล็กๆ อย่างว่าง่าย เด็กน้อยเชื่อฟังคำของลู่ซือเยว่อย่างที่สุด เขาจ้องมองของเหลวใสสะอาดในถ้วย ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
วินาทีที่น้ำพุวิเศษเข้าสู่ร่างกาย ริมฝีปากที่แห้งแตกของเด็กน้อยพลันดูชุ่มชื้นขึ้น แก้มที่ซีดเซียวก็เริ่มมีสีเลือดฝาดจางๆ ปรากฏให้เห็น เฉียวตงตงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "ท่านแม่... น้ำนี่หวานมากเลยขอรับ! ข้ารู้สึก... รู้สึกอุ่นไปทั้งตัว"
ลู่ซือเยว่ยิ้มอย่างพึงพอใจ "ดีแล้ว นอนพักเสีย ตื่นมาเจ้าจะรู้สึกดีขึ้น"
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ลู่ซือเยว่แอบนำน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษให้ตงตงดื่มทุกวัน ควบคู่ไปกับไข่ต้มและอาหารบำรุงร่างกายที่นางนำออกมาจากมิติ ร่างกายที่เคยผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ของเด็กน้อยก็ค่อยๆ มีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับกลายเป็นสดใสอมชมพู จากเด็กที่เคยเดินไม่กี่ก้าวก็หอบเหนื่อย บัดนี้สามารถวิ่งเล่นรอบๆ บ้านได้อย่างคล่องแคล่ว
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาของคนในหมู่บ้านได้ และมันก็ได้กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้ซุนกุ้ยฮวานำไปสาดโคลนใส่ลู่ซือเยว่
"พวกเจ้าเห็นหรือไม่! เด็กผอมแห้งใกล้ตายนั่นน่ะสิ กลับมาอ้วนท้วนแข็งแรงได้ในเวลาไม่กี่วัน! ถ้าไม่ใช่เพราะมี 'คน' เอาของดีๆ มาป้อนให้ถึงปาก แล้วจะมาจากที่ใดได้อีกเล่า!"
"แม่ม่ายบางคนช่างไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว สามีตายจากไปไม่นาน ก็รีบหาผัวใหม่มานอนกกแล้ว!"
ข่าวลือสกปรกแพร่สะพัดไปในหมู่บ้านซานเจียวราวกับไฟลามทุ่ง จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ ทุกครั้งที่ลู่ซือเยว่เดินผ่านกลุ่มชาวบ้าน นางมักจะได้รับสายตาดูแคลนและเสียงกระซิบกระซาบนินทาที่ดังพอจะให้นางได้ยินเสมอ
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ลู่ซือเยว่กำลังตากผ้าอยู่ที่ลานหน้าห้องของตน ประตูรั้วเตี้ยๆ ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างของหลินเสี่ยวเสีย เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ถัดไปสองหลังชะโงกหน้าเข้ามามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงรีบวิ่งมาหานาง
"ซือเยว่! ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า!" หลินเสี่ยวเสียลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ลู่ซือเยว่หยุดมือ หันมามองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา "มีอันใดรึ พี่สะใภ้หลิน"
"เจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ!" หลินเสี่ยวเสียกล่าวอย่างร้อนรน "ตอนนี้ซุนกุ้ยฮวาเอาเรื่องของเจ้ากับตงตงไปพูดจนเสียๆ หายๆ ทั่วหมู่บ้านแล้ว นางบอกว่าที่ตงตงจู่ๆ ก็แข็งแรงขึ้น เป็นเพราะเจ้าแอบคบชู้สู่ชาย มีคนเอาของดีๆ มาให้กิน! พวกชาวบ้านบางคนก็ช่างหูเบา เชื่อคำพูดของนางไปแล้วด้วย!"
ลู่ซือเยว่รับฟังอย่างสงบ แววตาของนางมิได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึงปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง
"ขอบคุณพี่สะใภ้หลินที่มาเตือนข้า" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "น้ำใจของท่าน ข้าลู่ซือเยว่จะจดจำไว้"
หลินเสี่ยวเสียถอนหายใจ "ข้าก็ช่วยได้เท่านี้แหละ เจ้า... เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป? ข่าวลือพวกนี้ทำลายชื่อเสียงของสตรีได้ง่ายๆ เลยนะ"
ลู่ซือเยว่ปรายตามองไปยังทิศทางของบ้านตระกูลเฉียว มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
นางคิดจะปล่อยให้พวกปากหอยปากปูเหล่านี้เห่าหอนไปสักพัก คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้ การทำสงครามจิตวิทยาเช่นนี้หรือ? ช่างไร้เดียงสานัก!
นางหันกลับมาบิดผ้าในมือจนแห้ง หยาดน้ำหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
"ไม่ต้องห่วงหรอกพี่สะใภ้หลิน" เสียงของนางแฝงไปด้วยไอสังหารจางๆ "ในเมื่อพวกเขาอยากจะสาดน้ำสกปรกใส่ข้านัก ข้าก็จะทำให้พวกเขาได้รู้ซึ้ง... ว่าการถูกโคลนตมทับถมจนโงหัวไม่ขึ้นนั้นเป็นอย่างไร!"
ดูเหมือนว่าลานซักผ้าในวันพรุ่งนี้... คงจะคึกคักเป็นพิเศษ