แยกแต้มค่าแรง ไม่ขอเป็นปลิงให้ใครดูดเลือด
"ซุนกุ้ยฮวา..." ลู่ซือเยว่ปรายตามองพี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูด้วยใบหน้าที่แสร้งทำเป็นตื่นตระหนก "แผนยืมดาบฆ่าคนของเจ้าใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก หากอยากดูงิ้วนักก็ไปดูที่อื่น!"
นางไม่รอฟังคำแก้ตัวหรือคำเสแสร้งใดๆ เดินสวนซุนกุ้ยฮวากลับเข้าห้องพักของตนไปทันที มือเรียวปิดประตูดังปัง ทิ้งให้คนที่เหลือยืนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เบื้องหลัง
[ติ๊ง! ระบบฟาร์มมิติมหาโหดแจ้งเตือน: ตอกหน้าพี่สะใภ้จอมเสแสร้งจนพูดไม่ออก ได้รับค่าความสะใจ +50 แต้ม! ดรอปรางวัล: ไข่ไก่สด 10 ฟอง เก็บเข้าโกดังมิติโดยอัตโนมัติ!]
ลู่ซือเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนในหัว คืนนี้นางกับตงตงจะได้กินไข่ตุ๋นร้อนๆ บำรุงร่างกายเสียที
รุ่งอรุณเบิกฟ้า แสงตะวันเพิ่งสาดส่องทาบทาลงบนผืนดินแห้งแล้ง ลู่ซือเยว่ก็จูงมือเล็กๆ ของเฉียวตงตงเดินมุ่งหน้าไปยังคณะกรรมการหมู่บ้านสามเขา นางไม่มีทางปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ และจะไม่ยอมทำงานงกๆ เป็นวัวเป็นม้าเพื่อให้ครอบครัวปลิงดูดเลือดเหล่านั้นเสวยสุขอีกต่อไป
ณ ที่ทำการหมู่บ้าน จ้าวฉางหลิน หัวหน้าหมู่บ้านวัยกลางคนกำลังนั่งสูบยาสูบอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้เก่าคร่ำคร่า เมื่อเห็นลู่ซือเยว่เดินเข้ามาพร้อมเด็กชายที่ผอมโซราวกับหัวไชเท้าแห้ง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"สะใภ้รองตระกูลเฉียว มีเรื่องอันใดแต่เช้าเชียว?"
"หัวหน้าหมู่บ้านจ้าว ข้ามาขอแยกบัญชีแต้มค่าแรงออกจากตระกูลเฉียวเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและชัดเจน
จ้าวฉางหลินชะงักมือที่กำลังเคาะกล้องยาสูบ "แยกบัญชี? เจ้าหมายความว่าจะแยกบ้านหรือ?"
"ยังไม่ถึงขั้นแยกทะเบียนบ้านเจ้าค่ะ แต่ข้าต้องการให้แต้มค่าแรงของข้าเป็นชื่อของข้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่ต้องนำไปรวมกับกองกลางของบ้านใหญ่" ลู่ซือเยว่ตอบอย่างฉะฉาน
"สะใภ้รอง! เจ้าอย่าได้ทำเรื่องขายหน้าไปมากกว่านี้เลย!"
เสียงตวาดดังลั่นมาจากหน้าประตู เฉียวต้าเฉียงวิ่งกระหืดกระหอบตามมา ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย เขาชี้หน้าลู่ซือเยว่ด้วยมือที่สั่นเทา "กลับบ้านเดี๋ยวนี้! เรื่องในครอบครัวก็ต้องไปแก้ในครอบครัว จะมารบกวนหัวหน้าหมู่บ้านทำไม!"
ลู่ซือเยว่หันไปเผชิญหน้ากับพ่อสามีด้วยสายตาเย็นชา "ครอบครัวหรือ? การที่ข้ากับลูกต้องอดตายในบ้านตระกูลเฉียวต่างหากที่เป็นเรื่องน่าอาย! หัวหน้าหมู่บ้านจ้าว ท่านลองดูตงตงเถิด นี่คือลูกชายคนเดียวของเฉียวเจิ้งถิง ทหารที่พลีชีพเพื่อชาติ แต่เขากลับผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก!"
จ้าวฉางหลินมองดูเด็กน้อยที่หลบอยู่หลังขาของมารดาเลี้ยงด้วยความเวทนา สภาพของตงตงน่าสงสารเกินกว่าจะมองข้ามได้จริงๆ
"ผู้เฒ่าเฉียว ทำไมหลานชายถึงได้ผอมปานนี้?" จ้าวฉางหลินเอ่ยถามเสียงเข้ม
เฉียวต้าเฉียงอึกอัก "มัน... มันเป็นเพราะที่บ้านเราขาดแคลนอาหาร เด็กๆ ก็กินจุ..."
"โกหก!" ลู่ซือเยว่ตอกกลับทันควัน "ตระกูลเฉียวยึดเงินช่วยเหลือรายเดือนของสหายเฉียวเจิ้งถิงไปจนหมดสิ้น ข้าทำงานหนักในนาได้แต้มค่าแรงสิบแต้มเต็มทุกวัน แต่เสบียงที่แลกมาได้กลับถูกสะใภ้ใหญ่แย่งไปให้ลูกของตัวเองกินจนหมด ส่วนตงตงกลับได้กินแต่น้ำล้างหม้อใสๆ! หากข้าไม่แยกแต้มค่าแรงออกมา พวกเราแม่ลูกคงต้องตายเป็นผีเฝ้าบ้านดินซอมซ่อหลังนั้นแน่!"
ชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์ที่หน้าประตูต่างส่งเสียงซุบซิบนินทา
"โธ่เอ๊ย... หน้าไหว้หลังหลอกจริงๆ บ้านเฉียวรับเงินช่วยเหลือทหารพลีชีพทุกเดือน แต่กลับให้หลานแท้ๆ อดข้าว!"
"สะใภ้รองทำงานหนักที่สุดในบ้าน แต่กลับไม่ได้กินอะไรเลย ช่างโหดร้ายนัก!"
เฉียวต้าเฉียงหน้าม้าน รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางลานกว้าง "ลู่ซือเยว่! เจ้าอย่ามาใส่ร้ายครอบครัวนะ! พ่อแม่เลี้ยงดูเจ้ามา เจ้าควรมีความกตัญญู!"
"กตัญญูจนยอมให้แม่สามีเอาตัวข้าไปขายให้พ่อหม้ายหวังเพื่อแลกกับเงินสินสอดห้าสิบหยวนน่ะหรือ?" ลู่ซือเยว่สวนกลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "เรื่องสกปรกพรรค์นี้ ท่านจะให้ข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยหรือไม่?"
คำว่า 'ขาย' และ 'ตำรวจ' ทำเอาเฉียวต้าเฉียงขาสั่นพั่บ เขารีบหดคอถอยหลัง ไม่กล้าเอ่ยปากเถียงอีกแม้แต่ครึ่งคำ หากเรื่องค้ามนุษย์ถึงหูทางการ มีหวังได้เข้าไปนอนในคุกทั้งผัวทั้งเมียแน่!
[ติ๊ง! ระบบฟาร์มมิติมหาโหดแจ้งเตือน: แฉความชั่วของพ่อผัวต่อหน้าสาธารณชนจนกระอักเลือด ค่าความสะใจพุ่งทะลุหลอด! ได้รับรางวัล: ข้าวสารหอมมะลิ 10 จิน และ แป้งสาลีชั้นดี 5 จิน เก็บเข้าโกดังมิติเรียบร้อย!]
จ้าวฉางหลินเคาะโต๊ะเสียงดังเพื่อยุติความวุ่นวาย "พอได้แล้ว! ในเมื่อสะใภ้รองมีเหตุผลอันสมควร และข้าเองก็เห็นสภาพของตงตงกับตา ข้าจะจัดการแยกบัญชีแต้มค่าแรงให้เดี๋ยวนี้"
หัวหน้าหมู่บ้านหยิบสมุดบันทึกเล่มใหม่ออกมาจรดปลายพู่กันเขียนชื่อของลู่ซือเยว่ลงไป "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต้มค่าแรงทั้งหมดที่ลู่ซือเยว่ทำได้ จะเป็นสิทธิ์ของนางแต่เพียงผู้เดียว ตระกูลเฉียวไม่มีสิทธิ์มาเบิกเสบียงในส่วนนี้ไปอีก!"
เฉียวต้าเฉียงแทบล้มทั้งยืน เขามองดูสมุดบันทึกเล่มนั้นราวกับมองเห็นสายเลือดที่ถูกสูบออกไปจากร่างกาย แต้มค่าแรงสิบแต้มต่อวันของลู่ซือเยว่คือรายได้หลักของบ้าน! ขาดนางไป ตระกูลเฉียวจะเอาอะไรยัดปากคนทั้งครอบครัวเล่า!
ลู่ซือเยว่รับสมุดแต้มค่าแรงเล่มใหม่มาเก็บไว้ในอกเสื้อด้วยความพึงพอใจ นางค้อมศีรษะให้จ้าวฉางหลิน "ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านที่ให้ความยุติธรรมเจ้าค่ะ"
นางจับมือตงตงเดินแหวกวงล้อมของชาวบ้านออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งเฉียวต้าเฉียงที่ยืนหน้าซีดเผือดราวกับไก่ป่วยไว้เบื้องหลัง
สองแม่ลูกเดินกลับมาตามทางเดินดินของหมู่บ้าน ลู่ซือเยว่วางแผนในใจว่าจะใช้เสบียงจากมิติมาทำอาหารบำรุงตงตงให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ทว่าเมื่อใกล้จะถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเฉียว นางกลับเห็นซุนกุ้ยฮวากำลังยืนกระซิบกระซาบอยู่กับกลุ่มหญิงชาวบ้านปากหอยปากปูที่ลานกว้าง
ทันทีที่เห็นลู่ซือเยว่ ซุนกุ้ยฮวาก็ปรายตามองมาด้วยแววตามาดร้ายและรอยยิ้มหยัน ก่อนจะจงใจพูดเสียงดังให้เข้าหู
"พวกเจ้ารู้หรือไม่... ช่วงนี้มีคนเห็นเงาผู้ชายไปด้อมๆ มองๆ แถวห้องของแม่ม่ายบางคนด้วยนะ มิน่าเล่าถึงได้กล้าปีกกล้าขากับพ่อแม่ผัว ที่แท้ก็มี 'ชู้' คอยหนุนหลังอยู่นี่เอง!"
ฝีเท้าของลู่ซือเยว่ชะงักกึก ดวงตาหงส์หรี่ลงอย่างอันตรายวูบหนึ่ง... ดูเหมือนว่าการแยกแต้มค่าแรงจะยังไม่พอให้พวกเห็บไรเหล่านี้หลาบจำสินะ!