อันธพาลประจำหมู่บ้าน

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังแว่วมาจากเบื้องหลัง บ่งบอกชัดเจนว่าเงามืดนั้นไม่ได้เพียงแค่แอบมอง แต่มันกำลังเริ่มก้าวเท้าสะกดรอยตามนางเข้ามาในเขตป่าที่ไร้ผู้คน

หลินหว่านอิงยังคงรักษากิริยาสงบนิ่ง ทว่าห้วงความคิดกลับแล่นปราดดุจสายฟ้าฟาด คำเตือนของกลุ่มสตรีชาวบ้านที่ซุบซิบนินทากันเมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำอย่างรวดเร็ว

"พวกสหายยุวชนหญิงที่เพิ่งมาใหม่ต้องระวังตัวให้ดีนะ ในหมู่บ้านเรามี 'เฉินเอ้อโก่ว' อันธพาลเกียจคร้านที่ไม่ยอมลงนาทำงาน วันๆ เอาแต่จ้องจะเอาเปรียบสตรีและขโมยของไก่กา หากเห็นมันเดินสวนมาก็ให้รีบก้มหน้าหลบไปเสีย"

มุมปากของหลินหว่านอิงยกขึ้นเล็กน้อย นางไม่เพียงไม่หวาดกลัว ทว่ากลับมองเห็นหมากตัวสำคัญที่กำลังเดินเข้ามาหาถึงที่ หมาก... ที่จะช่วยให้นางหยั่งรากลึกในหมู่บ้านซีซานแห่งนี้ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

นางแสร้งทำเป็นเดินสะดุดรากไม้ ร่างระหงเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยคล้ายคนหมดแรง

โอกาสนี้เอง เงามืดที่ซุ่มซ่อนอยู่ก็ทนรอไม่ไหว ร่างผอมเกร็งของบุรุษผู้หนึ่งกระโจนพรวดออกจากพุ่มไม้มาขวางหน้าพอดิบพอดี

"อุ๊ยตาย! สหายยุวชนหลิน ระวังหน่อยสิจ๊ะ เดินคนเดียวในป่าลึกแบบนี้ เดี๋ยวก็หกล้มหน้าเสียโฉมกันพอดี!" น้ำเสียงหยาบกระด้างและยียวนดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นสาบสางของเหงื่อไคลที่โชยมาปะทะจมูก

หลินหว่านอิงชะงักฝีเท้า เบิกตากว้าง แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกสุดขีด นางก้าวถอยหลังไปสองก้าว ยกมือขึ้นทาบอก "คุณ... คุณเป็นใคร มาขวางทางฉันทำไม ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ!"

บุรุษตรงหน้าหัวเราะในลำคอ เผยให้เห็นฟันสีเหลืองหม่น ท่าทางซอมซ่อ รูปร่างผอมแห้งราวกับไม้เสียบผี ทว่าแววตาหื่นกระหายของมันตรงกับลักษณะที่ชาวบ้านบรรยายไว้ไม่ผิดเพี้ยน นี่คือเฉินเอ้อโก่ว หมาบ้าประจำหมู่บ้านซีซานอย่างแน่นอน

หลินหว่านอิงกวาดสายตาประเมินอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ชายผู้นี้แม้จะเป็นบุรุษ แต่พละกำลังย่อมไม่ได้มากมายนักด้วยความเกียจคร้านและขาดสารอาหาร การจัดการกับสวะเช่นนี้ง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

"แหมๆ อย่าเพิ่งตกใจไปสิจ๊ะน้องสาว พี่ชายชื่อเฉินเอ้อโก่ว เป็นคนในหมู่บ้านนี้นี่แหละ" มันกล่าวพลางถูมือไปมา สายตากวาดมองเรือนร่างของหญิงสาวอย่างจาบจ้วง "เห็นเจ้ายกของเหนื่อยๆ พี่ชายเลยอยากจะมาช่วย... หรือถ้าเจ้าเหงา พี่ชายก็พร้อมจะไปนั่งเป็นเพื่อนพูดคุยคลายเหงาที่บ้านพักนะจ๊ะ"

"ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ หลีกทางเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย!" หลินหว่านอิงแกล้งทำเสียงสั่นเครือ ใบหน้างดงามฉายแววหวาดผวา น้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างสมบทบาท

ทว่าในใจนางกลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง มือขวาที่ล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อแอบเชื่อมต่อจิตสำนึกเข้ากับ 'มิติซูเปอร์มาร์เก็ต' โดยพลัน ทัศนียภาพของห้างสรรพสินค้าสามชั้นปรากฏขึ้นในหัว นางมองข้ามโซนอาหารสดและข้าวของเครื่องใช้ เลื่อนระดับการรับรู้ขึ้นไปยังโซนอุปกรณ์ป้องกันตัวบนชั้นสอง เพียงชั่วพริบตา กระบองไฟฟ้าสีดำสนิทขนาดกะทัดรัดก็ถูกดึงทะลุมิติมาอยู่ในกำมือของนางอย่างเงียบเชียบ หลินหว่านอิงกำมันไว้แน่น ซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดภายใต้แขนเสื้อตัวโคร่ง

"ร้องสิ ร้องดังๆ เลยจ้ะ!" เฉินเอ้อโก่วหัวเราะร่วน ขยับเท้าก้าวสามขุมเข้าหา "แถวนี้ไม่มีใครเดินผ่านหรอก ชาวบ้านเขาไปรวมตัวกันที่ลานตากข้าวกันหมดแล้ว ยิ่งเจ้าร้อง พี่ชายก็ยิ่งชอบใจ!"

มันพุ่งตัวเข้ามาหมายจะฉุดกระชากข้อมือของหญิงสาว หลินหว่านอิงเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไวแต่ทำเป็นเสียหลัก ร่างของนางถอยร่นลึกเข้าไปในแนวป่าที่ทึบและมืดครึ้มยิ่งขึ้น

"อย่าเข้ามานะ! ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ ฉันเพิ่งมาถึงหมู่บ้านนี้ ยังไม่รู้ธรรมเนียมอะไรเลย!" นางกรีดร้องเสียงหลง พลางก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ ทิศทางที่นางเลือกเดินนั้น ล้วนเป็นจุดที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่น บดบังสายตาจากภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ

เฉินเอ้อโก่วหลงกลอย่างง่ายดาย มันยิ้มกริ่มราวกับหมาป่าที่กำลังต้อนลูกแกะเข้ามุมอับ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองต่างหากที่กำลังเดินก้าวเข้าสู่กับดักมรณะ

"หนีไปก็เปล่าประโยชน์จ้ะน้องสาว มาให้พี่ชายชื่นใจเสียดีๆ แล้วพี่ชายจะรับรองความปลอดภัยของเจ้าในหมู่บ้านนี้เอง ใครกล้ารังแกเจ้า พี่ชายจะจัดการมันให้หมด!" อันธพาลหนุ่มพ่นคำหวานจอมปลอม พลางพุ่งตัวเข้าตะครุบอีกครั้ง

เมื่อแผ่นหลังของหลินหว่านอิงสัมผัสกับเปลือกไม้ใหญ่ที่ด้านหลัง นางก็หยุดฝีเท้าลงในที่สุด

แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาไม่อาจสาดส่องถึงบริเวณนี้ รอบด้านเงียบสงัดไร้สรรพเสียงใดๆ มีเพียงเสียงหอบหายใจของเฉินเอ้อโก่วที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้จนเหลือระยะเพียงไม่กี่คืบ

"หมดทางหนีแล้วสินะ หึๆ คราวนี้ล่ะ..."

เฉินเอ้อโก่วแสยะยิ้มกว้าง สองมือเอื้อมออกไปหมายจะสวมกอดร่างบางที่กำลังสั่นสะท้าน ทว่า...

จู่ๆ อาการหวาดกลัวตัวสั่นของหญิงสาวตรงหน้ากลับอันตรธานหายไปเป็นปลิดทิ้ง!

หยาดน้ำตาที่เคยคลอหน่วยเหือดแห้งไปในชั่วพริบตา หลินหว่านอิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาดอกท้อที่เคยดูตื่นตระหนกบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นเยียบประดุจสายน้ำแข็ง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากทำให้อุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงอย่างกะทันหัน

เฉินเอ้อโก่วชะงักงัน สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันร้องเตือนถึงอันตรายอย่างรุนแรง มันรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง แต่ก่อนที่มันจะทันได้ก้าวถอยหลังหนี

มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของหลินหว่านอิงก็ตวัดขวับออกมา พร้อมกับประกายไฟสีน้ำเงินที่แลบแปลบปลาบและเสียงแตกพร่าที่ฟังดูน่าขนลุก!

"เจ้ารู้หรือไม่... ว่าการรังแกฉัน ต้องจ่ายด้วยราคาเท่าใด?" น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งของหลินหว่านอิงดังก้องขึ้น ท่ามกลางประกายไฟที่สว่างวาบสะท้อนนัยน์ตาเบิกโพลงของอันธพาลหนุ่ม!