ตอกกลับคนขี้อิจฉา

พริบตาที่กองหญ้าวัชพืชขนาดยักษ์กำลังจะร่วงหล่นลงมากลบทับผลงานอันสะอาดสะอ้าน ร่างระหงของหลินหว่านอิงพลันเบี่ยงหลบวูบราวกับมีตาด้ายหลัง

ฟุ่บ!

กองวัชพืชเปื้อนโคลนร่วงกระแทกพื้นดินตรงเส้นแบ่งเขตแดนพอดี ดินโคลนสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนรองเท้าของสวี่ลี่ลี่ ทว่าไม่อาจแตะต้องชายเสื้อของหลินหว่านอิงได้แม้แต่น้อย

"สหายสวี่ลี่ลี่! เหตุใดท่านจึงหอบวัชพืชจากร่องแปลงของตน มาโยนทิ้งใส่แปลงของข้าเล่า!" หลินหว่านอิงไม่รอช้า นางแผดเสียงร้องถามด้วยความดังระดับที่จงใจให้ได้ยินไปทั่วทั้งทุ่งนา

ยุวชนและชาวบ้านที่กำลังเตรียมตัวพักเที่ยงต่างชะงักมือและหันขวับมามองเป็นตาเดียว หวังต้าไห่และผู้บันทึกแต้มที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวรีบสาวเท้าเข้ามาทันที

สวี่ลี่ลี่หน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลว ซ้ำยังตกเป็นเป้าสายตา นางรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นตระหนก แสร้งบีบน้ำตา "ขะ... ข้าไม่ได้ทำนะ! ข้าแค่สะดุดล้ม หญ้าพวกนี้หลินหว่านอิงถอนไม่หมดเองต่างหาก นางใส่ร้ายข้า!"

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" หวังต้าไห่ตะควงเสียงเข้ม เดินแหวกวงล้อมเข้ามา ใบหน้ากร้านแดดเต็มไปด้วยความถมึงทึง

"ผู้ใหญ่บ้านหวัง โปรดให้ความเป็นธรรมด้วยเถิด" หลินหว่านอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความหนักแน่น "แปลงของข้าถอนหญ้าเสร็จสิ้นแล้ว ทว่าสหายสวี่ลี่ลี่กลับหอบหญ้าจากแปลงของนางมาโยนใส่ข้า เมื่อครู่หากข้าหลบไม่ทัน คงถูกดินโคลนสาดใส่ทั้งตัว"

"นังคนตอแหล! แกมันเกียจคร้านต่างหาก ผู้ใหญ่บ้านคะ นางใส่ร้ายฉัน!" สวี่ลี่ลี่ชี้หน้าด่าทอเตรียมจะพุ่งเข้ามาทุบตี

ในเสี้ยววินาทีนั้น หลินหว่านอิงหรี่ตาลง นางลอบสื่อสารกับ 'มิติซูเปอร์มาร์เก็ต' ในหัวทันที จิตใต้สำนึกพุ่งตรงไปยังโซนเครื่องปรุงรส ดึงเอา 'ผงพริกไทยขาวสกัดเข้มข้น' ปริมาณเล็กน้อยออกมาไว้ในอุ้งมือที่สวมถุงมือพรางตาอยู่อย่างแนบเนียน

เมื่อสวี่ลี่ลี่พุ่งตัวเข้ามาใกล้ หลินหว่านอิงแสร้งทำเป็นตกใจก้าวถอยหลัง อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต สะบัดมือเบาๆ ส่งละอองพริกไทยขาวไร้สีพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ

"ฮะ... ฮัดชิ้ว! ค่อก! แค่กๆๆ!"

สวี่ลี่ลี่ที่กำลังอ้าปากด่าทอพลันสำลักน้ำหูน้ำตาไหล นางจามออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำราวกับตับหมู มือทั้งสองข้างขยี้จมูกและตาจนเครื่องหน้าบิดเบี้ยว ดูน่าสมเพชและหมดสภาพความเป็นยุวชนหญิงผู้เย่อหยิ่งไปในพริบตา ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดได้อีก

หลินหว่านอิงเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะชี้ให้ผู้ใหญ่บ้านดูหลักฐาน "ผู้ใหญ่บ้านลองพิจารณาดูเถิด ดินที่รากหญ้ากองนี้ยังเปียกชุ่ม ซึ่งตรงกับสภาพดินในร่องแปลงของสหายสวี่ลี่ลี่ที่เพิ่งรดน้ำไปเมื่อเช้า ส่วนแปลงของข้าดินแห้งสนิทกว่ามาก หลักฐานคาตาเช่นนี้ นางยังกล้าโป้ปดอีกหรือ"

หวังต้าไห่ก้มลงมองพิจารณาตามที่เด็กสาวบอก ก่อนจะตวัดสายตาอันแข็งกร้าวไปทางสวี่ลี่ลี่ที่ยังคงจามไม่หยุด "เหลวไหลสิ้นดี! สวี่ลี่ลี่ งานของตนเองขี้เกียจทำ ซ้ำยังคิดทำลายผลงานผู้อื่น พฤติกรรมต่ำทรามเช่นนี้ไม่อาจปล่อยผ่านได้!"

"ฮัดชิ้ว! ผู้ใหญ่... แค่กๆ... ฉันเปล่า..."

"หุบปาก! วันนี้ข้าจะหักแต้มกงเฝินของเจ้าสองแต้ม! หากยังกล้าก่อเรื่องอีก ข้าจะรายงานไปทางศูนย์อำเภอให้ส่งตัวเจ้าไปดัดนิสัยที่ฟาร์มปศุสัตว์!" หวังต้าไห่ประกาศเสียงกร้าว ทำเอายุวชนคนอื่นๆ ถึงกับสูดหายใจลึกด้วยความหวาดหวั่น หักสองแต้มกงเฝินหมายความว่าส่วนแบ่งอาหารของนางจะหายไปเกือบครึ่ง!

สวี่ลี่ลี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงปนเคียดแค้น นางหยุดจามชั่วขณะ หันมาถลึงตาใส่หลินหว่านอิงด้วยแววตาอาฆาตมาดร้ายราวกับงูพิษ ความอับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คนทั้งหมู่บ้านทำให้นางผูกใจเจ็บจนสลักลึกถึงกระดูก 'หลินหว่านอิง... นังสารเลว ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!'

หลินหว่านอิงเพียงแค่ปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่แม้แต่จะชายตามองคนแพ้ที่กำลังดิ้นรน

เมื่อสิ้นสุดการประเมินแต้มกงเฝินช่วงเช้า ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน หลินหว่านอิงเดินรั้งท้ายกลุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย ทว่าขณะที่นางกำลังเดินผ่านแนวป่าทึบซึ่งเป็นทางลัดกลับไปยังบ้านพักยุวชน สัญชาตญาณบางอย่างพลันร้องเตือน

ความรู้สึกเย็นเยียบวาบขึ้นมาตามแนวสันหลัง...

มีคนกำลังจ้องมองนางอยู่

มันไม่ใช่สายตาจับผิดของสวี่ลี่ลี่ หรือสายตาประเมินของหวังต้าไห่ แต่มันเป็นสายตาที่เหนียวเหนอะหนะ หยาบโลน และเต็มไปด้วยตัณหาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ หลินหว่านอิงสัมผัสได้ถึงความขยะแขยงที่แผ่ซ่านมาตามสายลม

นางไม่หันขวับไปมองให้เสียอาการ เพียงแค่ปรับจังหวะการเดินให้ช้าลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นจัดระเบียบเส้นผม ทว่าหางตากลับกวาดมองเงาสะท้อนจากแอ่งน้ำเล็กๆ ริมทาง

หลังพุ่มไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล ปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ รูปร่างผอมเกร็ง ท่าทางซอมซ่อ มันกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผาก สายตาหื่นกระหายจดจ้องมาที่เรือนร่างของนางไม่วางตา

หลินหว่านอิงแค่นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ แววตาดอกท้อที่เคยกะพริบใสซื่อบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด นางก้าวเท้าเดินต่อไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่ามือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ เตรียมพร้อมเบิกอาวุธจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตได้ทุกเมื่อ

แกร็บ...

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นจากทางด้านหลัง บ่งบอกว่าเงามืดนั้นไม่ได้เพียงแค่แอบมอง แต่มันกำลังเริ่มก้าวเท้าสะกดรอยตามนางเข้ามาในเขตป่าที่ไร้ผู้คน!