วันแรกในทุ่งนา
"แกรก..."
เสียงงัดแงะดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเงาดำที่ทาบทับหน้าต่าง หลินหว่านอิงไม่รอช้า นางสอดมือเข้าไปในมิติซูเปอร์มาร์เก็ต หยิบไฟฉายยุทธวิธีแรงสูงและสเปรย์พริกไทยออกมาทันที หญิงสาวขยับตัวเข้าใกล้หน้าต่างอย่างเงียบเชียบดั่งแมวป่า
เมื่อบานหน้าต่างกระดาษถูกเจาะจนเป็นรู ปรากฏดวงตาหื่นกระหายของชายผู้หนึ่งส่องเข้ามาสำรวจภายใน หลินหว่านอิงเปิดไฟฉายสาดแสงจ้าทะลวงเข้าใส่ดวงตานั้นเต็มแรง!
"โอ๊ย!" เสียงอุทานแหบพร่าดังขึ้น ชายปริศนาหงายหลังล้มตึง แสงจ้าทำให้มันตาพร่ามัวไปชั่วขณะ หลินหว่านอิงไม่รอให้มันตั้งตัว นางฉีดสเปรย์พริกไทยสวนออกไปตามรูหน้าต่างทันที
เสียงไอโขลกสลับกับเสียงร้องโอดโอยอู้อี้ดังขึ้น ก่อนที่เสียงฝีเท้าสะเปะสะปะจะวิ่งหนีเตลิดไปในความมืด หลินหว่านอิงแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ นางเก็บของกลับเข้ามิติ นำท่อนไม้มาค้ำหน้าต่างเอาไว้แน่นหนา แล้วกลับไปล้มตัวลงนอนต่อราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
รุ่งอรุณมาเยือน เสียงระฆังเหล็กตีบอกเวลาทำงานดังลั่นไปทั่วหมู่บ้านซีซาน ยุวชนทุกคนถูกต้อนมารวมตัวกันที่ลานกว้างด้วยสภาพงัวเงีย
หวังต้าไห่ ผู้ใหญ่บ้านยืนเอามือไพล่หลัง จ้องมองทุกคนด้วยสายตาเข้มงวด "ฟังให้ดี กฎของที่นี่คือไม่ทำงานก็ไม่มีกิน! ชายฉกรรจ์ทำงานหนักได้วันละสิบแต้มกงเฝิน สตรีได้หกถึงแปดแต้ม ส่วนพวกยุวชนหน้าใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยงาน หากทำได้ตามเกณฑ์ข้าจะให้ห้าแต้ม เอาล่ะ วันนี้พวกสตรีไปถอนหญ้าที่แปลงข้าวโพดฝั่งตะวันออก!"
หลินหว่านอิงรับฟังอย่างตั้งใจ นางเข้าใจระบบแต้มกงเฝินนี้ดี แต้มเหล่านี้คือสิ่งเดียวที่จะนำไปแลกธัญญาหารในช่วงสิ้นปี ทว่าสำหรับนางที่มีเสบียงอาหารสดแห้งล้นมิติ แต้มกงเฝินเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อไม่ให้ผู้คนสงสัยในการเอาชีวิตรอดของนางเท่านั้น
เมื่อเดินมาถึงแปลงข้าวโพด แดดยามเช้าเริ่มทวีความร้อนแรง ทุ่งนาที่เต็มไปด้วยวัชพืชกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยุวชนหญิงแต่ละคนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคนละหนึ่งร่องแปลง
หญิงชาวบ้านที่กำลังก้มๆ เงยๆ ถอนหญ้าอยู่แปลงข้างๆ ชำเลืองมองหลินหว่านอิงที่รูปร่างบอบบาง แล้วหันไปซุบซิบกันเสียงขรม "ดูแม่หนูชาวกรุงคนนั้นสิ เอวบางร่างน้อยราวกับกิ่งหลิว โดนลมพัดก็คงปลิวแล้วกระมัง"
"ข้าพนันเลยว่าไม่เกินสามวัน นางต้องร้องไห้ขอกลับบ้านเกิดแน่ๆ งานถอนหญ้านี่สูบเรี่ยวแรงคนยิ่งกว่าสิ่งใด"
หลินหว่านอิงได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ แต่นางเพียงก้มหน้า ยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางต้องการให้ทุกคนคิดเช่นนี้แหละ การเป็นคนเก่งหรือแข็งแรงเกินหน้าเกินตาในยุคนี้ มีแต่จะทำให้ถูกเพ่งเล็งและโดนยัดเยียดงานหนักให้ไม่รู้จักจบสิ้น
เมื่อลงมือทำงานไปได้เพียงหนึ่งชั่วยาม เสียงโอดครวญก็เริ่มดังระงม สวี่ลี่ลี่ที่อยู่แปลงถัดไปทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นดิน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "โอ๊ย! มือข้าพองหมดแล้ว! ทำไมหญ้าพวกนี้มันรากเหนียวเช่นนี้ เลือดข้าจะออกอยู่แล้ว!"
หลินหว่านอิงที่อยู่ไม่ไกล แสร้งทำเป็นหอบหายใจหนักหน่วง นางยกหลังมือปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจและสายตาชาวบ้านหันไปมองสวี่ลี่ลี่ นางจึงแสร้งทำเป็นย่อตัวลงนั่งพักหลังดงข้าวโพดต้นใหญ่
ในเสี้ยววินาทีนั้น นางเปิดมิติเชื่อมต่อกับชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต หยิบเครื่องดื่มชูกำลังผสมวิตามินออกมาหนึ่งขวด จัดการเปิดฝาแล้วกระดกรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง รสชาติหวานซ่าทำให้ร่างกายที่เริ่มปวดเมื่อยกลับมามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม ความเหนื่อยล้าปลิดทิ้งเป็นปลิดทิ้ง นางยังไม่ลืมหยิบถุงมือผ้าเคลือบยางสำหรับทำสวนแบบบางเฉียบออกมาสวมทับ แล้วเอาดินโคลนถูทับจนดำปี๋เพื่อพรางตาไม่ให้ใครรู้ว่ามันคือของแปลกประหลาด
เมื่อกลับไปที่ร่องแปลง หลินหว่านอิงถอนหญ้าได้อย่างง่ายดายราวกับจับปุยนุ่น ถุงมือวิเศษช่วยป้องกันไม่ให้ใบหญ้าบาดมือ แต่นางยังคงรักษาระดับความเร็วให้เชื่องช้า แสร้งทำเป็นตัวสั่นและหยุดพักหอบเป็นระยะ เพื่อให้กลมกลืนกับยุวชนคนอื่นๆ
"นังคนไร้ค่า..." สวี่ลี่ลี่กัดฟันกรอด ขณะมองหลินหว่านอิงที่ทำท่าทางโอนเอน สภาพของสวี่ลี่ลี่ตอนนี้ดูไม่จืด ใบหน้าแดงก่ำจากแดด เส้นผมเผ้าหลุดลุ่ย มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยถลอก นางเหนื่อยจนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นหลินหว่านอิงที่แม้จะดูเชื่องช้า ทว่าเสื้อผ้าและใบหน้ากลับยังดูหมดจด ไม่ได้ดูทุรนทุรายเหมือนตน ความริษยาก็ลุกโชนขึ้นในอก
ดวงตะวันคล้อยต่ำลง เป็นสัญญาณว่าใกล้หมดเวลาทำงานของช่วงเช้า หวังต้าไห่และผู้บันทึกแต้มกำลังเดินตรวจตราผลงานทีละแปลงเพื่อประเมินแต้มกงเฝิน
หลินหว่านอิงกวาดสายตามองกองหญ้าในร่องของตน มันมีปริมาณพอดีเป๊ะ ไม่มากจนดูผิดสังเกตและไม่น้อยจนถูกหักแต้ม นางเตรียมตัวจะลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกง
ทว่าหางตาของนางกลับตวัดไปเห็นความเคลื่อนไหวผิดปกติ
สวี่ลี่ลี่ที่ก้าวเดินโซเซด้วยความเหนื่อยล้า จู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทาง นางหอบเอากองวัชพืชกองโตที่ตนเองถอนไว้ด้วยความยากลำบาก เดินย่องเข้ามาใกล้ร่องแปลงของหลินหว่านอิงจากทางด้านหลัง แววตาของยุวชนหญิงผู้นั้นเต็มไปด้วยความมาดร้าย อาศัยจังหวะที่หลินหว่านอิงหันหลังให้ สวี่ลี่ลี่ง้างมือขึ้น เตรียมจะโยนหญ้าทั้งหมดนั้นลงมากลบผลงานในแปลงของหลินหว่านอิง!