ตอนที่ 5

***บทที่ 5: ข้อตกลงลับกับองครักษ์เงา***

ภายใต้แสงจันทร์ซีดเซียว ร่างในอาภรณ์สีดำสนิทของมู่ไป๋ปราดเปรียวราวกับเงาภูตพราย เขากลับมายังจุดเดิมที่เคยสลบไสลอยู่เบื้องหลังเรือนร้าง บาดแผลภายในกายแม้ยังคงอยู่ แต่ลมปราณที่เคยปั่นป่วนบ้าคลั่ง บัดนี้กลับสงบราบเรียบดุจผืนน้ำในบ่อไร้ลม เป็นผลจากหมั่นโถวประหลาดเพียงสองลูกนั้น

หลังจากประคองสถานการณ์ในตำหนักใหญ่จนคลื่นพลังพิษของท่านอ๋องสงบลงชั่วคราว เขาก็รีบรุดกลับมาทันที ในใจเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยอันแรงกล้า

สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวราตรีสอดส่ายไปรอบบริเวณ ก่อนจะหยุดลงที่ใบไผ่แห้งซึ่งบัดนี้ว่างเปล่า เขาหยิบมันขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เศษหมั่นโถวเล็กน้อยยังคงติดอยู่ เป็นหลักฐานยืนยันว่าเรื่องมหัศจรรย์นั้นมิใช่ความฝัน

"เป็นใบไผ่ธรรมดา... แต่เงื่อนที่ใช้ผูกกลับไม่ธรรมดา" มู่ไป๋พึมพำกับตนเอง เงื่อนนี้เป็นเงื่อนตายที่ผูกอย่างประณีตและมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่เงื่อนหยาบๆ ที่เหล่า下人 (下人 - เซี่ยเหริน, คนรับใช้) ทั่วไปจะทำได้

องครักษ์เงาหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำของเขาว่องไวและแม่นยำดุจภาพวาด เขาทบทวนเงื่อนทุกรูปแบบที่เคยพบเห็นในจวนอวิ๋นชินอ๋องแห่งนี้ แต่ไม่มีเงื่อนใดเหมือนเงื่อนนี้เลย... เว้นเสียแต่...

ดวงตาของเขาวาบประกายเย็นเยียบขึ้นมาในบัดดล ภาพของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังมัดห่อผ้าด้วยเงื่อนลักษณะคล้ายกันเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นในความคิด... เป็นไปไม่ได้! สตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรผู้นั้นน่ะหรือ?

แม้ในใจจะปฏิเสธ แต่สัญชาตญาณขององครักษ์เงาบอกเขาว่าต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย ร่างของมู่ไป๋พลันเลือนหายไปกับความมืดอีกครั้ง เป้าหมายคือเรือนร้างท้ายจวนอันเป็นที่คุมขังของพระชายาเสิ่นว่านชิง

เพียงชั่วพริบตา เขาก็มาถึงบนหลังคาของเรือนร้าง โคจรลมปราณเก็บซ่อนกลิ่นอายจนหมดสิ้น ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงาไม้ที่ทอดทาบลงมา สายตาของเขามองลอดผ่านช่องกระเบื้องที่ชำรุดลงไปเบื้องล่าง

ภายในห้องซอมซ่อ มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ดวงหนึ่ง เสิ่นว่านชิงกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้เก่าๆ โดยมีชุนเถายืนปรนนิบัติอยู่ข้างๆ

"คุณหนู ท่านจะทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ?" ชุนเถาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นนายหญิงของตนกำลังจัดเตรียมบางอย่างบนโต๊ะ

เสิ่นว่านชิงแย้มยิ้มบางเบา "เตรียมของสำหรับคืนนี้" มือเรียวของนางหยิบใบไผ่ขึ้นมาหนึ่งใบ ก่อนจะบรรจงใช้เชือกป่านเส้นเล็กๆ มัดมันด้วยเงื่อนที่คุ้นตา

มู่ไป๋ที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาถึงกับเบิกตากว้าง... เงื่อนเดียวกัน!

ไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไป! สตรีผู้นี้คือเจ้าของหมั่นโถวโอสถนั่นจริงๆ! แต่เหตุใดกัน? เหตุใดนางจึงต้องช่วยเขา? หรือนี่เป็นแผนการอันซับซ้อนอย่างอื่น?

ทันใดนั้น ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ เสิ่นว่านชิงพลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสกระจ่างของนางมองตรงมายังทิศทางที่เขาซ่อนตัวอยู่อย่างแม่นยำ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ชัดเจน "องครักษ์มู่ อุตส่าห์มาเยือนถึงที่ เหตุใดไม่ลงมาดื่มชากันก่อนเล่า?"

มู่ไป๋ชาวาบไปทั้งร่าง! นางรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ตรงนี้!

ในเมื่อถูกจับได้ การหลบซ่อนก็ไร้ความหมายอีกต่อไป ร่างของเขาปรากฏขึ้นกลางห้องราวกับเงามายาที่ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ไอสังหารเย็นเยือกแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างไม่ปิดบัง

"ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?" เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม ดวงตาจ้องเขม็งไปที่นางอย่างไม่วางใจ

ชุนเถาตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบวิ่งไปยืนขวางหน้าเสิ่นว่านชิงไว้ "เจ้า...เจ้าจะทำอะไรคุณหนูของข้า!"

เสิ่นว่านชิงกลับยังคงสงบนิ่ง นางโบกมือให้ชุนเถาถอยไป ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับองครักษ์เงาผู้เย็นชา "อากาศบนหลังคายามค่ำคืนหนาวเหน็บนัก ข้าเพียงสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ผิดปกติเท่านั้น"

คำตอบของนางไม่ได้ทำให้มู่ไป๋คลายความสงสัยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นหนึ่งก้าว "หมั่นโถวนั่นเป็นของท่านใช่หรือไม่? ท่านมีเป้าประสงค์ใดกันแน่!"

"ใช่ เป็นของข้า" เสิ่นว่านชิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา สร้างความประหลาดใจให้แก่มู่ไป๋ยิ่งนัก นางไม่คิดจะปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย "ส่วนเป้าประสงค์ของข้า... ก็นับว่าเรียบง่ายยิ่งนัก"

นางหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "องครักษ์มู่ บาดแผลภายในของเจ้าคงยังไม่หายดี แต่ลมปราณที่เคยปั่นป่วนวุ่นวายคงสงบลงแล้วใช่หรือไม่?"

คำพูดของนางแทงใจดำของเขาอย่างจัง! เรื่องอาการบาดเจ็บของเขามีเพียงตัวเขากับท่านอ๋องที่ทราบ แต่นางกลับรู้ละเอียดถึงเพียงนี้!

"ท่าน..."

"หากข้าต้องการทำร้ายท่านอ๋อง หรือมีแผนการชั่วร้ายอย่างที่เจ้าคิด เหตุใดข้าต้องมอบโอสถทิพย์เพื่อรักษาชีวิตเจ้าก่อน?" เสิ่นว่านชิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "การกำจัดเจ้าซึ่งเป็นแขนขาคนสำคัญของท่านอ๋องไปเสีย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อข้ามากกว่ามิใช่หรือ?"

เหตุผลของนางทำให้มู่ไป๋ชะงักงันไปชั่วขณะ มันเป็นความจริงที่เถียงไม่ได้ หากนางต้องการทำร้ายท่านอ๋อง การปล่อยให้เขาตายไปย่อมเป็นผลดีที่สุด

"เช่นนั้นท่านต้องการสิ่งใด?" มู่ไป๋ลดไอสังหารลง แต่ยังคงระแวดระวัง

เสิ่นว่านชิงเห็นว่าเขาเริ่มคล้อยตามแล้ว จึงเข้าสู่ประเด็นสำคัญทันที "ข้าต้องการทำข้อตกลงกับเจ้า"

"ข้อตกลง?"

"ถูกต้อง" นางพยักหน้า "ข้าสามารถปรุงอาหารที่เป็นดั่งโอสถทิพย์ได้ ไม่เพียงรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเจ้าให้หายขาดได้ภายในสามวัน แต่ยังสามารถช่วยระงับพิษเหมันต์กลืนจิตในกายของท่านอ๋องได้อีกด้วย"

คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้มู่ไป๋ใจกระตุกอย่างรุนแรง "ท่านพูดเรื่องอะไร! พิษของท่านอ๋องแม้แต่หมอหลวงยังสิ้นหนทาง!"

"หมอหลวงรักษาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าข้ารักษาไม่ได้" เสิ่นว่านชิงกล่าวอย่างมั่นใจ "แต่การปรุงโอสถของข้า จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบพิเศษบางอย่างที่ในเรือนร้างแห่งนี้ไม่มี"

นางเดินไปหยิบพู่กันและกระดาษมาเขียนรายชื่อวัตถุดิบสองสามอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นให้เขา "นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ... หญ้าเกล็ดมังกรเพลิงอายุห้าสิบปี รากแก้วจันทรา และไข่มุกราตรีสามเม็ด"

มู่ไป๋รับกระดาษมาอ่าน รายชื่อวัตถุดิบแต่ละอย่างล้วนเป็นของหายากและมีค่ามหาศาล "ท่านจะเอาของเหล่านี้ไปทำอะไร?"

"นั่นเป็นเรื่องของข้า" เสิ่นว่านชิงตอบกลับ "หน้าที่ของเจ้าคือหามาให้ข้า แลกกับชีวิตของเจ้า และโอกาสที่จะช่วยท่านอ๋อง"

มู่ไป๋กำกระดาษในมือแน่น ในใจของเขาสับสนวุ่นวาย ส่วนหนึ่งยังคงไม่ไว้วางใจสตรีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลอบวางยาท่านอ๋อง แต่ร่างกายของเขาที่ฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์คือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด... อาการของท่านอ๋องกำลังทรุดหนักลงทุกขณะ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ

"ข้าจะเชื่อท่านได้อย่างไร?" เขาเอ่ยถามเป็นครั้งสุดท้าย

เสิ่นว่านชิงเดินเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของนางฉายแววเด็ดเดี่ยว "เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะเชื่อข้า หรือจะรอดูท่านอ๋องสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา"

นางกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "แต่ข้ามีเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง... ข้าต้องได้เข้าไปตรวจดูอาการของท่านอ๋องด้วยตาของข้าเองอย่างลับๆ การรักษาโดยไม่เห็นผู้ป่วย ไม่ต่างอันใดกับการปิดตาเดาทาง ข้าไม่ทำเรื่องเสี่ยงเช่นนั้น"

ข้อเสนอนี้ทำให้มู่ไป๋ลังเลอย่างหนัก การลอบพาผู้ต้องหาเข้าไปใกล้ชิดท่านอ๋องถือเป็นความเสี่ยงอย่างที่สุด หากเกิดอะไรขึ้น เขาต้องตายหมื่นครั้งก็ไม่พอชดใช้

แต่เมื่อเขานึกถึงสภาพของเซียวอี้เฉินที่กำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนลมหายใจ และพลังอุ่นที่ช่วยชีวิตเขาไว้... ความลังเลทั้งหมดก็พลันสลายไป

เขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

"ดี" มู่ไป๋ตัดสินใจในที่สุด "ข้าตกลงตามข้อเสนอของท่าน"

เสิ่นว่านชิงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก้าวแรกของนางก็สำเร็จแล้ว

ทว่านางยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ มู่ไป๋ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเร่งร้อนเสียก่อน "เรื่องวัตถุดิบข้าจะจัดการให้ แต่ตอนนี้เราไม่มีเวลาแล้ว อาการของท่านอ๋องเพิ่งจะทรุดหนักไปเมื่อครู่นี้เอง"

องครักษ์เงาหันกลับมาจ้องหน้านาง ดวงตาคมปลาบเต็มไปด้วยความตึงเครียด "เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้ข้าจะลอบพาเจ้าเข้าไปในตำหนักใหญ่เอง!"