หัวหน้าหมู่บ้านจอมดุกับปลาเค็มจอมอู้
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวฉับๆ หยุดลงตรงหน้าเรือนพักของเหล่ายุวชนหญิงพอดิบพอดี บรรยากาศรอบกายของกู้เยี่ยนเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้ที่ปิดสนิท
เขาไม่เปลืองเวลาแม้แต่จะเคาะ
*ปัง!*
ฝ่ามือใหญ่ผลักบานประตูเก่าคร่ำคร่าออกอย่างแรงจนมันกระแทกเข้ากับผนังเสียงดังสนั่น ราวกับจะประกาศก้องถึงโทสะของผู้มาเยือน
ภายในห้อง หลินมู่มู่ซึ่งกำลังเคลิ้มหลับอยู่ในห้วงนิทราแสนหวานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางค่อยๆ พลิกตัวอย่างเกียจคร้าน ปรือตาขึ้นมองเงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนทมึนอยู่ตรงปากประตู แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องจากด้านหลังทำให้ใบหน้าของเขาตกอยู่ในเงามืด มองไม่เห็นสีหน้า แต่สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“หัวหน้ากู้ มีธุระอันใดหรือเจ้าคะ” หลินมู่มู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ที่ยังเจือความง่วงงุนอยู่เต็มเปี่ยม นางไม่ได้ลุกขึ้นนั่งด้วยซ้ำ เพียงแค่ขยับศีรษะหนุนแขนตัวเองต่างหมอน มองเขาด้วยดวงตาฉ่ำปรือ
ท่าทีสบายๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวของนางยิ่งสุมไฟโทสะในใจของกู้เยี่ยนให้โหมกระพือรุนแรงขึ้นไปอีก! เหล่ายุวชนคนอื่นทำงานจนเหงื่อท่วมกาย ส่วนนางกลับนอนเอกเขนกอย่างสุขสำราญราวกับทุกสิ่งไม่เกี่ยวกับตน
“สหายหลินมู่มู่!” เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน “ทุกคนกำลังทำงานหนักเพื่อส่วนรวม แต่เจ้ากลับแสร้งป่วยอู้งานอยู่ที่นี่งั้นรึ!”
“ข้ามิได้แสร้งป่วย” หลินมู่มู่ตอบตามจริง “เพียงแต่รู้สึกไม่ใคร่สบายเล็กน้อยเท่านั้น” นางไม่จำเป็นต้องปวดหัวตัวร้อนก็สามารถนอนได้ทั้งวันอยู่แล้ว
“ไม่สบาย?” กู้เยี่ยนแค่นเสียงหยัน “ข้าเห็นว่าที่เจ้าไม่สบาย คงเป็นเพราะกระดูกสันหลังขี้เกียจเกินไปกระมัง! ในเมื่อเจ้ามีเรี่ยวแรงมากพอจะนอนอุตุอยู่บนเตียงได้ เช่นนั้นก็คงมีแรงทำงานชดใช้ให้กองทัพได้เช่นกัน!”
เขาเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง “ลุกขึ้น! แล้วตามข้ามา!”
หลินมู่มู่ถอนหายใจยาวอย่างสุดจะทน นางรู้ดีว่าวันนี้คงไม่สามารถนอนต่อไปได้แล้ว จึงจำใจยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเสียไม่ได้ ร่างระหงในชุดสีเทาซีดค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงตามคำสั่งอย่างเชื่องช้า
เมื่อหลินมู่มู่เดินตามหลังกู้เยี่ยนออกมาจากเรือนพัก แสงแดดเจิดจ้าก็สาดกระทบใบหน้าจนนางต้องหยีตา ข่าวการมาถึงของหัวหน้าหมู่บ้านผู้เข้มงวดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านบางส่วนที่ว่างเว้นจากงานไร่นาต่างพากันหยุดมองด้วยความสนใจใคร่รู้
“นั่นใช่ยุวชนหญิงคนใหม่หรือไม่?” หวังต้าฮวา ป้าขี้เมาท์ประจำหมู่บ้านผู้มีเครือข่ายข่าวสารว่องไวยิ่งกว่าลม รีบชี้ชวนให้เพื่อนบ้านดู “ดูสิ ดูท่าทางเกียจคร้านนั่นปะไร ข้าได้ยินจากพวกสวี่หย่าถิงว่าวันๆ ไม่ทำอะไรเลย เอาแต่นอนอ้างป่วย”
“โถๆๆ เด็กสมัยนี้ช่างไม่รักดีเอาเสียเลย” หญิงชราอีกคนส่ายหน้า “สมัยข้ายังสาว ใครกล้าทำตัวเช่นนี้มีหวังถูกผู้ใหญ่ตีขาหักไปแล้ว”
เสียงซุบซิบนินทาดังลอดเข้าหูของหลินมู่มู่เป็นระยะ แต่นางกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ในฐานะอดีตสาวออฟฟิศที่ต้องรับมือกับดงงูพิษมานับไม่ถ้วน คำพูดเสียดสีเพียงเท่านี้มิอาจระคายผิวของนางได้เลยสักนิด
กู้เยี่ยนพาหลินมู่มู่เดินลึกเข้าไปยังเขตหลังหมู่บ้าน กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลินมู่มู่ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็หยุดลงตรงหน้าคอกไม้เก่าๆ ที่มีเสียงร้องอู๊ดอ๊าดดังเล็ดลอดออกมา
“ในเมื่อเจ้าชอบนอนนัก ที่นี่ก็มีเพื่อนให้เจ้านอนด้วยมากมาย” กู้เยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หน้าที่ของเจ้าวันนี้ คือทำความสะอาดเล้าหมูแห่งนี้ให้หมดจด หากไม่เสร็จสิ้น ก็ไม่ต้องคิดเรื่องกินข้าวเย็น!”
เขาจงใจมอบหมายงานที่สกปรกและน่ารังเกียจที่สุดให้ เพื่อดัดสันดานสตรีผู้เกียจคร้านนางนี้ให้หลาบจำ
หลินมู่มู่เหลือบมองเข้าไปในเล้าหมูที่เต็มไปด้วยโคลนและสิ่งปฏิกูล ก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าให้กู้เยี่ยนอย่างว่าง่ายผิดคาด “ทราบแล้วเจ้าค่ะ หัวหน้ากู้”
เมื่อเห็นนางยอมรับโทษทัณฑ์โดยไม่อิดออด กู้เยี่ยนก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันหลังกลับไปตรวจงานที่อื่น ทิ้งให้หลินมู่มู่เผชิญหน้ากับชะตากรรมของตนเอง
ทว่า...ทันทีที่เงาร่างสูงใหญ่ของกู้เยี่ยนลับสายตาไป รอยยิ้มบางเบาก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหลินมู่มู่ ทำความสะอาดเล้าหมูงั้นรึ? ชาติก่อนนางทำงานจนตัวตายยังไม่พออีกหรือ ชาตินี้นางขอเป็นปลาเค็มให้ถึงที่สุด!
นางเดินเอื่อยๆ ไปยังด้านหลังของเล้าหมูซึ่งมีร่มเงาจากชายคาพอให้อาศัยได้ จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงดินเย็นๆ อย่างสบายอารมณ์ เสียงร้องอู๊ดอ๊าดของฝูงหมูในเล้ากลับกลายเป็นดั่งบทเพลงขับกล่อมชั้นเลิศ นางหลับตาลง ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายลมยามบ่าย...
*ติ๊ง!*
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
[ตรวจพบพฤติกรรม "นั่งเหม่อโง่ๆ" ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย สำเร็จ!]
[ระบบประทับใจในจิตวิญญาณแห่งความเกียจคร้านอันแน่วแน่ของท่าน มอบรางวัลพิเศษ: คูปองอาหารระดับประเทศ 5 จิน!]
ดวงตาหงส์พลันเบิกโพลง! คูปองอาหารระดับประเทศเชียวนะ! ของล้ำค่าที่ใช้เงินก็หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ ในยุคนี้! หลินมู่มู่รีบใช้ความคิดรวบรวมสมาธิ ส่งคูปองที่ปรากฏขึ้นในอากาศธาตุเข้าสู่มิติลับส่วนตัวของนางทันที ก่อนจะเอนกายพิงกำแพงในท่าเดิม เผลอหลับพริ้มไปด้วยความสุขใจ
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม กู้เยี่ยนเดินกลับมาที่เล้าหมูอีกครั้ง ในใจคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าเขาจะได้เห็นภาพสตรีจอมอวดดีกำลังร้องไห้ฟูมฟาย หรือไม่ก็กำลังขัดถูคอกหมูอย่างจำใจด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมถึงกับยืนตะลึงงันจนพูดไม่ออก
ณ มุมหนึ่งใต้ร่มเงา ร่างระหงของหลินมู่มู่นั่งพิงกำแพงหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้างดงามปราศจากความทุกข์ร้อนใดๆ ราวกับกำลังหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มในห้องนอนหรูหรา มิใช่ข้างเล้าหมูที่โสโครก
แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือ...เหล่าสุกรที่ปกติมักจะคลุกโคลนและส่งเสียงอึกทึกน่ารำคาญ บัดนี้กลับนอนหมอบนิ่งสงบอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่นางหลับ! พวกมันนอนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบราวกับทหารองครักษ์ผู้ภักดี ไม่มีตัวไหนส่งเสียงร้องหรือเข้าไปรบกวนการพักผ่อนของนางแม้แต่น้อย บรรยากาศภายในเล้าหมูที่ควรจะวุ่นวายกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
กู้เยี่ยนขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่? แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมากระทบเรือนร่างของหญิงสาว ก่อเกิดเป็นประกายสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มร่างของนางไว้ราวกับเทพธิดาตกสวรรค์ที่กำลังพักผ่อน...ข้างเล้าหมู
หัวหน้าหมู่บ้านผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อสิ่งใด บัดนี้กลับรู้สึกว่าสมองของตนเองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เขามองภาพตรงหน้านิ่งงัน ดวงตาที่เคยคมกริบดุดัน บัดนี้ฉายแววสับสนและงุนงงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สตรีผู้นี้...นางเป็นตัวอะไรกันแน่?