เอาชนะใจแม่เฒ่าซุน
เสียงทรงอำนาจและเย็นชาของสตรีสูงวัยที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของหลินมู่มู่พลันแข็งค้าง บรรยากาศอันชื่นมื่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"ยุวชนหลิน! เจ้าใช้หลานชายข้าทำเรื่องไร้สาระอันใดกัน!"
หลินมู่มู่หันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้น...แม่เฒ่าซุน ย่าแท้ๆ ของกู้เยี่ยน กำลังยืนเท้าสะเอว จ้องมองนางด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งยวด ริ้วรอยบนใบหน้าของหญิงชราขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม แสดงถึงความไม่พอใจที่เดือดพล่านอยู่ในอก
กู้เสี่ยวตงตัวน้อยสะดุ้งสุดตัว รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังหลินมู่มู่ราวกับลูกไก่ที่หวาดกลัวพญาเหยี่ยว
หลินมู่มู่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในใจพลันประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว การปะทะกับหญิงชราผู้เป็นที่เคารพรักของหัวหน้าหมู่บ้านผู้กุมชะตาชีวิตของเธออยู่นั้นหาใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดไม่ การโต้เถียงด้วยเหตุผลก็คงไร้ประโยชน์ เพราะในสายตาของแม่เฒ่าซุนตอนนี้ นางคือยุวชนหญิงขี้เกียจที่กำลังหลอกใช้หลานชายสุดที่รักของตน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินมู่มู่จึงปรับเปลี่ยนสีหน้าจากความประหลาดใจเป็นความนอบน้อมในทันที นางโค้งคำนับเล็กน้อยพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและเจือความรู้สึกผิดอยู่เจ็ดส่วน
"ท่านย่าซุน ท่านเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าหาได้ใช้เสี่ยวตงทำเรื่องไร้สาระไม่ เพียงแต่เมื่อครู่มีคนคิดไม่ดีจะมาทำลายแปลงผักของส่วนรวม เสี่ยวตงผู้กล้าหาญเพียงช่วยขับไล่คนผู้นั้นไป ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนักจึงมอบขนมให้เขาเป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเองเจ้าค่ะ"
แม่เฒ่าซุนหรี่ตามองนางอย่างจับผิด "เจ้าคิดว่าข้าโง่เขลาหรือ? เจ้าเป็นยุวชนหญิงที่ขี้เกียจที่สุดในหมู่บ้านนี้ เรื่องทำลายแปลงผักอะไรนั่นคงเป็นเจ้ากุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกใช้หลานข้ามากกว่า! ดูสิ ใช้ขนมไม่กี่ชิ้นมาล่อลวงเด็กน้อย ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
วาจาของหญิงชราคมกริบดุจมีดโกน แต่หลินมู่มู่กลับไม่แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย นางยังคงรักษารอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าพลางส่ายศีรษะเบาๆ
"ท่านย่าซุน ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" นางกล่าวพลางทำทียกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง "ข้าร่างกายอ่อนแอ ทำงานหนักไม่ได้ จึงถูกคนในหมู่บ้านมองไม่ดี ข้ารู้สึกน้อยใจยิ่งนัก แต่ข้าหาใช่คนใจไม้ไส้ระกำไม่ ที่ข้าทำไปก็เพื่อปกป้องผลผลิตของส่วนรวมเท่านั้นเอง"
การแสดงของหลินมู่มู่เรียกได้ว่าแนบเนียนไร้ที่ติ แต่แม่เฒ่าซุนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าย่อมไม่หลงเชื่อคำพูดหวานหูง่ายๆ นางแค่นเสียงอย่างเย็นชา "หึ! หยุดเสแสร้งได้แล้ว! ข้าไม่เชื่อคำพูดของเจ้าหรอก!"
เห็นได้ชัดว่าการใช้ไม้อ่อนเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ หลินมู่มู่จึงตัดสินใจใช้ไม้เด็ดที่เตรียมไว้ นางแสร้งทำเป็นค้นหาบางอย่างในกระเป๋าเสื้อผ้า ก่อนจะหยิบบางสิ่งออกมาอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น กลิ่นหอมหวานละมุนของไข่และน้ำนมที่อบอวลไปด้วยความนุ่มนวลก็พลันลอยไปแตะจมูกของแม่เฒ่าซุน หญิงชราที่กำลังจะเอ่ยปากต่อว่าอีกคำรบถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของยุวชนหญิงตรงหน้า
มันคือเค้กชิ้นเล็กๆ สีเหลืองอร่ามดั่งทองคำ เนื้อของมันดูละเอียดและนุ่มฟูราวกับปุยเมฆ เพียงแค่มองก็รับรู้ได้ถึงความพิเศษที่แตกต่างจากขนมแป้งแข็งๆ ที่เคยเห็นทั่วไปในยุคสมัยแห่งความขาดแคลนนี้
"ท่านย่าซุน... ที่จริงแล้วข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่ขึ้นมาเจ้าค่ะ" หลินมู่มู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม "ข้าตั้งใจจะนำไปมอบให้ท่านเพื่อเป็นการขอบคุณที่ท่านหัวหน้ากู้คอยดูแลข้าเสมอมา แต่ยังไม่ทันได้ไปหาท่านก็มาเจอท่านเสียก่อน นับว่าเป็นวาสนายิ่งนัก"
นางยื่นห่อกระดาษที่บรรจุเค้กไข่นุ่มฟูส่งไปตรงหน้าแม่เฒ่าซุน "ขนมชิ้นนี้...ข้ามอบให้ท่านนะเจ้าคะ ถือเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า โปรดรับไว้ด้วยเถิด"
แม่เฒ่าซุนมองเค้กไข่สลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลินมู่มู่ ในใจเกิดความลังเลขึ้นมาอย่างประหลาด กลิ่นหอมยั่วยวนของมันช่างยากจะต้านทาน อีกทั้งวาจาหวานหูของเด็กสาวผู้นี้ก็ทำให้ความโกรธเกรี้ยวในใจลดทอนลงไปหลายส่วน
"ข้า...ข้าไม่ต้องการของของเจ้า!" ถึงปากจะปฏิเสธ แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ขนมชิ้นนั้นไม่วางตา
หลินมู่มู่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็รู้ว่าแผนการของตนสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง นางแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อย "ท่านย่าซุน ท่านรังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ ข้าเพียงแค่อยากแสดงความจริงใจเท่านั้น หากท่านไม่รับไว้ ข้าคงเสียใจจนนอนไม่หลับเป็นแน่" นางกล่าวพลางยัดห่อขนมใส่มือของหญิงชราอย่างนุ่มนวล "ท่านโปรดรับไว้เถิดนะเจ้าคะ ถือว่าสงสารเด็กอ่อนแออย่างข้า"
แม่เฒ่าซุนถูกมัดมือชกจนทำอะไรไม่ถูก สัมผัสอุ่นๆ ของห่อขนมในมือกับกลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้กำแพงในใจของนางเริ่มพังทลายลง สุดท้ายนางจึงทำได้เพียงแค่แค่นเสียง "หึ!" ออกมาคำหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ผลักไสหรือคืนขนมให้
"เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้วนะเจ้าคะ" หลินมู่มู่กล่าวพร้อมกับโค้งคำนับอีกครั้ง ก่อนจะจูงมือกู้เสี่ยวตงเดินกลับเข้าเรือนพักไป ทิ้งให้แม่เฒ่าซุนยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงลำพัง
หญิงชรามองตามแผ่นหลังของหลินมู่มู่ไปจนลับสายตา ก่อนจะก้มลงมองห่อขนมในมือ ในที่สุดก็ทนความเย้ายวนไม่ไหว นางค่อยๆ คลี่ห่อกระดาษออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเค้กไข่สีทองอร่ามที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจนทำให้น้ำลายสอ
นางหยิบเค้กขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะตัดสินใจกัดเข้าไปคำเล็กๆ
ทันทีที่เนื้อเค้กสัมผัสลิ้น ดวงตาของแม่เฒ่าซุนก็พลันเบิกกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
ความนุ่มฟูราวปุยเมฆที่ละลายในปากทันที ความหวานละมุนที่ไม่บาดคอ ความหอมของไข่และนมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว...รสชาติเช่นนี้ นางไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนในชีวิต! มันอร่อยล้ำเกินกว่าขนมใดๆ ที่นางเคยรู้จัก อร่อยจนแทบอยากจะกลืนลิ้นตัวเองลงไป!
แม่เฒ่าซุนหลับตาพริ้ม ซึมซับรสชาติสวรรค์นั้นอย่างดื่มด่ำ คำแล้วคำเล่า...ในเวลาไม่นาน เค้กชิ้นโตก็หายวับเข้าไปในท้องของนางจนหมดสิ้น เหลือเพียงเศษเล็กเศษน้อยที่ติดอยู่ที่มุมปาก
นางใช้หลังมือเช็ดปากอย่างลวกๆ ความขุ่นเคืองที่มีต่อหลินมู่มู่ก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความประทับใจในรสชาติของขนมและความรู้สึกผิดที่ไปต่อว่าเด็กสาวคนนั้นอย่างรุนแรง
"ที่แท้...ก็เป็นเด็กดีที่รู้จักทำขนมอร่อยๆ มาเอาใจผู้ใหญ่" หญิงชราพึมพำกับตัวเอง "ดูท่าข้าคงจะมองนางผิดไปเสียแล้ว"
ความคิดที่ว่าหลินมู่มู่เป็นยุวชนหญิงขี้เกียจและเจ้าเล่ห์พลันถูกแทนที่ด้วยภาพของเด็กสาวน่าสงสารที่ร่างกายอ่อนแอแต่มีฝีมือในการทำอาหารเป็นเลิศ
...
เย็นวันนั้น ที่บ้านสกุลกู้ กู้เยี่ยนเพิ่งกลับมาจากการตรวจงานในไร่นาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน เขากำลังจะรินน้ำดื่มแก้กระหาย แต่แล้วก็ได้กลิ่นหอมหวานจางๆ ลอยมาจากตัวของผู้เป็นย่า
"ท่านย่า ท่านไปที่ใดมาหรือขอรับ?" เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
แม่เฒ่าซุนที่กำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษหันมาหาหลานชายสุดที่รักด้วยรอยยิ้มกว้าง "วันนี้ย่าไปจัดการยุวชนหญิงที่กล้ามาหลอกใช้เสี่ยวตงมาน่ะสิ!"
กู้เยี่ยนขมวดคิ้วมุ่น "ยุวชนหลินหรือขอรับ? แล้วเป็นอย่างไรบ้าง?" เขาคาดหวังว่าจะได้ยินย่าของตนพรรณนาถึงความขี้เกียจและไม่เอาไหนของหลินมู่มู่เป็นชุดๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาต้องประหลาดใจจนแทบสำลักอากาศ
"ที่ไหนได้! นางเป็นเด็กดีมากนะเยี่ยนเอ๋อร์!" แม่เฒ่าซุนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "นางบอกว่านางร่างกายอ่อนแอ ไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก็ยังมีน้ำใจทำขนมมาให้ย่าด้วยนะ ดูสิ...ทั้งสุภาพ ทั้งรู้จักเอาใจใส่ผู้ใหญ่ ช่างเป็นเด็กสาวที่น่าเอ็นดูเสียนี่กระไร"
กู้เยี่ยนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ "ขนมหรือขอรับ?"
"ใช่แล้ว! เป็นขนมที่อร่อยที่สุดเท่าที่ย่าเคยกินมาในชีวิตเลย!" หญิงชราเล่าพลางทำตาโต "มันนุ่ม...มันหอม...หวานกำลังดี โอ๊ย! ย่าไม่รู้จะบรรยายอย่างไรดี รู้แค่ว่าขนาดขนมในเมืองหลวงที่เคยได้กินเมื่อหลายสิบปีก่อนยังเทียบไม่ติดฝุ่น!"
หัวหน้าหมู่บ้านหนุ่มยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขามองผู้เป็นย่าที่กำลังชมหลินมู่มู่ไม่ขาดปากด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนระคนสงสัย ย่าของเขาผู้ซึ่งเกลียดชังความขี้เกียจเข้ากระดูกดำ บัดนี้กลับกลายมาเป็นผู้ปกป้องอันดับหนึ่งของยุวชนหญิงที่ขี้เกียจที่สุดในหมู่บ้านไปเสียแล้ว
สตรีผู้นั้น...นางใช้มนต์วิเศษอันใดกันแน่?
เพียงแค่ขนมชิ้นเดียว สามารถเปลี่ยนทัศนคติที่แข็งกร้าวดั่งหินผาของย่าเขาให้กลับตาลปัตรได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ความสงสัยในตัวตนของหลินมู่มู่ที่เคยมีอยู่แล้วยิ่งทบทวีขึ้นในใจของกู้เยี่ยน เขารู้สึกว่าสตรีผู้นี้ช่างเต็มไปด้วยปริศนาที่น่าค้นหา และดูเหมือนว่า...นางจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ตาเห็นเลยแม้แต่น้อย