แผนการเข้าเมือง

สัมผัสอ่อนโยนที่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยข้างขมับ ทำให้สติที่หลินมู่มู่แสร้งทำเป็นเลือนหายค่อยๆ กลับคืนมาอย่างช้าๆ นางยังคงหลับตาพริ้ม แต่ในใจกลับปั่นป่วนวุ่นวาย คำพึมพำที่แผ่วเบาราวกระซิบของกู้เยี่ยนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท "ร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้... เหตุใดถึงยังดื้อรั้นนักนะ...เจ้า"

ถ้อยคำนั้นแม้จะแฝงแววตำหนิอยู่บ้าง ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย มันไม่ใช่การดุด่าของผู้คุมกฎ แต่คล้ายเป็นเสียงถอนใจของผู้ที่จนปัญญาเสียมากกว่า

หัวใจของหลินมู่มู่กระตุกวูบอย่างประหลาด นางสมควรจะยินดีที่แผนการอู้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี แถมยังได้รางวัลใหญ่เป็นคูปองจักรยาน แต่สัมผัสและน้ำเสียงของบุรุษผู้นี้กลับทำให้นางรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นางค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อย แสร้งทำเป็นเพิ่งได้สติ เปลือกตาสั่นระริกก่อนจะปรือขึ้นช้าๆ ราวกับคนสับสนมึนงง แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาทำให้นางต้องหยีตาลงเล็กน้อย

"สหายหลิน เจ้าฟื้นแล้ว!" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างกาย กู้เยี่ยนที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด

หลินมู่มู่พยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ โดยมีสายตาของชาวบ้านหลายคู่ที่ยังคงมุงดูอยู่ไม่ไกลจับจ้องมาเป็นตาเดียว นางแกล้งยกมือขึ้นกุมศีรษะ ทำใบหน้าซีดเซียวพลางกล่าวเสียงแผ่ว "ข้า...ข้าเป็นอะไรไปหรือ หัวหน้าหมู่บ้านกู้"

"เจ้าเป็นลมหมดสติไปกลางลานตากข้าว" กู้เยี่ยนขมวดคิ้ว กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ร่างกายของเจ้าอ่อนแอเกินไป หลังจากนี้เจ้าไม่ต้องลงแรงทำงานหนักแล้ว กลับไปพักผ่อนที่บ้านพักเถอะ ข้าจะแจ้งฝ่ายบันทึกแต้มกงเฝินให้เองว่าเจ้าป่วย"

คำประกาศิตของหัวหน้าหมู่บ้านทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างตกตะลึง โดยเฉพาะสวี่หย่าถิงที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความริษยา การอนุญาตให้พักงานโดยไม่หักแต้มกงเฝินถือเป็นสิทธิพิเศษที่หาได้ยากยิ่ง!

หลินมู่มู่แอบยิ้มในใจ นี่เป็นไปตามแผนที่นางวางไว้ทุกประการ การ 'เป็นลม' ครั้งนี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก นางได้ทั้งข้ออ้างในการพักผ่อนอย่างเป็นทางการและยังได้รับความเห็นใจจากหัวหน้าหมู่บ้านอีกด้วย

นางทำทีเป็นพยักหน้าอย่างอ่อนแรง "ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านกู้ที่เข้าอกเข้าใจ"

หลังจากกลับมาถึงบ้านพักยุวชนหญิง หลินมู่มู่ก็ทิ้งตัวลงบนเตียงทันที นางไม่ได้สนใจสายตาเกลียดชังของสวี่หย่าถิงที่มองมาแม้แต่น้อย ในหัวของนางกำลังวางแผนการขั้นต่อไปอย่างรวดเร็ว

‘ในที่สุดก็ได้โอกาสเสียที!’

การเจ็บป่วยครั้งนี้คือใบเบิกทางชั้นเลิศ นางมีคูปองเนื้อหมู คูปองอาหาร และของมีค่าอีกมากมายที่ได้จากระบบเก็บไว้ในมิติลับ การเก็บของเหล่านี้ไว้ในหมู่บ้านชิงสุ่ยหยาที่แร้นแค้นไม่ต่างอะไรกับการซ่อนทองไว้กลางแจ้ง มีแต่จะนำภัยมาสู่ตัว นางจำเป็นต้องหาทางระบายของออกไปและเปลี่ยนมันเป็นเงินหรือสิ่งของที่จำเป็นกว่านี้ และตลาดในอำเภออวิ๋นชวนคือเป้าหมายแรก

ทว่าการจะเดินทางเข้าอำเภอในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมีใบอนุญาตเดินทางที่ออกโดยทางการของหมู่บ้านเสียก่อน

เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างที่นอนเหยียดยาวราวกระดูกหักบนเตียงก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที หลินมู่มู่จัดแต่งเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงไปยังที่ทำการหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านของกู้เยี่ยนในตัว

เมื่อไปถึง นางเห็นกู้เยี่ยนกำลังนั่งซ่อมตะเกียงน้ำมันอยู่บนโต๊ะทำงานเก่าๆ ภายใต้แสงสลัว แววตาของเขาจดจ่ออยู่กับชิ้นส่วนเล็กๆ ในมือ ราวกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงเขากับตะเกียงดวงนั้น

"หัวหน้าหมู่บ้านกู้" หลินมู่มู่เอ่ยเรียกเสียงเบา

กู้เยี่ยนเงยหน้าขึ้นจากงานในมือ แสงจากตะเกียงสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเขา ทำให้เงาบนใบหน้าคมคายนั้นดูชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นนาง คิ้วเข้มของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "มีอะไรหรือ สหายหลิน เหตุใดไม่พักผ่อน"

"คือ...ข้ารู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยดีนัก หลังจากที่เป็นลมไปเมื่อตอนบ่ายก็ยังรู้สึกวิงเวียนอยู่ตลอด" หลินมู่มู่เริ่มการแสดงอีกครั้ง นางใช้หลังมือแตะหน้าผากตัวเอง ทำสีหน้ากังวล "ข้ากลัวว่าจะเป็นอะไรมากกว่าไข้หวัดธรรมดา เลยอยากจะขอใบอนุญาตเดินทางเพื่อเข้าไปหาหมอที่สถานีอนามัยในอำเภออวิ๋นชวนพรุ่งนี้เช้าเจ้าค่ะ"

กู้เยี่ยนวางเครื่องมือในมือลง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาหานาง แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของนางอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับจะค้นหาความจริงจากแววตาคู่นั้น

หลินมู่มู่ใจเต้นระทึก นางกลัวว่าเขาจะมองแผนการตื้นๆ ของนางออก แต่ก็ยังคงสบตาเขากลับไปอย่างไม่หลบเลี่ยง พยายามสวมบทบาทหญิงสาวผู้อ่อนแอและน่าสงสารให้สมจริงที่สุด

หลังจากจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ความเคร่งขรึมบนใบหน้าของกู้เยี่ยนก็ค่อยๆ สลายไป กลายเป็นความอ่อนใจและห่วงใยเข้ามาแทนที่ เขาถอนหายใจยาว "ร่างกายของเจ้าอ่อนแอจริงๆ นั่นแหละ"

เขาหันหลังกลับไปที่โต๊ะทำงาน ดึงลิ้นชักออกแล้วหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมา เขาบรรจงเขียนข้อความบางอย่างลงบนกระดาษ ประทับตราสีแดงฉานของทางการหมู่บ้านลงไปอย่างหนักแน่น ก่อนจะยื่นให้นาง

"นี่คือใบอนุญาตเดินทาง พรุ่งนี้เช้าเจ้าไปที่สถานีอนามัยได้เลย"

หลินมู่มู่รับใบอนุญาตมาด้วยสองมือ หัวใจเต้นรัวด้วยความยินดี "ขอบคุณมากเจ้าค่ะ หัวหน้าหมู่บ้านกู้"

ขณะที่นางกำลังจะหมุนตัวจากไป เสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เดี๋ยวก่อน"

นางหันกลับมามองอย่างสงสัย กู้เยี่ยนล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในของเขา หยิบธนบัตรเก่าๆ สองสามใบออกมา เขานับมันอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะดึงธนบัตรใบละหนึ่งหยวนออกมาสองใบ แล้วยื่นมาตรงหน้านาง

"ข้าให้ยืม เอาไว้ใช้เป็นค่าตรวจกับค่าซื้อยา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่การกระทำกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง "ในเมืองค่าใช้จ่ายสูง อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องลำบาก"

เงินสองหยวน!

ดวงตาของหลินมู่มู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ในยุคที่คนงานในชนบทมีรายได้เพียงไม่กี่แต้มกงเฝินต่อวัน เงินสองหยวนถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย มันมากพอที่จะซื้อหมั่นโถวได้หลายสิบลูก!

วินาทีนั้น ความรู้สึกผิดที่ไม่เคยรุนแรงเท่านี้มาก่อนก็แล่นปราดเข้าโจมตีหัวใจของหลินมู่มู่ เขาเป็นคนดีเกินไปแล้ว! เป็นบุรุษที่ซื่อตรงและมีเมตตา แต่นางกลับกำลังหลอกลวงเขาเพื่อสนองความขี้เกียจของตัวเอง

ทว่า... ความรู้สึกผิดก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ในฐานะปลาเค็มผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ การปฏิเสธเงินที่ลอยมาตรงหน้าไม่ใช่แนวทางของนาง!

นางลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับเงินนั้นไว้ ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางสัมผัสกับปลายนิ้วที่หยาบกร้านและอบอุ่นของเขาโดยบังเอิญ ทำให้ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกัน หลินมู่มู่รีบชักมือกลับราวกับถูกของร้อน

"ขะ...ขอบคุณเจ้าค่ะ หัวหน้าหมู่บ้านกู้" นางก้มหน้าลงซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ "เมื่อข้าได้เบี้ยเลี้ยงจากครอบครัวแล้ว ข้าจะรีบนำมาคืนให้ทันที"

"ไม่ต้องรีบร้อน" กู้เยี่ยนกล่าว "ดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ"

หลินมู่มู่ไม่กล้าสบตาเขาอีก นางรีบกล่าวขอบคุณอีกครั้งแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทว่านางหารู้ไม่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีเงาร่างหนึ่งแอบซุ่มมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่จากมุมมืดของบ้านพักที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

สวี่หย่าถิงมองภาพที่กู้เยี่ยนยื่นเงินให้หลินมู่มู่ด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงริษยา ริมฝีปากของนางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ

"หลินมู่มู่... นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน "ไม่เพียงแต่จะอู้งาน ยังใช้มารยาหลอกล่อให้หัวหน้าหมู่บ้านกู้ทั้งเป็นห่วงทั้งให้เงินอีกหรือ! ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าได้ดีไปกว่าข้าแน่!"

แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชังนั้น คล้ายเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าค่ำคืนในหมู่บ้านชิงสุ่ยหยาหลังจากนี้...คงจะไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป