ดีดนิ้วสั่งสอนแม่ผัวมหาภัย

เสียงกระแทกประตูดังสนั่นราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางลานบ้าน ซูเสี่ยวเป่าสะดุ้งสุดตัว ซบหน้าเข้ากับอกมารดาด้วยความหวาดกลัว หลินชิงโอบกอดร่างเล็กๆ ของบุตรชายไว้แน่น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี นางเหลือบมองบานประตูที่พังยับเยิน ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังร่างของสองแม่ลูกที่ยืนทะมึนอยู่ตรงหน้า

หวังชุ่ยฮวาใบหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ นางชี้หน้าหลินชิงพลางตวาดลั่น "นางแพศยาใจโหด! กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายอาเจียว! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึก!"

ข้างกายนางคือซูต้าหลาง บุตรชายคนโตผู้ขี้เกียจสันหลังยาว เขายืนเบ่งกล้ามอวดศักดา ทำหน้าถมึงทึงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "น้องรองสะใภ้ เจ้าทำเกินไปแล้ว! กล้าลงไม้ลงมือกับพี่สะใภ้ใหญ่ วันนี้หากไม่คุกเข่าขอขมา อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข!"

หลินชิงมุมปากเหยียดขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "ข้าทำร้ายนาง? ท่านแม่สามี ท่านพี่ใหญ่ ท่านตาบอดหรือไร้สมองกันแน่? ไม่เห็นหรือว่าใครกันแน่ที่พังประตูบ้านผู้อื่นเข้ามาหาเรื่อง!"

"ยังจะปากดีอีก!" หวังชุ่ยฮวาแผดเสียงแหลมปรี๊ด "อาเจียวกลับไปร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย แขนเสื้อนางขาดวิ่น บอกว่าเจ้าผลักนางล้ม! เจ้ามันนางงูพิษ! เลี้ยงไม่เชื่อง!"

"แขนเสื้อขาด?" หลินชิงหัวเราะในลำคอ "ข้าแค่ปัดมือนางที่พยายามจะฉวยไข่ไก่ของลูกข้าเท่านั้น ถ้าการปกป้องอาหารของบุตรชายตัวเองเรียกว่าใจโหด เช่นนั้นการที่พวกท่านมาพังประตูข่มขู่แม่ลูกอ่อนเช่นนี้ ควรจะเรียกว่าอะไรดี? สัตว์เดรัจฉานยังรู้ความ!"

คำพูดของหลินชิงเสียดแทงใจดำราวกับมีดสั้นที่ชโลมยาพิษ หวังชุ่ยฮวาโกรธจนตัวสั่น นางกระทืบเท้าเร่าๆ หันไปสั่งบุตรชาย "ต้าหลาง! ยังยืนบื้ออยู่ทำไม! ลากตัวนางสารเลวออกมาให้ข้า! วันนี้ข้าจะตบมันให้เลือดกบปาก!"

ซูต้าหลางได้รับคำสั่งก็ทะยานเข้าไปทันที แต่หลินชิงไวกว่า นางถอยหลังหนึ่งก้าวใหญ่ ใช้เรือนร่างของตนบังบุตรชายไว้มิดชิดพร้อมกับตะโกนเสียงกร้าว "ใครกล้าแตะต้องข้ากับลูกแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะสู้จนตัวตาย!"

ท่าทีแข็งกร้าวไม่เกรงกลัวของหลินชิงทำให้ซูต้าหลางชะงักไปชั่วขณะ ยามนี้เองที่ชาวบ้านในละแวกเริ่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ต่างพากันแอบดูอยู่ตามรั้วบ้านและพุ่มไม้ เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาเป็นระยะ

สถานการณ์เช่นนี้ การปะทะกันซึ่งๆ หน้ามีแต่จะเสียเปรียบ หลินชิงเป็นเพียงสตรีร่างบาง จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้กับบุรุษร่างกำยำเช่นซูต้าหลางได้

ในเสี้ยววินาทีที่คับขันนั้นเอง เสียงของระบบ AI ก็ดังขึ้นในหัวของนาง

`[ตรวจพบเจตนาร้ายแรงจากเป้าหมาย หวังชุ่ยฮวา และ ซูต้าหลาง] `

`[ท่านต้องการเปิดใช้งานสกิลใหม่หรือไม่? สกิล: ดีดนิ้วสั่งสอน]`

`[คำอธิบาย: สร้างกรรมตามสนองแบบฉับพลันแก่เป้าหมายที่คิดร้าย ทำให้เป้าหมายได้รับความทุกข์ทรมานทางกายและอับอายขายหน้าในระดับที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต] `

`[ค่าใช้จ่าย: 100 แต้มความแค้น]`

หลินชิงเบิกตากว้าง... สกิลแบบนี้ก็มีด้วยรึ!

นางเหลือบมองแต้มความแค้นที่ได้จากการสั่งสอนเฉินเจียวเมื่อครู่ มีอยู่เกือบสองร้อยแต้ม เพียงพอที่จะใช้งานได้พอดิบพอดี!

"ยืนยันใช้งาน!" นางตัดสินใจในชั่วพริบตา

`[โปรดยืนยันเป้าหมาย]`

แววตาของหลินชิงฉายประกายอำมหิต นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหวังชุ่ยฮวาผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด "เป้าหมาย: หวังชุ่ยฮวา!"

สิ้นความคิด จิตของนางก็เชื่อมต่อกับระบบ หลินชิงแสร้งทำเป็นปัดฝุ่นบนแขนเสื้อ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมา... แล้วดีดนิ้วดัง 'เป๊าะ' หนึ่งครั้ง

เป็นเพียงเสียงแผ่วเบาที่แทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมและเสียงจิ้งหรีด แต่สำหรับหวังชุ่ยฮวาแล้ว มันกลับราวกับเสียงระฆังมรณะ!

ทันใดนั้น! สีหน้าของหญิงชราพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือด นางเบิกตาโพลง มือทั้งสองข้างกุมท้องตัวเองไว้แน่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

"โอ๊ย... โอ๊ย... ปวดท้อง... เหตุใดจู่ๆ ถึงปวดท้องเช่นนี้..." หวังชุ่ยฮวาครวญคราง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ซูต้าหลางที่กำลังจะก้าวเข้าไปหาหลินชิงอีกครั้งต้องชะงัก เมื่อเห็นมารดาอาการไม่สู้ดี "ท่านแม่! ท่านเป็นอะไรไป?"

ทว่า... ยังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าไปประคอง...

**ปร๊าดดดดดดดด!!!**

เสียงประหลาดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางลานบ้านที่เงียบสงบ มันเป็นเสียงที่ทั้งดังและยาวนาน ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงที่ยากจะพรรณนา มันคือกลิ่นแห่งความอัปยศที่ฟุ้งกระจายไปทั่วทุกอณูอากาศอย่างรวดเร็ว!

ชาวบ้านที่แอบซุ่มดูอยู่ต่างพากันยกมือขึ้นปิดจมูกแทบไม่ทัน บางคนถึงกับไอโขลกๆ ออกมาด้วยความขยะแขยง

ซูต้าหลางที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดถึงกับหน้าเขียว ดวงตาเหลือกถลน เขาผงะถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกใจสุดขีด "กลิ่น... กลิ่นอะไรกันนี่! เหม็นราวกับส้วมแตก!"

เมื่อเขาก้มลงมอง... ก็เห็นภาพที่ทำให้แทบจะอาเจียนออกมา ณ บริเวณใต้ร่างของมารดา บัดนี้มีของเหลวสีน้ำตาลเข้มไหลนองออกมาจากขากางเกง ก่อตัวเป็นแอ่งขนาดใหญ่บนพื้นดินแห้งๆ ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

หวังชุ่ยฮวาเองก็ตกตะลึงจนสิ้นสติ นางยืนตัวแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงมองผลงานของตัวเอง... วินาทีนั้น โลกทั้งใบของนางราวกับพังทลายลงมาตรงหน้า!

"ไม่... ไม่จริง..." นางพึมพำเสียงสั่นเครือ ความเจ็บปวดที่ช่องท้องเทียบไม่ได้เลยกับความอัปยศอดสูที่ถาโถมเข้ามาในจิตใจ

ซูต้าหลางทนกลิ่นเหม็นไม่ไหวอีกต่อไป เขาไม่แม้แต่จะชายตามองมารดา "บัดซบ! ข้าไม่ไหวแล้ว!" ว่าแล้วก็หันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกจากลานบ้านไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้มารดาผู้ให้กำเนิดเผชิญชะตากรรมอันน่าสมเพชอยู่เพียงลำพัง

เสียงหัวเราะคิกคักจากชาวบ้านเริ่มดังขึ้น จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสิบ จนกลายเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังก้องไปทั่ว

หวังชุ่ยฮวาทรุดกายลงกับพื้นอย่างหมดแรง นางไม่กล้าสบตากับใครทั้งสิ้น ความอหังการเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหญิงชราผู้น่าเวทนาที่ต้องคลานสี่ขาผ่านกองของเสียของตัวเอง เพื่อกลับเข้าเรือนใหญ่ไปอย่างทุลักทุเล ภาพนั้นติดตาตรึงใจชาวบ้านทุกคนที่ได้เห็นไปอีกนานแสนนาน

ในขณะเดียวกัน เสียงที่หลินชิงรอคอยก็ดังขึ้นในหัว

`[ท่านได้รับแต้มความแค้นจาก หวังชุ่ยฮวา +500!]`

`[ท่านได้รับแต้มความแค้นจากผู้สังเกตการณ์ A +10]`

`[ท่านได้รับแต้มความแค้นจากผู้สังเกตการณ์ B +5]`

`[ท่านได้รับแต้มความแค้นจากผู้สังเกตการณ์ C +15...]`

แต้มความแค้นไหลบ่าเข้ามาเป็นสายน้ำ!

หลินชิงยืนมองภาพทั้งหมดด้วยแววตาเรียบเฉย นางก้มลงกระซิบข้างหูบุตรชายที่ยังคงซุกหน้าอยู่กับอก "เสี่ยวเป่า ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีใครกล้ามารังแกเราสองคนแม่อีก"

เด็กน้อยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าอสูรร้ายทั้งสองได้จากไปแล้ว ความหวาดกลัวในแววตาจึงค่อยๆ จางลง กลายเป็นความชื่นชมและเชื่อมั่นในตัวมารดาอย่างสุดหัวใจ

หลินชิงมองประตูบ้านที่พังยับเยินด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันกลับเข้าไปในห้อง นางไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านอีกต่อไป... นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น สงครามในบ้านตระกูลซู เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ