สามีผู้แบกรับความอยุติธรรม

เมื่อความโกลาหลเบื้องนอกสงบลง เหลือเพียงเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านที่ค่อยๆ จางหายไป หลินชิงจึงประคองบุตรชายกลับเข้ามาในห้องที่แทบจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นห้อง บานประตูไม้ที่ผุพังบัดนี้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นสภาพภายในอันรันทด สายลมเย็นยามพลบค่ำพัดเข้ามาอย่างอิสระ นำพาความหนาวเหน็บมาสู่สองแม่ลูก

ซูเสี่ยวเป่ายังคงตัวสั่นเทาเล็กน้อย แม้จะหลุดพ้นจากเงื้อมมือของหวังชุ่ยฮวาแล้ว แต่ภาพความโหดร้ายยังคงฝังแน่นในใจเด็กน้อย หลินชิงลูบหลังปลอบโยนเขาเบาๆ พลางใช้สายตาสำรวจความเสียหาย

นางไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนบ้านอีกต่อไป นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น สงครามในบ้านตระกูลซู เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ!

ทันใดนั้น เสียงเอะอะก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วอีกครั้ง แต่ครานี้ไม่ใช่เสียงด่าทอ กลับเป็นเสียงร้อนรนของเพื่อนบ้านสองสามคน

"เร็วเข้า! ประคองเขาดีๆ!"

"มู่หาน! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

หลินชิงขมวดคิ้ว นางจูงมือซูเสี่ยวเป่าเดินออกไปดูด้วยความระแวง ทว่าภาพที่เห็นทำให้นางใจหายวาบ ชายร่างสูงโปร่งในอาภรณ์เก่าขาดผู้หนึ่งกำลังถูกเพื่อนบ้านสองคนช่วยกันพยุงเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้าเขาซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าผาก ขาข้างหนึ่งของเขายกขึ้นจากพื้นอย่างผิดธรรมชาติ... นั่นคือซูมู่หาน สามีของนาง!

"ท่านพี่!" ซูเสี่ยวเป่าร้องเสียงหลง ปล่อยมือจากมารดาแล้ววิ่งเข้าไปหาบิดา

ซูมู่หานฝืนยิ้มให้บุตรชาย ทว่าใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดนั้นไม่อาจปิดบังได้ "เสี่ยวเป่า... พ่อกลับมาแล้ว"

หวังชุ่ยฮวาซึ่งเพิ่งชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสิ้น เดินหน้าบึ้งตึงออกมาจากเรือนใหญ่ พอเห็นสภาพของบุตรชายคนรอง ใบหน้าของนางก็ยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาลแทนที่จะเป็นความห่วงใย

"เจ้าตัวหายนะ! นั่นเจ้าไปทำอะไรมา!" นางตวาดลั่น "ไปทำงานแค่นี้ก็ยังทำให้ตัวเองเจ็บตัวกลับมาอีกรึ! แล้วต่อไปจะเอาอะไรกิน! คิดจะนอนเป็นตัวถ่วงให้ข้าเลี้ยงไปจนตายรึอย่างไร!"

เพื่อนบ้านที่มาส่งถึงกับหน้าเสีย เขารีบอธิบาย "ท่านป้าหวัง อย่าเพิ่งโมโหไปเลย ขณะที่มู่หานกำลังแบกไม้ซุงอยู่บนนั่งร้าน เกิดอุบัติเหตุไม้ท่อนใหญ่หล่นลงมาทับขาเขา โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ แต่กระดูกคงร้าวเป็นแน่"

แทนที่จะเห็นใจ หวังชุ่ยฮวากลับชี้หน้าด่ากราด "โชคร้ายของข้ามากกว่า! ไร้ประโยชน์สิ้นดี! ทำงานหาเงินก็ไม่ได้ ยังจะมาสร้างภาระให้คนอื่นอีก! ในเมื่อทำงานไม่ได้ วันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าวเย็นกันทั้งบ้านนั่นแหละ! ทั้งแม่ทั้งลูก!"

คำประกาศิตของนางดังไปทั่วลานบ้าน ซูมู่หานก้มหน้าลงอย่างอัปยศ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง เขาทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาตลอด แต่เมื่อประสบเคราะห์กรรม สิ่งที่ได้รับกลับเป็นคำด่าทอและผลักไส

หลินชิงมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เย็นเยียบ แม้ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่มีต่อสามีผู้นี้จะเลือนราง แต่วินาทีนี้ นางกลับรู้สึกสงสารผู้ชายคนนี้จับใจ เขาคือเสาหลักที่ค้ำจุนบ้านรองหลังน้อยนี้มาโดยตลอด บัดนี้เมื่อเสาหลักโค่นล้มลง สิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมจากผู้เป็นแม่แท้ๆ

"ขอบคุณพวกท่านมากที่มาส่งเขา" หลินชิงกล่าวกับเพื่อนบ้านด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะเดินเข้าไปประคองร่างสามี "ที่เหลือข้าจัดการเอง"

นางพยุงซูมู่หานเข้ามาในห้องเล็กๆ ของตนอย่างทุลักทุเล วางเขานั่งลงบนเตียงแข็งกระด้างที่ปูด้วยฟางแห้ง แสงตะเกียงริบหรี่ส่องให้เห็นว่าขากางเกงของเขาบริเวณหน้าแข้งนั้นฉีกขาดและมีรอยช้ำบวมเป่งขึ้นมาอย่างน่ากลัว

ซูมู่หานกัดฟันแน่นเพื่อข่มความเจ็บ "ข้า... ขอโทษ" เขาเค้นเสียงออกมา "ข้าดูแลเจ้ากับลูกได้ไม่ดีพอ"

หลินชิงไม่ได้ตอบคำใด นางเพียงตรวจดูอาการบาดเจ็บของเขาคร่าวๆ ด้วยสายตา แม้จะไม่มีความรู้ทางการแพทย์ แต่นางก็ดูออกว่าอาการนี้หนักหนาสาหัส หากไม่ได้รับการรักษาที่ดี ขาข้างนี้อาจพิการไปตลอดชีวิต

เมื่อรัตติกาลมาเยือน ความมืดและความเงียบก็เข้าปกคลุมบ้านตระกูลซู เรือนใหญ่ไม่มีการก่อไฟหุงหาอาหารตามที่หวังชุ่ยฮวาประกาศไว้จริงๆ ท้องของซูเสี่ยวเป่าเริ่มส่งเสียงร้องประท้วง เด็กน้อยมองหน้ามารดาด้วยแววตาอ้อนวอน

"ท่านแม่... ข้าหิว"

หลินชิงลูบหัวบุตรชาย "รอสักครู่นะ"

นางหันไปมองซูมู่หานที่นอนหลับตาพริ้ม แต่คิ้วที่ขมวดมุ่นบ่งบอกว่าเขากำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่ นางตัดสินใจในทันที... แต้มความแค้นที่ได้มาอย่างท่วมท้นเมื่อตอนกลางวัน ถึงเวลาต้องนำมาใช้แล้ว!

หลินชิงหลับตาลง สมาธิทั้งหมดถูกส่งเข้าไปในมิติลับส่วนตัว

`[ยินดีต้อนรับสู่ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ แต้มความแค้นคงเหลือ: 625 แต้ม]`

นางไม่ลังเลที่จะใช้แต้มแลกเปลี่ยนสินค้าที่จำเป็นที่สุดในยามนี้

`[แลกเปลี่ยน: ข้าวสวยหอมมะลิร้อนๆ 1 ชามใหญ่ ใช้ 5 แต้ม]`

`[แลกเปลี่ยน: เนื้อวัวตุ๋นยาจีน 1 ถ้วย ใช้ 15 แต้ม]`

สิ้นเสียงของระบบ ในมือของนางพลันปรากฏถ้วยกระเบื้องสองใบที่ส่งไออุ่นและกลิ่นหอมยั่วน้ำลายออกมาทันที กลิ่นหอมของข้าวสวยผสมกับกลิ่นเนื้อตุ๋นเครื่องเทศลอยอบอวลไปทั่วห้องแคบๆ นั้น

ซูมู่หานที่กำลังทนทุกข์ทรมานลืมตาขึ้นทันทีที่ได้กลิ่น จมูกของเขาขยับสูดดมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา "นี่... กลิ่นอะไร?"

ซูเสี่ยวเป่าถึงกับตาโต น้ำลายแทบจะไหลออกมาจากปาก "ท่านแม่ หอมเหลือเกิน!"

หลินชิงวางถ้วยข้าวและถ้วยเนื้อตุ๋นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ นางตักข้าวคำเล็กๆ พร้อมเนื้อตุ๋นชิ้นนุ่มเปื่อยยื่นไปจ่อที่ปากบุตรชาย "กินเสียสิเสี่ยวเป่า"

เด็กน้อยอ้าปากงับอย่างไม่ลังเล รสชาติของข้าวสวยร้อนๆ และเนื้อที่นุ่มจนแทบละลายในปากทำให้ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้นมาทันที "อร่อย! ท่านแม่ อร่อยที่สุดเลย!"

หลินชิงยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปทางสามี "ท่านก็กินด้วย"

ซูมู่หานเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนสับสน เขามองหน้าภรรยาสลับกับอาหารเลิศรสตรงหน้า "นี่... เจ้าไปเอามาจากที่ใดกัน? ไม่ใช่ว่าท่านแม่สั่งงดข้าวเย็นหรอกรึ?" ในยุคสมัยที่แม้แต่ข้าวเปลือกยังเป็นของหายาก อาหารเช่นนี้เปรียบได้กับของจากสรวงสวรรค์

"ข้าแอบซ่อนไว้เอง" หลินชิงเอ่ยคำโกหกที่เตรียมไว้ออกไปอย่างแนบเนียน "เป็นเสบียงที่ข้าเก็บสะสมไว้เผื่อวันเช่นนี้ ท่านกินเถอะ ต้องกินให้อิ่มถึงจะมีแรง"

นางตักข้าวอีกคำพร้อมเนื้อชิ้นโตยื่นไปให้เขา ซูมู่หานจ้องมองช้อนในมือภรรยาด้วยความรู้สึกซับซ้อน ความหิวโหยในกระเพาะกำลังร่ำร้อง แต่ความรู้สึกผิดและอัปยศในฐานะสามีและพ่อกลับหนักหน่วงยิ่งกว่า เขาเป็นบุรุษ แต่กลับต้องให้ภรรยาและลูกต้องมาลำบาก มิหนำซ้ำยังต้องพึ่งพานางหาอาหารมาป้อนในยามที่เขาบาดเจ็บจนน่าสมเพช

หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยที่ขอบตาของชายฉกรรจ์ เขายกมืออันสั่นเทาขึ้นรับช้อนนั้นไว้ "ข้า... ข้ามันไร้ความสามารถนัก"

หลินชิงมองลึกลงไปในดวงตาของเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามากล่าวโทษตัวเอง รีบกินเสีย หากท่านล้มป่วยไป ข้ากับลูกจะพึ่งพาใครได้"

คำพูดของนางเหมือนค้อนที่ทุบลงกลางใจซูมู่หาน เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะยอมกินอาหารคำนั้นเข้าไป เมื่อรสชาติอันโอชะกระจายไปทั่วโพรงปาก ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายที่อ่อนล้า เขากินอย่างเงียบงัน แต่ละคำที่กลืนลงไปนั้นผสมปนเปไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ ละอายใจ และความมุ่งมั่นที่จะต้องหายดีเพื่อกลับมาเป็นที่พึ่งให้ครอบครัวให้ได้

หลังจากป้อนข้าวลูกและสามีจนอิ่มหนำแล้ว หลินชิงจึงเก็บถ้วยชามเปล่าให้หายวับไปในความมืด นางจัดแจงให้ซูเสี่ยวเป่านอนหลับข้างๆ บิดา ก่อนจะลองใช้มือแตะหน้าผากและขาของซูมู่หานดู

ทันทีที่สัมผัส นางก็ต้องผงะ! ขาข้างที่บวมเป่งนั้นร้อนจัดราวกับถูกไฟเผา และหน้าผากของเขาก็ร้อนจี๋เช่นกัน!

นี่มัน... ไข้ขึ้นสูง!

หัวใจของหลินชิงกระตุกวูบ อาการบาดเจ็บที่กระดูกประกอบกับไข้สูง ในยุคที่ขาดแคลนโอสถและหมอเทวดาเช่นนี้ มันไม่ต่างอะไรกับคำพิพากษาจากพญายมเลยแม้แต่น้อย! ความกังวลฉายชัดขึ้นในแววตาของนางอย่างไม่อาจปิดบัง เงินแม้แต่อีแปะเดียวในบ้านก็ไม่มี แล้วนางจะไปหาหมอที่ไหนมารักษาเขาได้