ขึ้นเขาหมอกเร้นหาทางรอด
ความร้อนระอุจากร่างของซูมู่หานที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ ทำให้หัวใจของหลินชิงดิ่งวูบลงสู่หุบเหวอันเยียบเย็น นี่หาใช่เพียงอาการบาดเจ็บธรรมดาไม่ แต่คือสัญญาณอันตรายจากพญายม! ในยุคสมัยที่การแพทย์ยังล้าหลัง ไข้สูงที่เกิดจากบาดแผลอักเสบเช่นนี้มีโอกาสคร่าชีวิตคนได้โดยง่าย
นางไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป!
"ท่านพี่ รอข้าสักครู่" หลินชิงกระซิบข้างหูสามีที่กำลังหายใจหอบด้วยพิษไข้ นางจัดผ้าห่มผืนเก่าคร่ำคร่าให้เขาอย่างแผ่วเบาที่สุด ก่อนจะหันไปมองซูเสี่ยวเป่าที่หลับใหลอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวบนตั่งไม้
นางต้องหาเงินไปเชิญหมอให้ได้!
หลินชิงก้าวออกจากห้องพักซอมซ่อด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง แต่แววตากลับมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว จุดหมายของนางคือเรือนหลัก สถานที่พำนักของหวังชุ่ยฮวา แม่สามีใจยักษ์ผู้กุมเงินทุกอีแปะของตระกูลซูเอาไว้
"ท่านแม่! ท่านแม่อยู่หรือไม่เจ้าคะ!" นางตะโกนเรียกอยู่หน้าประตู
เสียงสบถด่าดังแว่วมาจากด้านใน ก่อนที่บานประตูจะถูกกระชากเปิดออกโดยหวังชุ่ยฮวา หญิงชรามองนางด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "มีเรื่องอันใด! ค่ำมืดดึกดื่นไม่รู้จักหลับจักนอน จะเรียกวิญญาณตนใดรึ!"
หลินชิงสูดลมหายใจลึก ข่มความโกรธเอาไว้แล้วเอ่ยขึ้น "ท่านแม่เจ้าคะ ท่านพี่มู่หานอาการไม่ดีเลย ตัวร้อนเป็นไฟ ขาที่หักก็บวมเป่ง ข้ากลัวว่า..."
"แล้วจะให้ข้าทำอันใด!" หวังชุ่ยฮวาตวาดสวนกลับทันควัน "มันเป็นบุตรชายอกตัญญู ทำงานไม่ได้เรื่อง ไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวจนหาเรื่องเจ็บป่วยมาให้สิ้นเปลืองข้าวสุก! ชะตามันคงถึงฆาต ก็ปล่อยให้มันไปตามทางของมันเถิด!"
คำพูดไร้หัวใจของแม่สามีราวกับน้ำแข็งพันปีที่สาดใส่ใบหน้า หลินชิงกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ท่านแม่! นั่นคือบุตรชายของท่านนะเจ้าคะ! อย่างไรเสียก็ต้องเชิญหมอมาดูอาการสักครั้ง ข้าขอร้อง โปรดเมตตาให้เงินข้าสักเล็กน้อยเถิด"
หวังชุ่ยฮวาแค่นหัวเราะเสียงแหลม "เงินรึ? ฝันไปเถอะ! เงินทุกอีแปะมีไว้ให้ต้าหลางกับหลานรักของข้าใช้จ่าย ไม่ใช่เอาไปโยนทิ้งกับคนไร้ประโยชน์เช่นมัน! ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า หากยังชักช้า ข้าจะหาว่าเจ้าคิดขโมยของ!"
ปัง!
บานประตูถูกปิดใส่หน้าอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้หลินชิงยืนนิ่งอยู่กลางความมืดและความหนาวเหน็บ ความหวังสุดท้ายพังทลายลงไม่เป็นท่า น้ำตาที่เคยเหือดแห้งไปแล้วทำท่าจะรินไหลออกมาอีกครั้ง แต่นางก็กัดริมฝีปากสะกดมันไว้
ไม่ใช่เวลามาอ่อนแอ! หากนางล้มลงอีกคน ใครจะช่วยสามีและลูก?
ประกายเย็นเยียบวูบผ่านดวงตาของหลินชิง นางหันหลังกลับไปยังห้องของตนอย่างเงียบงัน เมื่อไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย นางก็ต้องช่วยตัวเอง!
เมื่อกลับถึงห้อง ซูมู่หานยังคงนอนซมไม่ได้สติ หลินชิงเดินไปหยิบตะกร้าสานใบเก่าที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมา "ท่านพี่ ข้าจะไปบนเขาหาตัวยามาให้ท่าน" นางเอ่ยกับร่างที่นอนนิ่ง "ข้าฝากเสี่ยวเป่าด้วยนะเจ้าคะ"
ซูมู่หานที่กึ่งหลับกึ่งตื่นได้ยินเสียงภรรยาแว่วๆ เขาพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก "ชิง... ชิงเอ๋อร์... อย่าไป... อันตราย"
หลินชิงวางตะกร้าลงแล้วเดินกลับไปกุมมือสากกร้านของเขา "ไม่ต้องห่วง ข้าไปไม่นานก็จะกลับ เมื่อก่อนท่านคอยปกป้องข้ากับลูก บัดนี้ถึงตาข้าปกป้องท่านบ้าง"
คำพูดของนางทำให้หัวใจที่อ่อนล้าของซูมู่หานสั่นสะท้าน เขามองภรรยาที่ดูบอบบางแต่กลับแฝงความเข้มแข็งเอาไว้ภายในอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะหมดแรงและผล็อยหลับไปอีกครั้ง
หลินชิงสะพายตะกร้าขึ้นหลังอย่างทระนง นางเดินออกจากบ้านตระกูลซู มุ่งหน้าไปยังภูเขาหมอกเร้นที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังหมู่บ้าน
ภูเขาหมอกเร้นในยามใกล้รุ่งช่างดูน่าหวาดหวั่น เมฆหมอกลอยต่ำบดบังยอดไม้สูง แสงจันทร์ส่องลงมาได้เพียงรำไร อากาศเย็นชื้นและเงียบสงัดวังเวง ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่าผู้ใดเข้าไปลึกมักจะหลงทางออกมาไม่ได้
แต่หลินชิงไม่มีเวลามาหวาดกลัว นางเดินลึกเข้าไปในป่ารกชัฏ กิ่งไม้และหนามแหลมคมเกี่ยวข่วนเสื้อผ้าและผิวเนื้อของนางจนแสบไปหมด เสียงแมลงกลางคืนดังหรีดหริ่งระงมป่า แต่ในใจของนางกลับมีเพียงภาพใบหน้าซีดเซียวของสามีเท่านั้น
นางเดินไปพลางสอดส่ายสายตาไปพลาง แต่ด้วยความรู้เรื่องสมุนไพรที่เป็นศูนย์ ทุกอย่างจึงดูเหมือนหญ้าไร้ค่าไปเสียหมด
"โธ่เอ๊ย! แล้วข้าจะไปหาอะไรมาแลกเงินได้!" นางสบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย ขณะนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... ระบบ!
'ระบบ AI ในซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่ของข้ายังมีความสามารถ 'ดวงตาประเมินคุณภาพ' อยู่ไม่ใช่รึ!'
หลินชิงหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อทำสมาธิ "เปิดใช้งานฟังก์ชั่น ดวงตาประเมินคุณภาพ!"
พลันนั้น ในสายตาของนางก็ปรากฏกรอบข้อมูลโปร่งแสงเล็กๆ ลอยขึ้นมา มันไม่ส่งผลต่อการมองเห็นปกติ แต่เมื่อนางเพ่งมองไปยังพืชชนิดใด กรอบข้อมูลนั้นก็จะแสดงรายละเอียดขึ้นมาทันที
นางเริ่มทดลองสแกนไปทั่วบริเวณอย่างตื่นเต้น
*[หญ้าหางสุนัข: พืชตระกูลหญ้า ไม่มีมูลค่าทางการแพทย์]*
*[เห็ดพิษลายจุด: มีพิษร้ายแรง ห้ามรับประทาน]*
*[เถาวัลย์ป่า: เหนียว ทนทาน ใช้ทำเชือกได้ แต่ไม่มีราคา]*
หลินชิงสแกนไปเรื่อยๆ อย่างไม่ย่อท้อ เดินลึกเข้าไปในป่ารกที่แม้แต่คนตัดฟืนยังไม่กล้าเข้ามา ทันใดนั้น สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นกอหญ้ารกๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มันดูไม่ต่างจากวัชพืชทั่วไป แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้นางลองสแกนดู
นางเพ่งมองไปยังกอหญ้านั้น และแล้ว... กรอบข้อมูลที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ก็ปรากฏขึ้น!
**[ตรวจพบพืชล้ำค่า! โสมป่า อายุ 10 ปี]**
**[คุณภาพ: ต่ำ (เนื่องจากขาดสารอาหารและเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม)]**
**[มูลค่าประเมินในตลาด: ประมาณ 2 ตำลึงเงิน]**
สองตำลึงเงิน!
หัวใจของหลินชิงแทบจะหยุดเต้น! เงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอค่าหมอและค่ายาเท่านั้น แต่ยังเหลือพอให้ครอบครัวเล็กๆ ของนางได้ตั้งตัวอีกด้วย!
นางรีบสาวเท้าเข้าไปที่กอหญ้านั้นทันที มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ นางค่อยๆ ใช้มือเปล่าแหวกพงหญ้าออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นหัวโสมขนาดไม่ใหญ่นักที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน แต่สำหรับนางในยามนี้ มันคือสมบัติล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมาให้โดยแท้!
หลินชิงคุกเข่าลงกับพื้นดินที่เย็นชื้น นางค่อยๆ ใช้กิ่งไม้แหลมที่หาได้แถวนั้นขุดดินรอบๆ หัวโสมอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้รากของมันขาดเสียหาย
ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับการขุดสมบัติชิ้นแรกในชีวิตต่างภพ...
ซวบ! ซวบ!
เสียงฝีเท้าเหยียบย่ำใบไม้แห้งดังขึ้นจากพุ่มไม้ทึบด้านหลัง! ไม่ใช่เสียงของสัตว์เล็กๆ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของมนุษย์อย่างแน่นอน!
หัวใจของหลินชิงกระตุกวูบ! ใครกันที่ขึ้นมาบนภูเขาหมอกเร้นในยามวิกาลเช่นนี้