เห็ดหอมหยกบนเขา
การสนทนากับซูมู่หานเมื่อคืนก่อนจบลงด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง แผนการของหลินชิงแม้จะเสี่ยง แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากกรงเล็บของตระกูลใหญ่ นางรู้ดีว่าการเสแสร้งเป็นผู้อ่อนแอนั้นต้องใช้พลังงานมากกว่าการลุกขึ้นสู้เสียอีก ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ย่อมคุ้มค่า
แสงอรุณรุ่งของวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแตกของกระท่อมไม้ซอมซ่อ หลินชิงลืมตาขึ้นอย่างสดชื่น พลังงานจากยาบำรุงของระบบยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย แม้นางจะแสร้งทำเป็นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น แต่ภายในกลับกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นางลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ มองไปยังซูมู่หานที่ยังคงหลับใหลอยู่บนเตียงไม้แคบๆ ริมฝีปากของเขายังคงซีดขาว แต่ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้นมาก ถัดไปคือร่างเล็กๆ ของเสี่ยวเป่าที่ขดตัวอยู่ข้างบิดา แม้จะยังผอมบาง แต่พวงแก้มที่เคยซูบตอบ บัดนี้กลับมีสีเลือดฝาดจางๆ ปรากฏขึ้นมาให้เห็น
[ระดับความสุขของบุตรชาย +2 แต้มสะสมปัจจุบัน: 87 แต้ม]
เสียงของระบบดังขึ้นในหัวใจ หลินชิงแย้มยิ้มบางเบา การได้เห็นลูกน้อยมีสุขภาพดีขึ้นทีละน้อย คือรางวัลอันล้ำค่าที่สุดสำหรับนาง แต่นางรู้ดีว่าแค่ข้าวต้มผสมนมผงจากในมิติยังไม่เพียงพอ ร่างกายของเด็กน้อยและสามีที่บาดเจ็บต้องการสารอาหารมากกว่านี้
นางหันไปมองหม้อดินใบเล็กในครัวที่เหลือเพียงน้ำข้าวใสๆ ติดก้นหม้อ ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของนางก็ยิ่งทอประกายเจิดจ้าขึ้น "ไม่ได้... ข้าจะให้ลูกและสามีต้องกินของเช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว"
หลินชิงตัดสินใจแน่วแน่ นางหยิบตะกร้าสานใบเก่าและมีดพร้าขึ้นสนิม เตรียมตัวจะขึ้นเขาหมอกเร้นอีกครั้ง
"เจ้าจะไปไหน?" เสียงทุ้มแหบของซูมู่หานดังขึ้นจากด้านหลัง เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนังด้วยความยากลำบาก สายตาเต็มไปด้วยความกังวล
"ข้าจะขึ้นเขาไปหาของป่าเจ้าค่ะ" หลินชิงตอบเรียบๆ "ท่านพี่นอนพักเถิด ไม่ต้องเป็นห่วง"
"แต่ร่างกายเจ้า..." ซูมู่หานขมวดคิ้ว "เมื่อวานเพิ่งทำงานหนักมาทั้งวัน วันนี้ควรจะพักผ่อน"
หลินชิงเดินเข้าไปกุมมือเขาไว้ แววตาของนางสงบนิ่ง "วางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้ารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี ที่บ้านเราไม่มีอะไรจะกินแล้ว ข้าต้องหาอะไรมาบำรุงท่านกับเสี่ยวเป่า"
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของภรรยา ซูมู่หานก็ได้แต่ถอนหายใจยอมจำนน เขารู้ดีว่าไม่อาจรั้งนางไว้ได้ "เช่นนั้น... ก็จงระวังตัวด้วย"
หลินชิงพยักหน้ารับ เดินทางออกจากกระท่อมในยามที่หมอกยามเช้ายังคงปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน นางหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่อาจพบเจอชาวบ้าน มุ่งหน้าตรงไปยังเขาหมอกเร้นที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง
ป่าบนเขาหมอกเร้นยังคงอุดมสมบูรณ์เช่นเคย เสียงนกและแมลงขับขานก้องไพร หลินชิงเดินลึกเข้าไปในป่าด้วยความระมัดระวัง สายตาของนางกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปิดใช้งานความสามารถพิเศษของตน
'เปิดใช้งานดวงตาประเมินคุณภาพ!'
ทันใดนั้น ในสายตาของนาง โลกก็เปลี่ยนไป พืชพรรณต่างๆ ที่นางมองเห็นปรากฏกรอบข้อมูลเล็กๆ ลอยขึ้นมา
*(พืช: เฟิร์นป่า คุณภาพ: ปานกลาง สามารถบริโภคได้)*
*(พืช: หญ้าหางจิ้งจอก คุณภาพ: ต่ำ ไม่มีมูลค่าทางยา)*
นางเดินผ่านสมุนไพรและพืชผักป่าธรรมดาไปหลายชนิด เป้าหมายของนางในวันนี้คือสิ่งที่พิเศษกว่านั้น... สิ่งที่จะสามารถบำรุงร่างกายและอาจสร้างรายได้ในอนาคต
หลินชิงเดินลัดเลาะไปตามทางที่ชื้นแฉะและร่มครึ้ม ซึ่งเป็นแหล่งที่เห็ดราชอบขึ้น นางใช้ดวงตาประเมินคุณภาพสแกนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตาของนางพลันสะดุดเข้ากับกลุ่มเห็ดสีขาวนวลที่ขึ้นอยู่บนขอนไม้ผุๆ ใต้พุ่มไม้หนาทึบ
เห็ดเหล่านั้นมีรูปร่างคล้ายถ้วยหยก ดอกอวบอิ่ม ผิวเรียบเนียนเป็นมันวาว ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เย้ายวนใจ
กรอบข้อมูลปรากฏขึ้นทันที
**[เชื้อรา: เห็ดหอมหยก]**
**[คุณภาพ: สูง]**
**[สรรพคุณ: บำรุงพลังปราณ เสริมสร้างร่างกาย ฟื้นฟูกำลังวังชา เป็นของหายาก มีมูลค่าสูง]**
ดวงตาของหลินชิงเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น! นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก! เห็ดหอมหยกเป็นของป่าหายากที่เล่าลือกันในหมู่บ้านว่ามีราคาแพงลิบลิ่ว แต่แทบไม่มีใครเคยหาเจอเพราะมันมักจะขึ้นในที่ที่ลับตาคนและต้องการสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจง
"สวรรค์เข้าข้างข้าจริงๆ!" นางพึมพำกับตัวเองด้วยความดีใจ
หลินชิงไม่รอช้า นางวางตะกร้าลงแล้วบรรจงใช้มีดพร้าค่อยๆ แซะโคนเห็ดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้ดอกเห็ดบอบช้ำแม้แต่น้อย นางเก็บเห็ดหอมหยกกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าจนเต็มตะกร้าสานใบใหญ่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ
นางมองดูผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ เห็ดเหล่านี้ไม่เพียงพอสำหรับบำรุงร่างกายคนในครอบครัว แต่ส่วนที่เหลือยังสามารถนำไปขายในตลาดอำเภอเพื่อแลกเป็นเงินก้อนโตได้อีกด้วย นี่คือก้าวแรกสู่การสร้างเนื้อสร้างตัวของนาง!
เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว หลินชิงก็ไม่รีรอที่จะเดินทางกลับ นางใช้ผ้าผืนเก่าคลุมตะกร้าไว้เพื่อซ่อนของล้ำค่าข้างใน แล้วรีบเดินกลับกระท่อมด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าเดิม
เมื่อกลับมาถึงกระท่อม ซูมู่หานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นนางกลับมาอย่างปลอดภัย ส่วนเสี่ยวเป่าที่ตื่นแล้วก็รีบวิ่งเข้ามากอดขาของนางทันที "ท่านแม่ กลับมาแล้ว"
"เด็กดี" หลินชิงลูบหัวลูกชายเบาๆ นางเหลือบมองใบหน้าเล็กๆ ที่เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาอีกครั้ง ในใจก็รู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก
นางอุ้มเสี่ยวเป่าเข้าไปในครัวเล็กๆ ของกระท่อม วางตะกร้าเห็ดลงในมุมอับสายตา ก่อนจะหันไปจัดการกับมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดในวันนี้ นางเลือกเห็ดหอมหยกดอกที่สวยงามที่สุดออกมาสองสามดอก ล้างทำความสะอาดอย่างดี
แต่แค่เห็ดอย่างเดียวคงไม่พอ...
หลินชิงแสร้งทำเป็นก้มๆ เงยๆ หาของในครัว นางใช้ร่างของตัวเองบังสายตาของซูมู่หานที่มองมาจากบนเตียง แล้วสั่งการกับระบบในใจอย่างรวดเร็ว
'ระบบ แลกเนื้อไก่ฉีก 250 กรัม!'
[รับทราบ... หัก 15 แต้มความสุข]
สิ้นเสียงระบบ เนื้อไก่ฉีกที่ปรุงสุกและบรรจุในถุงสุญญากาศก็ปรากฏขึ้นในมือของนางภายใต้แขนเสื้อกว้าง นางรีบฉีกถุงแล้วเทเนื้อไก่ทั้งหมดลงในหม้อดินที่ตั้งอยู่บนเตาอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นความผิดปกตินี้
จากนั้นนางจึงเติมน้ำ ใส่เห็ดหอมหยกที่หั่นเตรียมไว้ลงไป พร้อมกับเหยาะเกลือเล็กน้อยเพื่อปรุงรส แล้วจึงเริ่มก่อไฟต้มน้ำแกง
ไม่นานนัก กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเห็ดหอมหยกผสมกับกลิ่นเนื้อไก่ก็เริ่มลอยฟุ้งไปทั่วทั้งกระท่อม มันเป็นกลิ่นหอมที่ชวนให้น้ำลายสออย่างรุนแรง กลิ่นที่แตกต่างจากน้ำข้าวต้มหรือมันเทศนึ่งที่พวกเขาเคยกินมาโดยสิ้นเชิง
ซูมู่หานอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอมเข้าไปเต็มปอด ความอยากอาหารที่เหือดหายไปนานพลันกลับคืนมา ส่วนเสี่ยวเป่าก็เอาแต่ยืนเกาะขอบเตา ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังหม้อดินไม่วางตา
เมื่อน้ำแกงเดือดได้ที่ หลินชิงก็ตักมันใส่ชามสองใบ ใบหนึ่งสำหรับซูมู่หาน อีกใบสำหรับเสี่ยวเป่า น้ำแกงสีทองใสมีเนื้อไก่ขาวนุ่มและชิ้นเห็ดหอมหยกอวบอิ่มลอยอยู่ เป็นภาพที่ชวนให้เจริญอาหารอย่างที่สุด
"ท่านพี่ เสี่ยวเป่า มากินน้ำแกงบำรุงร่างกายกันเถิด"
ซูมู่หานรับชามมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขามองน้ำแกงในชามสลับกับใบหน้าของภรรยา ในใจรู้สึกซาบซึ้งจนพูดไม่ออก ส่วนเสี่ยวเป่าก็เป่าน้ำแกงร้อนๆ แล้วซดเข้าไปคำโต ดวงตาเป็นประกายวาววับ "อร่อย! ท่านแม่ อร่อยมาก!"
หลินชิงมองภาพสองพ่อลูกกินน้ำแกงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วหัวใจก็พองโต นี่แหละคือความสุขที่แท้จริงของนาง
ขณะที่ทั้งสามกำลังเพลิดเพลินกับอาหารมื้อพิเศษอย่างเงียบๆ กลิ่นหอมจรุงใจของน้ำแกงไก่ตุ๋นเห็ดหอมหยกก็ได้ลอยตามลมออกจากรอยแตกของกระท่อม ล่องลอยไปไกล... ไกลจนไปถึงเรือนใหญ่ของตระกูลซู
ในตอนนั้นเอง ที่ลานหน้ากระท่อมซอมซ่อของบ้านรอง... เงาร่างตะคุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนพื้นดินหยุดชะงักลงตรงหน้าประตูพอดิบพอดี ดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความละโมบกำลังจ้องเขม็งมายังที่มาของกลิ่นหอมนั้น...