ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา
เสียงฝีเท้าที่ย่ำบนใบไม้แห้งดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ชุนเถาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางกำชายแขนเสื้อของเสิ่นชิงฮวนแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ทว่าเสิ่นชิงฮวนกลับนิ่งสงบผิดกับบ่าวรับใช้ นางใช้สายตาสำรวจไปรอบๆ เรือนซอมซ่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะชี้ไปยังถังน้ำไม้ใบใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง "ชุนเถา ลากร่างหวังหมัวมัวไปซ่อนหลังถังน้ำนั่น แล้วหาผ้าเก่าๆ มาคลุมทับไว้ เร็วเข้า!"
"เจ้าค่ะ คุณหนู!" ชุนเถาแม้จะหวาดกลัวจนขาสั่น แต่ก็รีบทำตามคำสั่งอย่างแข็งขัน
เสิ่นชิงฮวนไม่รอช้า นางเดินตรงไปยังประตูเรือนที่ผุพัง ใช้มือที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยดันบานประตูให้แง้มออกเล็กน้อยเพื่อมองสถานการณ์ด้านนอก แสงจันทร์สาดส่องลงมาเผยให้เห็นกลุ่มคนสามสี่คน พวกเขาไม่ใช่ทหารองครักษ์จากจวนเสนาบดี แต่เป็นชาวบ้านในละแวกนี้ สวมใส่เสื้อผ้าปุปะ เนื้อตัวมอมแมม
"พี่จาง ข้าว่าอย่าเข้าไปยุ่งเลยนะ เรือนผีสิงหลังนี้มีแต่ความอัปมงคล" เสียงสตรีคนหนึ่งดังขึ้นอย่างลังเล
ชายร่างกำยำที่ถูกเรียกว่าพี่จางถ่มน้ำลายลงพื้น "กลัวอะไรกัน? ก็แค่เด็กสาวที่ถูกทอดทิ้ง ข้าเห็นสาวใช้ของนางออกไปหาของป่าเมื่อตอนกลางวัน ได้มันเทศมาตั้งหัวหนึ่ง ไม่แน่ว่าในเรือนอาจจะมีของกินซุกซ่อนอยู่บ้าง!"
ที่แท้ก็เป็นเพียงกลุ่มชาวบ้านผู้หิวโหยที่คิดจะมาขโมยของ เสิ่นชิงฮวนถอนหายใจอย่างโล่งอกระคนสมเพช ในยุคสมัยที่แห้งแล้งเช่นนี้ ความหิวทำให้คนดีๆ กลายเป็นโจรได้ในพริบตา
นางตัดสินใจไม่เปิดโปงตัวตน เพียงแค่ยืนนิ่งเงียบอยู่หลังประตู รอคอยให้คนเหล่านั้นจากไปเอง
"พี่จาง ฟังข้าเถอะ กลับกันดีกว่าน่า"
"เจ้ามันขี้ขลาด!" ชายผู้นั้นตวาด ก่อนจะเดินตรงมาหมายจะผลักประตู แต่แล้วพลันชะงักงัน เมื่อเห็นว่าบานประตูไม้ที่ควรจะปิดสนิทกลับมีรอยแง้มอยู่ ด้านในมืดสนิทราวกับปากเหวที่ไร้ก้นบึ้ง ชวนให้รู้สึกขนลุกอย่างประหลาด
ความเงียบสงัดที่เยียบเย็นเกินไปทำให้ความโลภของพวกเขาถูกแทนที่ด้วยความกลัว "ไป! ไปให้พ้นจากที่นี่!" พี่จางเป็นคนแรกที่หันหลังวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต คนที่เหลือจึงรีบวิ่งตามไปอย่างลนลาน
เมื่อเสียงฝีเท้าเงียบหายไปแล้ว เสิ่นชิงฮวนจึงปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา นางหันกลับมาและเห็นชุนเถากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ ร่างของหวังหมัวมัวที่ถูกคลุมผ้าไว้
"คุณหนู... ฮือ... พวกเขา... พวกเขารังแกบ่าว" ชุนเถาพูดพลางชี้ไปที่รอยฟกช้ำบนแขนและเศษดินที่เปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า "ตอนบ่ายบ่าวไปขุดมันเทศในป่าหลังเขา พวกเขามาแย่งไป ทั้งยังผลักบ่าวจนล้ม... บ่าวขออภัยที่รักษามันไว้ให้คุณหนูไม่ได้เจ้าค่ะ"
เสิ่นชิงฮวนเดินเข้าไปประคองสาวใช้คนสนิทขึ้นมาอย่างแผ่วเบา แววตาที่เคยเย็นชาฉายแววอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย "ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลยชุนเถา เจ้าทำดีที่สุดแล้ว ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ"
คำปลอบโยนที่เรียบง่ายกลับทำให้ชุนเถาปล่อยโฮออกมาดังลั่น นางซบหน้าร้องไห้อยู่บนไหล่ของผู้เป็นนายอย่างน่าสงสาร เสิ่นชิงฮวนลูบหลังนางเบาๆ ขณะที่ในใจกำลังครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง
พวกนางไม่อาจใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ อยากๆ และรอคอยให้คนมาปล้นชิงเช่นนี้ได้อีกต่อไป นางต้องหาเงิน ต้องหาสมุนไพรมารักษาใบหน้า และที่สำคัญที่สุด คือต้องมีพลังพอที่จะปกป้องตนเองและคนของนาง!
"ชุนเถา" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เช้าวันพรุ่งนี้ พวกเราจะขึ้นเขาชุยเวยกัน"
"หา! จะ...จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู" ชุนเถาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ "เขาชุยเวยทั้งสูงชันและเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนะเจ้าคะ!"
"ไม่ต้องกลัว ข้าจะไปด้วย" เสิ่นชิงฮวนกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "บนนั้นมีสมุนไพรมากมาย เราจะไปเก็บมันมาขายและใช้เป็นยา"
ดวงตาของนางทอประกายมุ่งมั่นจนชุนเถาไม่กล้าทัดทานอีก ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำอย่างเชื่อฟัง
หลังจากจัดการกับร่างของหวังหมัวมัวโดยลากไปทิ้งไว้ในป่าลึกห่างไกลจากเรือนแล้ว เสิ่นชิงฮวนก็กลับมานั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้แข็งๆ นางพยายามสงบจิตใจเพื่อทบทวนแผนการในวันพรุ่งนี้ ขณะที่กำลังหลับตาลงนั้นเอง พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นในห้วงมโนสำนึกของนาง!
วูบ!
เสิ่นชิงฮวนรู้สึกราวกับจิตวิญญาณถูกดูดเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนอันคับแคบอีกต่อไป แต่กลับยืนอยู่ท่ามกลางห้วงมิติอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ไพศาล รอบกายเต็มไปด้วยกลุ่มหมอกสีขาวนวลตา ตรงหน้าของนางมีชั้นหนังสือไม้จันทน์โบราณสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่าน บนชั้นวางเต็มไปด้วยตำรับตำราและม้วนกระดาษมากมายเหลือคณานับ
ที่กลางโถงกว้าง มีแท่นหยกขาวบริสุทธิ์ตั้งอยู่ บนแท่นนั้นมีแผ่นป้ายโปร่งแสงลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ บนนั้นปรากฏอักขระโบราณสี่ตัวส่องประกายเรืองรอง...
***ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา***
เสิ่นชิงฮวนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! นี่มันอะไรกัน? หรือนี่คือของวิเศษในตำนานที่มักปรากฏในนิยายที่นางเคยอ่าน?
ขณะที่นางกำลังสับสน ทันใดนั้นก็มีเสียงสตรีที่อ่อนโยนและคุ้นเคยดังขึ้นในห้วงความคิดของนางราวกับเสียงกระซิบจากสายลม
*'ชิงฮวน... ลูกแม่'*
"ท่านแม่!" เสิ่นชิงฮวนอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว นี่คือเสียงของไป๋ซูเหยา มารดาผู้ล่วงลับของนาง!
*'มิติช่องว่างแห่งนี้คือมรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้เจ้า จิตวิญญาณของเจ้าผูกพันกับมันมาตั้งแต่กำเนิด เมื่อเจ้าบรรลุนิติภาวะหรือตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน มิตินี้จะเปิดออกเพื่อปกป้องเจ้า... จงใช้มันให้ดีเถิด ลูกรัก'*
สิ้นเสียงนั้น ร่างโปร่งแสงของสตรีสูงศักดิ์ในชุดขาวราวกับเทพธิดาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเสิ่นชิงฮวนเพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองซึมซับเข้าไปในแผ่นป้ายโปร่งแสงนั้น
น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาอาบแก้มของเสิ่นชิงฮวนโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่ห่างหายไปนานกลับมาเติมเต็มหัวใจของนางอีกครั้ง ท่านแม่... แม้ท่านจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังคงทิ้งสมบัติล้ำค่าที่สุดไว้เพื่อคุ้มครองนาง
นางปาดน้ำตาทิ้ง สูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนจะเดินเข้าไปหาแท่นหยกขาวอย่างมุ่งมั่น เมื่อยื่นนิ้วไปแตะที่แผ่นป้ายโปร่งแสง ข้อความมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของนางทันที
[กำลังเชื่อมต่อกับผู้ครอบครอง... ยืนยันตัวตนสำเร็จ]
[ยินดีต้อนรับสู่ 'ระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา']
[หน้าที่หลัก: สกัด, สังเคราะห์, วิเคราะห์ และหลอมรวมสสารทุกชนิด โดยเฉพาะสมุนไพรและพิษ]
[คำสั่งเบื้องต้น: สัมผัสวัตถุดิบและออกคำสั่งด้วยจิต]
เสิ่นชิงฮวนหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่มันคือสุดยอดเครื่องมือสำหรับแพทย์และนักปรุงพิษ! ด้วยสิ่งนี้ การรักษาใบหน้า การแก้แค้น และการสร้างอำนาจของนางจะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป!
นางลองนึกถึง 'พิษสลายโฉม' ที่หลินหว่านหรูใช้กับนาง ทันใดนั้นบนแผ่นป้ายก็ปรากฏข้อมูลขึ้นมาเป็นชุด
[พิษบุปผาโลหิต: พิษระดับต่ำ สกัดจากดอกหมื่นอสูรและหญ้าสลายวิญญาณ มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนังและเส้นลมปราณ]
[วิธีการถอนพิษ: จำเป็นต้องใช้ 'บัวหิมะพันปี' เป็นแกนหลัก ร่วมกับ 'โสมรากหยก' และ 'ผลึกวารีเย็น' ในการสกัดยาถอนพิษระดับสูง]
สมุนไพรแต่ละชื่อล้วนเป็นของหายากและมีราคาแพงลิบลิ่ว! ลำพังแค่นางในตอนนี้ไม่มีปัญญาจะหามาได้อย่างแน่นอน แต่ระบบนี้ได้มอบความหวังให้นางแล้ว
นางพยายามจะลองใช้ความสามารถในการ 'สกัด' แต่แล้วก็มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
[คำเตือน: การเปิดใช้งานระบบครั้งแรกจำเป็นต้องใช้แหล่งพลังงาน]
[กรุณาใส่ 'พลังปราณ' หรือ 'สมุนไพรวิญญาณ' จำนวนหนึ่งเพื่อเริ่มต้นการทำงาน]
เสิ่นชิงฮวนขมวดคิ้ว ร่างเดิมของนางถูกทำลายเส้นลมปราณไปบางส่วน ทำให้มีพลังปราณเหลืออยู่น้อยนิด ไม่เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน ส่วนสมุนไพรวิญญาณ... ในเรือนซอมซ่อแห่งนี้แม้แต่สมุนไพรธรรมดายังหาได้ยากเย็น
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะวนกลับมาที่จุดเดิม... เขาชุยเวย!
การเดินทางขึ้นเขาในวันพรุ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาอาหารประทังชีวิตอีกต่อไป แต่มันคือภารกิจสำคัญที่จะกำหนดชะตาชีวิตใหม่ของนาง!
เมื่อจิตของนางออกจากมิติกลับสู่ร่างเดิม ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มสว่างรำไรแล้ว ชุนเถาที่หลับใหลอยู่บนพื้นข้างเตียงด้วยความอ่อนเพลียยังคงไม่รู้สึกตัว
เสิ่นชิงฮวนมองบ่าวรับใช้ผู้ภักดีด้วยแววตาแน่วแน่ นางให้สัตย์ปฏิญาณในใจ
'ชุนเถา เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้าได้อีก และข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกเราต้องอดอยากอีกต่อไป!'
นางลุกขึ้นจากเตียง จัดเตรียมเสื้อผ้าที่พอจะทนทานที่สุดและมีดสั้นขึ้นสนิมที่พบในครัวสำหรับป้องกันตัว ดวงตาของนางจับจ้องไปยังทิศทางของภูเขาสูงตระหง่านที่อยู่นอกหน้าต่าง ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นการเดินทางเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างของนาง!
ทว่าขณะที่นางกับชุนเถากำลังจะก้าวเท้าออกจากรั้วเรือนผุพังในยามเช้าตรู่ของวันใหม่ ทั้งสองกลับต้องชะงักงัน เมื่อพบกับร่างเล็กผอมแห้งของเด็กชายขอทานคนหนึ่งยืนขวางทางอยู่ด้วยท่าทีตื่นตระหนก
เด็กชายชี้มือสั่นเทาไปยังเส้นทางขึ้นเขาชุยเวยที่ปกคลุมด้วยสายหมอกยามเช้า พลางร้องตะโกนเสียงหลง "อย่า! อย่าเข้าไปนะ! เมื่อเช้ามืดข้าเห็น... ข้าเห็นคนชุดดำลากศพเข้าไปในป่าบนเขานั่น!"