พิษแรกทดสอบ

เสียงตะโกนของเด็กชายขอทานยังคงก้องกังวานอยู่ในสายลมยามเช้าอันเย็นเยียบ คำเตือนถึง "คนชุดดำ" และ "ศพ" ทำให้ชุนเถาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ นางก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือข้างหนึ่งกำชายแขนเสื้อของเสิ่นชิงฮวนไว้แน่น

“คุณหนู... เรา... เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ! บนเขามีอันตราย!”

ทว่าเสิ่นชิงฮวนกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาที่เคยเหม่อลอยบัดนี้ฉายแววครุ่นคิดลุ่มลึกราวกับบ่อน้ำโบราณไร้ก้นบึ้ง นางไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่กลับกำลังประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว คนชุดดำลากศพขึ้นเขา... หรือจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อข่มขวัญไม่ให้นางขึ้นไป?

ไม่... มันดูจงใจเกินไป หากต้องการขวางนางจริง ส่งคนมาเฝ้าปากทางไม่ดีกว่าหรือ การกระทำเช่นนี้เหมือนเป็นการล่อเหยื่อเสียมากกว่า

เสิ่นชิงฮวนบีบมือของชุนเถาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ที่นี่” นางหันไปมองเด็กชายขอทานผู้นั้น มอบรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ใบหน้าซึ่งถูกทำลายจะแสดงได้ “ขอบใจเจ้ามากนะที่มาเตือนพวกเรา”

นางกล่าวจบก็จูงมือชุนเถาเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง มุ่งหน้าสู่เส้นทางขึ้นเขาชุยเวยอย่างไม่ลังเล

“คุณหนู!” ชุนเถาร้องเสียงหลง แต่กลับถูกนายหญิงของตนดึงให้ก้าวต่อไป

“ชุนเถา เจ้าคิดดูสิ หากพวกมันต้องการสังหารเราจริง จะรอให้เราขึ้นไปบนเขาทำไมกัน” เสิ่นชิงฮวนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น “การที่พวกมันซ่อนตัวอยู่บนนั้น หมายความว่าพวกมันไม่ต้องการให้ผู้ใดพบเห็น และนั่นคือโอกาสของเรา”

ความจริงแล้วนางไม่มีทางเลือกอื่น การเปิดใช้งานมิติช่องว่างเป็นความหวังเดียวที่จะพลิกชะตาชีวิต หากถอยในวันนี้ ก็เท่ากับยอมจำนนต่อความตายอย่างช้าๆ

อรุณรุ่งบนเขาชุยเวยแผ่ไอเย็นยะเยือก สายหมอกขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่งดุจผืนแพรบางเบา ปิดบังทิวทัศน์เบื้องหน้าจนมองเห็นได้เพียงระยะสั้นๆ ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่ารกชัฏ ชุนเถาถือตะกร้าสานพลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง ส่วนเสิ่นชิงฮวนก้มหน้าก้มตาเก็บสมุนไพรพื้นๆ ที่พอจะระบุชนิดได้ใส่ตะกร้า

หญ้าโลหิต... ว่านหางจระเข้ป่า... รากสามสิบ... แม้จะเป็นเพียงสมุนไพรธรรมดา แต่เมื่อผ่านระบบสกัดในมิติ ย่อมสามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอสถล้ำค่าได้ นี่คือวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการถอนพิษบุปผาโลหิตบนใบหน้าของนาง

ขณะที่เสิ่นชิงฮวนกำลังจะเด็ดสมุนไพรหายากชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ริมชะง่อนผาเล็กๆ พลันหูของนางก็ได้ยินเสียงเสียดสีของใบไม้ที่ผิดปกติ!

“ชุนเถา! ระวัง!” นางตะโกนพร้อมกับดึงร่างสาวใช้ให้หมอบลงกับพื้น

สิ้นเสียงของนาง ร่างในชุดดำทะมึนสามสายก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบราวกับภูตผี พวกมันถือดาบยาวสะท้อนแสงเย็นเยียบ ปิดล้อมคนทั้งสองไว้ในทันที หนึ่งในนั้นมีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย มันหัวเราะเสียงห้าวแหบ

“คุณหนูใหญ่เสิ่นช่างกล้าหาญเสียจริง อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาที่ตายถึงบนเขานี้”

ชุนเถาตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกในพายุ นางทำได้เพียงหลบอยู่เบื้องหลังเสิ่นชิงฮวนอย่างน่าเวทนา

เสิ่นชิงฮวนกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้จะเผชิญหน้ากับคมดาบ นางกลับยืดตัวตรง ดวงตาจ้องมองบุรุษทั้งสามอย่างไม่เกรงกลัว “พวกเจ้าเป็นคนของหลินหว่านหรูสินะ”

นักฆ่าตาเดียวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ “ดูเหมือนคุณหนูจะยังไม่โง่งมสิ้นดี! ถูกต้อง นายหญิงของเราสั่งให้มาส่งท่านไปสู่สุคติ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับใบหน้าอัปลักษณ์นั่นอีกต่อไป!”

“นางให้ค่าจ้างพวกเจ้าเท่าใด” เสิ่นชิงฮวนถามต่ออย่างใจเย็น บทสนทนานี้คือการซื้อเวลาอันล้ำค่า

“ฮ่าๆๆ! เรื่องนั้นคุณหนูไม่ต้องรู้หรอก เอาเป็นว่ามันมากพอที่จะทำให้พวกข้าต้องลงมืออย่างเด็ดขาด!”

“เช่นนั้นหรือ” เสิ่นชิงฮวนเหยียดยิ้มเย็นชา “น่าเสียดายที่เงินก้อนนั้น พวกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้ใช้”

ในเสี้ยววินาทีที่นางเอ่ยจบประโยค จิตของนางก็จมดิ่งเข้าสู่มิติช่องว่างอันคุ้นเคยทันที!

เบื้องหน้าคือตำราโบราณและหน้าจอโปร่งแสงของระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา เสิ่นชิงฮวนไม่รอช้า นางใช้จิตควบคุม ส่งสมุนไพรป่าหลายชนิดที่นางจดจำลักษณะพิษของมันได้จากตอนเดินขึ้นเขาเมื่อครู่ ซึ่งรวมถึง ‘หญ้าลิ้นอสรพิษ’ และ ‘เกสรบุปผาไร้ใจ’ เข้าสู่ช่องสกัด

[ตรวจพบพืชมีพิษระดับต่ำ]

[วิเคราะห์คุณสมบัติ: พิษประเภททำลายระบบประสาทส่วนปลาย ทำให้เกิดอาการชา]

[ท่านต้องการสังเคราะห์ ‘พิษชาด้านขั้น 1’ หรือไม่?]

[คำเตือน: การสังเคราะห์ต้องใช้พลังปราณ 1 หน่วย]

เสิ่นชิงฮวนยืนยันคำสั่งโดยไม่ลังเล พลังปราณอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในร่างถูกดูดเข้าไปในระบบทันที แสงสว่างวาบขึ้นในช่องสกัดเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่ผงยาสีขาวละเอียดราวกับแป้งหนึ่งหยิบมือจะปรากฏขึ้นตรงหน้า

[สังเคราะห์สำเร็จ: พิษชาด้านขั้น 1 (รูปแบบผง) จำนวน 3 ชุด]

จิตของนางถอนกลับสู่โลกภายนอก ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ในโลกแห่งความเป็นจริง เวลาผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น ผงพิษสีขาวละเอียดปรากฏขึ้นในฝ่ามือของนางอย่างเงียบงัน

นักฆ่าทั้งสามเห็นนางนิ่งไปชั่วครู่ก็นึกว่านางกำลังหวาดกลัวจนสิ้นสติ พวกมันหัวเราะเยาะและก้าวเข้ามาพร้อมกัน หมายจะปลิดชีวิตเป้าหมายในดาบเดียว!

“หมดเวลาเล่นแล้ว!”

ทว่าก่อนที่ปลายดาบจะทันได้สัมผัสร่างของเสิ่นชิงฮวน นางก็สะบัดฝ่ามือออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว!

ผงละเอียดราวธุลีพลันฟุ้งกระจายไปในอากาศ ไร้สี ไร้กลิ่น กลมกลืนไปกับสายหมอกยามเช้าจนแทบมองไม่เห็น

นักฆ่าทั้งสามสูดผงพิษเข้าไปโดยไม่รู้ตัว พวกมันชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกสุดขีด

“อึก... ขะ... ขาข้า...” นักฆ่าคนหนึ่งร้องเสียงอู้อี้ แข้งขาของมันพลันแข็งทื่อดุจท่อนไม้ ไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป

“เกิด...อะไรขึ้น! ร่างกายข้า...” อีกคนพยายามจะยกดาบขึ้น แต่แขนกลับหนักอึ้งราวกับถูกล่ามโซ่ตรวนเหล็กกล้าเอาไว้

นักฆ่าตาเดียวมีอาการหนักที่สุด มันยืนแข็งทื่ออยู่ห่างจากเสิ่นชิงฮวนไม่ถึงสามก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา ร่างกายทั้งร่างไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งอีกต่อไป กลายเป็นเพียงรูปสลักหินที่มีลมหายใจ

พิษชาด้านขั้น 1 แม้จะเป็นเพียงพิษระดับต่ำสุด แต่ก็รุนแรงพอที่จะทำให้ระบบประสาทของคนธรรมดาที่ไร้การป้องกันเป็นอัมพาตได้ในทันที!

เสิ่นชิงฮวนมองผลงานของตนด้วยแววตาเรียบเฉย นางก้าวเข้าไปหาหัวหน้านักฆ่าที่ยืนแข็งทื่ออยู่ริมทางเดินแคบๆ ซึ่งอีกฟากหนึ่งคือหุบเหวลึกที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกหนาทึบ

นางใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัสที่แผ่นอกของมันเบาๆ

ราวกับรูปปั้นที่เสียสมดุล ร่างของนักฆ่าตาเดียวเอนหลัง หงายลงไปจากขอบหน้าผาอย่างเชื่องช้า ดวงตาของมันยังคงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก แต่ไม่สามารถส่งเสียงร้องหรือขยับแขนขาเพื่อคว้าสิ่งใดได้เลย

ร่างของมันหายวับไปในม่านหมอกหนาทึบเบื้องล่าง ตามมาด้วยร่างของนักฆ่าอีกสองคนที่เสียหลักเพราะถูกร่างของหัวหน้าชนเข้าอย่างจัง ทั้งหมดร่วงหล่นลงสู่หุบเหวที่มองไม่เห็นก้นบึ้งราวกับก้อนหินสามก้อน

เสียงกรีดร้องไม่มี... เสียงกระแทกไม่มี... มีเพียงความเงียบสงัดของป่าเขากลับคืนมาอีกครั้ง

ชุนเถาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นางมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความไม่เชื่อสายตา คุณหนูของนาง... เพียงแค่สะบัดมือคราเดียว ก็จัดการนักฆ่าติดอาวุธสามคนได้โดยที่ร่างกายไม่แม้แต่จะเปื้อนฝุ่นดิน!

เสิ่นชิงฮวนหันกลับมา มองฝ่ามือของตนเองที่บัดนี้ว่างเปล่า หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือพลังของระบบสังเคราะห์พิษไร้เงา... คืออำนาจที่นางสามารถกุมไว้ในมือได้!

แต่แล้วความรู้สึกยินดีก็ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ นางทอดสายตาไปยังทิศทางของเมืองหลวงจิงอวิ๋นที่อยู่ห่างไกลออกไป

หลินหว่านหรู... แม่เลี้ยงใจเหี้ยมของนาง ขนาดเนรเทศนางมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว ยังส่งนักฆ่าตามมาเพื่อเด็ดรากถอนโคน นี่แสดงให้เห็นว่าสตรีผู้นั้นจะไม่มีวันปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข

การต่อสู้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

นางรวบรวมสติ หันไปปลอบชุนเถาที่ยังคงตกอยู่ในอาการช็อก ก่อนจะรีบเก็บสมุนไพรที่จำเป็นต่อจนเต็มตะกร้า การขึ้นเขาครั้งนี้ได้ทั้งวัตถุดิบสำหรับถอนพิษและยังได้ทดสอบอาวุธชิ้นใหม่ที่ทรงพลังที่สุดของนาง

ทว่าขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับลงจากเขาเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจยังซุกซ่อนอยู่...

*แกรบ!*

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นอย่างชัดเจนจากพงไม้ทึบที่อยู่ไม่ไกลนัก!

เสิ่นชิงฮวนและชุนเถาพลันแข็งค้างในทันที สรรพเสียงรอบกายเงียบงันลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของพวกนาง

มีใครบางคน... หรือบางสิ่ง... กำลังซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น